สุภลักษณ์ กาญจนขุนดี: ความไม่มั่นคงของกองทัพไทย


ข่าวว่ามีทหารฟ้องร้องอาจารย์สุลักษณ์ในคดีหมิ่นพระนเรศวร ไม่ได้สะท้อนอะไรมากไปกว่าความรู้สึกไม่มั่นคงของกองทัพและบุคคลากรในกองทัพไทยในเรื่องรากเหง้าและบทบาททางการเมืองของตัวเอง

กองทัพไม่ได้นับถือบูชากษัตริย์ไทยทุกองค์เหมือนที่กล่าวอ้างหรอก ตำราหรือหนังสือว่าด้วยประวัติศาสตร์ทางการทหารของกองทัพไทยถึงกับดูถูกและดูหมิ่นเจ้าบางองค์ด้วยซ้ำไป (ตามภาพจากหนังสือประวัติโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า เล่ม 1 หน้า 33)

กองทัพไทยนั้นมีปัญหาเรื่องรากเหง้าและเกียรติประวัติอย่างมาก กองทัพไทยอ้างอิงว่ามีประวัติศาสตร์มากตั้งแต่สมัยสุโขทัย มีบทบาทในการสร้างชาติมาแต่โบราณกาล แต่โดยไม่ค่อยยอมรับความจริงว่า สมัยโบราณกับสมัยปัจจุบันไม่มีความเกี่ยวเนื่องกันมากนัก เพราะกองทัพโบราณนั้นคือ การที่เจ้าเกณฑ์ไพร่ ไปช่วยรบเท่านั้น ไม่ใช่กองทัพอาชีพแบบปัจจุบัน กองทัพโบราณนั้นเกิดและดับสูญไปตามกาลเวลา ไม่อยู่คงทนถึงปัจจุบัน

ถึงกระนั้นก็ตามกองทัพไทยก็พยายามเอาตัวเองไปผูกพันกับเกียรติประวัติของกษัตริย์โบราณเพื่ออ้างอำนาจที่ชอบธรรมในการควบคุมอำนาจในประเทศ แต่กองทัพเองก็สับสนอย่างมากกว่าควรเอาเกียรติประวัติของกษัตริย์องค์ใดมาเป็นเกียรติประวัติของกองทัพ

ทั้งหมดนี้สะท้อนได้จากความสับสนในการกำหนดวันกองทัพไทย เดิมกองทัพไทยกำหนดเอาวันที่ 8 เมษายน อันเป็นวันสถาปนากระทรวงกลาโหม เป็นวันกองทัพไทย แต่สมัยพลเอกเปรมก็ให้เปลี่ยนใหม่ เพราะวันก่อตั้งกระทรวงนั้นไม่ได้ทำให้กองทัพไทยมีเกียรติประวัติในทางการศึกอะไรเลย จึงไปเอาวันที่ 25 มกราคม เป็นวันกองทัพไทยเพราะเชื่อว่า เป็นวันที่พระนเรศวรกระทำยุทธหัตถีชนะพระมหาอุปราช ตอนหลัง (ในปี 2549) มารู้ว่าคำนวนวันผิดก็เลยเปลี่ยนมาเป็นวันที่ 18 มกราคม จนปัจจุบัน

ไม่ค่อยมีเหตุผลสนับสนุนชัดเจนนักว่าทำไปกองทัพไทยเลือกพระนเรศวร แทนที่จะเป็นพ่อขุนรามคำแหง เพราะถ้าอ้างว่ากองทัพไทยถือกำเนิดมาแต่สมัยสุโขทัย ทำไมไม่ถือเอาวันกำเนิดกองทัพไทยสมัยนั้นมาเป็นวันกองทัพไทย ถ้าจะว่าพระนเรศวรมีเกียรติประวัติการรบที่เก่งกาจ แต่ท่านก็ไม่ได้เป็นกษัตริย์องค์เดียวที่รบเก่ง พระเจ้าตากสินก็เก่งไม่แพ้กัน แถมยังเป็นผู้มีคุณูปการต่อการรวบรวมแผ่นดินไทยให้เป็นปึกแผ่นมาจนปัจจุบันมากกว่าพระนเรศวรเสียอีก

พูดกันอย่างตรงไปตรงมา กองทัพสมัยใหม่ของไทยสร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 แม้โรงเรียนทหารที่สร้างทหารอาชีพปัจจุบันก็ยังขอยืมชื่อของพระองค์ ทำไมไม่ถือเอาว่ารัชกาลที่ 5 เป็นพระบิดาแห่งการทหารไทย อาจจะเป็นไปได้ว่า เพราะเรื่องราวของพระนเรศวรส่วนหนึ่งก็คลุมเครือทำให้ง่ายต่อการเสริมแต่งก็ได้

การฟ้องร้องอาจารย์ สุลักษณ์ ด้วยข้อหาบ้าๆบอๆอย่างนี้ ไม่เป็นผลดีต่อกองทัพเลย หากแต่จะเป็นการเปิดโอกาสให้โลกตั้งคำถามเกี่ยวกับฐานะและบทบาทของกองทัพและทหารไทยมากขึ้นเท่านั้น ถามไปถามมาอาจจะพบว่า กองทัพไทยนั้นเป็นกลุ่มบุคคลถืออาวุธที่ไร้รากเหง้าจริงๆก็ได้


ก่อนจะทำอะไรโปรดใช้วิจารณญาณ