'ทนายอานนท์' ถามรองเจ้ากรมพระธรรมนูญ 'ศาลพลเรือนไม่มีความสามารถหรือ'

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 13 มี.ค. 2558 ที่ผ่านมา มติชนออนไลน์รายงานว่า พล.ร.ท.กฤษฎา เจริญพานิช รองเจ้ากรมพระธรรมนูญ  หัวหน้าสำนักตุลาการทหาร ชี้แจงกรณีกลุ่มพลเมืองโต้กลับ จะจัดกิจกรรม พลเมืองรุกเดิน โดยเป็นการเดินทางจาก อ.บางบัวทอง มายังพื้นที่ปทุมวัน ในระหว่างวันที่ 14   -16  มีนาคม ผ่านย่านชุมชนสายเส้นทาง เพื่อเรียกร้องในประเด็น การนำพลเรือนขึ้นศาลทหาร ว่าอยากทำความเข้าใจต่อประชาชน และ กลุ่มผู้ที่คิดจะจัดกิจกรรมว่า  พลเรือนจะขึ้นศาลทหารเฉพาะ ในกรณีความผิดร้ายแรง ตามประกาศ คสช.ฉบับที่ 37/2557 ที่ระบุให้อำนาจพิจารณาและพิพากษาของศาลทหาร ในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 107-112 และมาตรา 113-118 โดยความผิดมาตรา 107-112 เป็นกรณีความผิดต่อสถาบัน  และมาตรา 113-118 เกี่ยวกับความผิดต่อความมั่นคงของรัฐภายในราชอาณาจักร เช่น มาตรา 113 ล้มล้างเปลี่ยนแปลง แบ่งแยกราชอาณาจักร มาตรา 114 สะสมอาวุธสมคบกันเป็นกบฎ

"ผู้กระทำผิดในคดีร้ายแรงภายใต้กฎอัยการศึก ต้องขึ้นศาลทหารเพราะเป็นเรื่องเกี่ยวกับความมั่นคง อย่างไรก็ตาม กระบวนการยุติธรรมของศาลทหารกับศาลพลเรือน ไม่มีความแตกต่างกัน ขอให้ประชาชนเข้าใจและไม่ตกเป็นเครื่องมือของฝ่ายที่ยั่วยุเพื่อหวังผลทางการเมือง" พล.ร.ท.กฤษฎา กล่าว

จากนั้นทนายอานนท์ นำภา แกนนำกลุ่มพลเมืองโต้กลับได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวโดยมีเนื้อหาดังต่อไปนี้

เรียนถาม พล.ร.ท.กฤษฎา เจริญพานิช รองเจ้ากรมพระธรรมนูญ หัวหน้าสำนักตุลาการทหาร

1) ภายหลังรัฐประหาร 22 พฤษภาคม 2557 ท่านได้รับการแต่งตั้งจากคณะรัฐประหารให้เป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และยังคงดำรงตำแหน่งควบตำแหน่ง รองเจ้ากรมพระธรรมนูญ หัวหน้าสำนักตุลาการทหาร จนถึงปัจจุบัน ใช่หรือไม่

2) ตุลาการศาลทหาร เป็นข้าราชการสังกัดกระทรวงกลาโหม มีผู้บังคับบัญชาสูงสุดของกระทรวง ดำรงตำแหน่ง รองหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ใช่หรือไม่

3) ตุลาการศาลทหาร ไม่จำเป็นต้องจบการศึกษาเนติบัณฑิต จบเพียง ป.ตรีด้านกฎหมาย และมีนายทหารประกอบด้วยโดยไม่ต้องจบกฎหมายก็ได้ ใช่หรือไม่

4) ศาลทหารไม่อนุญาตให้ใช้ตำแหน่งบุคคลค้ำประกันการปล่อยตัวชั่วคราว ในขณะที่ศาลพลเรือนทำได้ ใช่หรือไม่

5) ศาลทหารในภาวะประกาศกฎอัยการศึก มีเพียงศาลทหารชั้นต้นศาลเดียว ไม่สามารถอุทธรณ์หรือฎีกาได้แม้คดีจะมีโทษสูงเพียงใดก็ตาม แต่ศาลพลเรือนมีศาลอุทธรณ์-ฎีกา มีการพิจารณากลั่นกรองคำพิพากษา 3 ชั้นศาล ใช่หรือ

6) คดีเกี่ยวกับความมั่นคงที่อยู่ในศาลทหารตอนนี้ ส่วนใหญ่คือคดีที่ต่อต้านการรัฐประหารโดยคณะทหาร มีคู่กรณีคือทหารโดยตรง ใช่หรือไม่

7) กิจกรรม "เลือกตั้งที่ลัก" ซึ่งรำลึกการเลือกตั้ง มอบดอกไม้ให้เจ้าหน้าที่เมื่อวันที่ 14 กุมภา เป็นภัยร้ายแรงต่อความมั่นคง ต้องขึ้นศาลทหาร และมีโทษสูงสุด 1 ปี เป็นคดีที่มีความร้ายแรงมาก ใช่หรือไม่

8) คดีเกี่ยวกับความมั่นคง, คดี ม.112 และคดีขัดคำสั่งประกาศคณะรัฐประหาร(โทษ 1-2 ปี) ศาลพลเรือนไม่มีความสามารถเพียงพอในการพิจารณาใช่หรือไม่ ถึงต้องดึงคดีไปศาลทหาร

ช่วยตอบด้วยครับ

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
Facebook : https://www.facebook.com/prachatai
Twitter : https://twitter.com/prachatai
YouTube : https://www.youtube.com/prachatai
Prachatai Store Shop : https://prachataistore.net

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

พื้นที่ประชาสัมพันธ์