ฮิปสเตอร์ “ความเกร่อ” ของวัยรุ่นไทย

ประชาไททำหน้าที่เป็นเวที เนื้อหาและท่าที ความคิดเห็นของผู้เขียน อาจไม่จำเป็นต้องเหมือนกองบรรณาธิการ

 

ขอเกาะกระแสสุดฮิตของบ้านเรากันสักนิด “ฮิปสเตอร์เกร่อกันทั่วเมือง” จนอดที่จะหยิบเรื่องนี้มาเขียนไม่ได้ ก่อนอื่นจะต้องอธิบายที่มาของคำนี้กันก่อน “ฮิปสเตอร์” คือวัฒนธรรมกลุ่มย่อยของบุคคลที่มีพฤติกรรมรักความเป็นธรรมชาติ   มีความคิดในเชิงนอกกรอบ รักการถ่ายรูป ปั่นจักรยาน ติดโซเชียล กินกาแฟในร้านอาร์ตๆ ไม่ใช่กาแฟจากร้านแฟรนไชส์ ของใช้ทุกอย่างไม่เน้นราคาแพงแต่ต้องดูดี อาจเป็นของที่ทำด้วยมือมีชิ้นเดียวในโลก ซึ่งตอนนี้ “ฮิปเตอร์” กำลังเป็นกระแสอย่างมากในสังคมไทย

สงสัยกันมั้ยว่าทำไมฮิปสเตอร์ถึงต้องมีพฤติกรรมข้างต้นนี้?

ตัวอย่างหนึ่งที่เห็นได้ชัดเจน คือ การที่ฮิปสเตอร์กินกาแฟจากร้านอาร์ตๆ ไม่ใช่กาแฟจากร้าน  แฟรนไชส์ ความหมายเบื้องต้นคือเป็นกาแฟที่มีรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์มากกว่า ราคาถูกกว่า เนื่องจากไม่ต้องจ่ายค่าแฟรนไชส์และค่าบริการเพิ่ม ส่วนความหมายในเชิงลึกคือการแสดงออกถึงการใช้ชีวิตแบบนอกกรอบ ไม่ตามใคร มีความเป็นตัวเองสูง ไม่ได้ใช้ชีวิตแบบสังคมนิยมที่จะต้องกินกาแฟจากสตาร์บัค แต่ไม่ได้แอนตี้การกินกาแฟจากร้านเหล่านี้เสียทีเดียว ทั้งยังพยายามแสดงออกว่ามีความสามารถกินกาแฟจากร้านแฟรนไชส์ได้แต่ไม่กินเพราะขาดความเป็นศิลปะ และมองว่าเป็นสิ่งขาดรสนิยมแบบฮิปสเตอร์ไป

นอกจากการรสนิยมทางการบริโภคในเรื่องกาแฟที่เด่นชัดแล้วกิจกรรมการปั่นจักรยานก็คงเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่แสดงให้เห็นว่าชาวฮิปสเตอร์นั้นรักธรรมชาติ รักสุขภาพ พร้อมห่วงใยสภาพอากาศของสังคม ประกอบสร้างให้ฮิปสเตอร์ดูเป็นคนมีความคิดดีและรับผิดชอบต่อสังคม โดยที่ความจริงก็ไม่ได้ปรากฏว่าจุดประสงค์แท้จริงของการปั่นจักรยานคืออะไรกันแน่ แต่คนภายนอกสามารถตีความไปในแนวนั้นได้

นอกจากนี้หากมององค์ประกอบโดยรวมของเหล่าฮิปสเตอร์ไทยแล้วนั้น จะเห็นความคล้ายคลึงกับคนในยุค70’-90’ เป็นอย่างมาก ซึ่งคนในยุคนั้นมีความนิยมแบบชาติตะวันตกค่อนข้างมาก และเรารับวัฒนธรรมแบบฮิปสเตอร์มาจากตะวันตก ในตะวันตกการเป็นฮิปสเตอร์ถือเป็นเรื่องธรรมดามากๆ พูดอีกอย่างคือแท้จริงแล้วเราเลียนแบบชาวตะวันตกมาเต็มๆ

ฮิปสเตอร์จะแต่งตัวด้วยการใส่ยีนส์เป็นหลัก ยีนส์ในความหมายของแฟชั่นมันคือการแสดงออกถึงความกระฉับกระเฉง ความกระตือรือร้น และวัยที่ใส่ยีนส์นั่นก็คือคนหนุ่มสาวหรือวัยรุ่นนั่นเอง ไม่เพียงเท่านี้ ยุค 70’-90’ นั้นยังเป็นยุคที่มีความเจริญในหลายๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นดนตรี แฟชั่น ชาวฮิปสเตอร์จึงยึดถือว่าการใช้ชีวิตแบบคนในยุคนั้นเท่ และมีคุณค่ามากกว่าการใช้ชีวิตแบบคนในปัจจุบัน

แต่นั่นก็ไม่ได้แสดงว่าชาวฮิปสเตอร์ตัดขาดความนิยมในปัจจุบันเสียทีเดียว ตรงกันข้ามกลับติดโซเชียลเน็ตเวิร์คเป็นอย่างมาก ฮิปสเตอร์หลายๆ คนเป็นถึงเน็ตไอดอล แน่นอนอำนาจของความเป็น Celebrity ของพวกเขาถูกส่งผ่านสื่อโซเชียลมีเดียต่างๆ ด้วยการขยันอัพขยันแชร์รูปที่ตัวเองถ่าย ในมุมมองที่คนทั่วๆ ไปเขาไม่ทำกัน เช่น ถ่ายรูปกล้องผ่านกล้องอีกที ถ่ายรูปดอกไม้บนรองเท้า และสีที่ใช้ในการแต่งรูปต้องเป็นสีโทนอุ่นๆ ฟุ้งๆ เหมือนภาพที่ถ่ายจากกล้องฟิล์มในสมัยก่อน(ทั้งๆ ที่ถ่ายจากมือถือหรือกล้องดิจิตอล) นั่นคือสิ่งที่แสดงให้เห็นว่าฮิปสเตอร์ไทยนั้นกำลังประกาศให้เห็นว่าตนนั้นใช้ชีวิตที่แตกต่างกับคนยุคทุนนิยมในปัจจุบัน  โดยเลือกใช้ชีวิตแบบที่ ‘เหมือน’ ไม่เน้นวัตถุ และ ‘คิด’ ว่ามีคุณค่ามากกว่าคนทั่วๆไป

หากพิจารณาพฤติกรรมของฮิปสเตอร์ไทย แท้จริงแล้วสิ่งที่พวกเขาทำไม่ว่าจะเป็นการกินกาแฟไม่เน้นแบรนด์ ถ่ายรูปธรรมชาติ ปั่นจักรยาน ฯลฯ มันก็แสดงถึงการมีรสนิยมในกลุ่มเดียวกัน และการคิดว่าตัวเองมีความต่าง ก็คงลืมคิดไปว่าตัวเองนั้นก็ตามกระแสเซเลปฮิปสเตอร์คนอื่นๆ อยู่ดี ก็คงเรียกว่าต่างได้ไม่เต็มปากนัก

สิ่งที่ฮิปสเตอร์ต้องการคงไม่พ้นการเป็นที่ยอมรับตัวตนของพวกเขาจากคนในสังคม อยากให้สังคมมองเห็นคุณค่าในความต่างที่พวกเขาแสดงออก ฉะนั้น  "ความคิดที่เชื่อว่าตนเองแตกต่างทั้งที่ไม่ได้แตกต่าง" คือสิ่งที่ครอบงำวัยรุ่นที่หลงระเริงกับกระแสสังคมอย่างสนุกสนานโดยไม่ได้คิดอะไร ถามว่าเป็นเรื่องผิดหรือไม่ที่สังคมของเรามีฮิปสเตอร์โผล่ขึ้นเป็นดอกเห็ดขนาดนี้ แน่นอนว่าไม่ใช่เรื่องผิด การมีพฤติกรรมแบบสังคมส่วนใหญ่เป็นก็เป็นเรื่องปกติของสัตว์สังคมอย่างมนุษย์เรา แต่อย่าลืมมองเห็นคุณค่าในความเป็นตัวเอง เพราะการเป็นตัวเองเราจะรู้ว่าสิ่งนั้นเหมาะสมกับเรามากน้อยแค่ไหน เราจะเกิดความพอดีและรู้จักประมาณตนในแบบของเรา ลองมาเป็นฮิปสเตอร์ในแบบของตัวเองโดยไม่ตามใครคงจะเท่และเก๋ไม่น้อยเหมือนกัน

 

 

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์