จับรองนายกเล็กพะเยา ฉกข้อมูลบุคคลในระบบคอมฯ สตช.ไปขาย เช็คโยงเลือกตั้งหรือไม่

ผบช.สตม. แถลงจับกุมรองนายกเทศมนตรีตำบลเวียงลอ จ.พะเยา ข้อหาใช้รหัสของตำรวจระดับรอง สว.-ผกก.เข้าระบบคอมพิวเตอร์ สตช. ฉกข้อมูลบุคคล 500 รายชื่อไปขาย มูลค่ารวม 5 แสน พร้อมตรวจสอบโยงเลือกตั้งหรือไม่ 

ภาพจากเพจ สุรเชษฐ์ หักพาล

13 ก.พ.2562 ผู้จัดการออนไลน์และมติชนออนไลน์ รายงานตรงกันว่า ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ผบช.สตม.) ในฐานะรองผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สํานักงานตํารวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.) แถลงผลการจับกุม สมชาย เข็มเพชร อายุ 37 ปี รองนายกเทศมนตรีตำบลเวียงลอ อ.จุน จ.พะเยา และเป็นอดีตรองหัวหน้าพรรคการเมืองท้องถิ่น ผู้ต้องหาลักลอบเข้าระบบคอมพิวเตอร์ (polis) ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หลังมีผู้เสียหายแจ้งเบาะแสกับตำรวจว่ามีกลุ่มคนร้ายทำการลักลอบเข้าใช้คอมพิวเตอร์ฯ โดยใช้ในการตรวจสอบประวัติอาชญากรของผู้อื่นนำไปขาย จึงได้เร่งรัดตรวจสอบ กระทั่งจับกุมผู้ต้องหารายดังกล่าวขณะกำลังเข้าใช้ระบบคอมพิวเตอร์ฯ ได้ที่คอนโดมิเนียมแห่งหนึ่งย่านบางเขน พร้อมของกลางจำนวน 9 รายการ

พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า จากการตรวจสอบพบว่าผู้ต้องหารายนี้มีรหัสเข้าใช้ระบบคอมพิวเตอร์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จำนวน 5 บัญชี เป็นรหัสของตำรวจที่เคยปฏิบัติหน้าที่สืบสวนและป้องกันปราบปรามระดับ รอง สว.-ผกก.ในพื้นที่ สภ.ธัญบุรีและสภ.เมืองนครปฐม ก่อเหตุมานานแล้วกว่า 3 เดือน ลักลอบนำข้อมูลประวัติ จำนวน 500 รายชื่อไปขายชื่อละ 1,000 บาท มูลค่ากว่า 500,000 บาท

“จากการตรวจสอบยังไม่พบว่าผู้ต้องหามีความสัมพันธ์หรือเชื่อมโยงกับตำรวจดังกล่าว แต่ได้สั่งการให้ดำเนินการตรวจสอบอย่างละเอียดแล้วว่านำรหัสหรือพาสเวิร์ดมาได้อย่างไร ตำรวจมีส่วนเกี่ยวข้องในการกระทำผิดหรือไม่ รวมถึงตรวจสอบการนำรายชื่อไปใช้ทำอะไร, ใครซื้อข้อมูลบ้าง เนื่องจากเป็นช่วงที่ใกล้จะมีการเลือกตั้งใน เดือน มี.ค.นี้อาจนำไปใช้ในทางที่ผิด เนื่องจากเป็นข้อมูลชั้นความลับที่นำไปใช้ได้หลายเรื่อง ทั้งข้อมูลทะเบียนราษฎร, เช็กประวัติอาชญากรคดีอาญา, โดยได้สั่งการให้เข้าไปขยายผลและตรวจค้นสถานที่สำคัญต่างๆ แล้ว" ผบช.สตม. ระบุ

รายงานข่าวยังระบุด้วยว่า เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ดำเนินคดีแจ้งข้อหา เข้าถึงโดยมิชอบ ซึ่งระบบและข้อมูลคอมพิวเตอร์ ที่มีมาตรการป้องกันการเข้าถึงโดยเฉพาะ และมาตรการนั้นไม่ได้มีไว้สำหรับตน พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 มาตรา 7 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปีหรือปรับไม่เกิน 40,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์