อิทธิพล 'พายุซินลากู' ทำฝนตกหนัก-น้ำท่วมหลายจังหวัด

2 ส.ค. 2563 จากอิทธิพลพายุโซนร้อน 'ซินลากู' และร่องความกดอากาศต่ำ ทำฝนตกหนัก-น้ำท่วมหลายจังหวัด นายกสั่งผู้ว่าฯ จ.เลย หน่วยทหารในพื้นที่เร่งช่วยเหลือประชาชนหลังน้ำป่าไหลท่วมบ้านเรือน


ที่มาภาพ: สำนักข่าวไทย

2 ส.ค. 2563 ตามประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา ลงวันที่ 2 ส.ค. 2563 เวลา 04.00 น. เรื่อง พายุระดับ 3 (โซนร้อน ซินลากู) ฉบับที่ 6 กรมอุตุนิยมวิทยาได้ประกาศพายุระดับ 3 (โซนร้อน ซินลากู) คาดว่าพายุนี้จะเคลื่อนขึ้นฝั่งที่เมืองวินห์ ประเทศเวียดนามเช้าวันนี้ หลังจากนั้นจะอ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชัน เคลื่อนเข้าปกคลุมประเทศลาว และจะอ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำตามลำดับ ประกอบกับร่องมรสุมกำลังแรงพาดผ่านภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนเข้าสู่พายุโซนร้อนซินลากู บริเวณอ่าวตังเกี๋ย และมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยมีกำลังแรงขึ้น ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยมีฝนเพิ่มขึ้นกับมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง

กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) ประเมินปริมาณน้ำฝนคาดการณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยาและสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) ร่วมกับพื้นที่เสี่ยงน้ำหลาก ดินโคลนถล่ม ของกรมทรัพยากรธรณี และกรมทรัพยากรน้ำ พบพื้นที่เฝ้าระวังเสี่ยงเกิดอุทกภัย ดังนี้ 1.น้ำป่าไหลหลากและดินถล่มบริเวณพื้นที่ลาดเชิงเขา พื้นที่ลุ่มต่ำริมทางน้ำไหลผ่านที่มีสิ่งกีดขวางทางน้ำเป็นอุปสรรคต่อการระบายน้ำ บริเวณ จ.เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา น่าน แพร่ ลําปาง พิษณุโลก อุตรดิตถ์ เพชรบูรณ์ เลย ชัยภูมิ หนองคาย อุบลราชธานี กาญจนบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด ระนอง ชุมพร พังงา กระบี่ และนครศรีธรรมราช และ 2.น้ำไหลหลากเอ่อล้นตลิ่ง ดังนี้  แม่น้ำน่าน บริเวณ อ.สันติสุข และอ.เวียงสา จ.น่าน, ลำน้ำเข็ก บริเวณ อ.วังทอง จ.พิษณุโลก, ลำน้ำลำพะเนียง อ.นากลาง อ.เมือง อ.โนนสังข์ อ.ศรีบุญเรือง จ.หนองบัวลำภู, ลำน้ำฮวย บริเวณ อ.วังสะพุง จ.เลย, ลำน้ำเลย บริเวณ อ.วังสะพุง อ.เมือง จ.เลย, ลำน้ำสวย บริเวณ อ.เมือง จ.เลย

ทั้งนี้ เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมรับมือพื้นที่เสี่ยงอุทกภัย จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามสภาพอากาศและสภาพน้ำอย่างต่อเนื่องเตรียมความพร้อมบุคลากร เครื่องจักรเครื่องมือ ในการป้องกันช่วยเหลือ รวมถึงประกาศแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่ราบลุ่มต่ำริมลำน้ำ และที่ลาดชันเชิงเขา ที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบให้รับทราบต่อไป

นายกสั่งผู้ว่าฯ จ.เลย หน่วยทหารในพื้นที่ เร่งช่วยเหลือประชาชนประสบภัยน้ำท่วม

น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มีความเป็นห่วงถึงสถานการณ์น้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนในพื้นที่ อ.เมือง อ.เชียงคาน และอ.ปากชม จ.เลย ได้สั่งการไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดเลย หน่วยทหารในพื้นที่ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ระดมกำลังลงพื้นที่เร่งให้ความช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่จังหวัดเลย ประกอบด้วย อ.เมือง ต.น้ำสวย รวม 7 หมู่บ้าน อ.เชียงคาน จำนวน 2 ตำบล ได้แก่ ต.เขาแก้ว รวม 2 หมู่บ้าน และ ต.ธาตุ รวม 9 หมู่บ้าน และ อ.ปากชม จำนวน 3 ตำบล ได้แก่ ต.เชียงกลม ต.ห้วยบ่อซืน และต.ชมเจริญ ซึ่งเป็นพื้นที่ได้รับผลกระทบจากฝนที่ตกหนักตลอดทั้งคืนทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลากทะลักเข้าท่วมถนนและบ้านเรือนของประชาชนเมื่อคืนที่ผ่านมา

“นายกรัฐมนตรี กำชับให้ช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในเบื้องต้น รวมทั้งให้เร่งสำรวจความเสียหาย อย่าปล่อยให้ชาวบ้านเดือดร้อน เกิดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สิน ตลอดจนสัตว์เลี้ยง พร้อมกับให้เคลื่อนย้ายชาวบ้านและสัตว์เลี้ยงไปอยู่ในที่ที่ปลอดภัย จัดหาอาหาร น้ำดื่ม น้ำใช้ให้กับชาวบ้านอย่างพอเพียง ขอให้ปฎิบัติงานด้วยความระมัดระวังคำนึงถึงความปลอดภัยชีวิตเป็นสำคัญ และย้ำเตือนให้ชาวบ้านติดตามข่าวสารรวมถึงการแจ้งเตือนจากส่วนราชการอย่างใกล้ชิด” รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าว


ที่มาภาพ: สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์

ก่อนหน้านี้นายประมวล ลาภจิต หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเสาธารณภัยจังหวัดเลย เปิดเผยว่าวันนี้ (2 ส.ค.) เวลา 07.00 น. จังหวัดเลย ได้รับรายงานจากอำเภอต่างๆ รวม 3 อำเภอ ว่าเกิดฝนตก หนักในพื้นที่ ทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลาก น้ำล้นตลิ่ง เอ่อท่วม รายละเอียด ดังนี้

1. อ.เมืองเลย ต.น้ำสวย รวม 7 หมู่บ้าน ได้แก่ หมู่ 1,4 บ้านสูบ หมู่ 9 บ้านนาสำราญ หมู่ 6 ,12 บ้านลายเหนือ หมู่ 10 บ้านศรีชมชื่น หมู่ 11 บ้านสะอาด ประชาชนได้รับผลกระทบ ประมาณ 550 หลังคาเรือน พื้นที่การเกษตรได้รับความเสียหาย ได้แก่ นาข้าว ข้าวโพด บ่อปลา และปศุสัตว์ อยู่ระหว่างการสำรวจ ถนนขาด 1 แห่งแขวงทางหลวงเลยที่ 1 กำลังซ่อมแซม ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและผู้เสียชีวิต

2. อ.เชียงคาน จำนวน 2 ตำบล ได้แก่ 1.ต.เขาแก้ว รวม 2 หมู่บ้าน ได้แก่ หมู่ 8 , 11 บ้านท่าบม  , 2 ต.ธาตุ รวม 9 หมู่บ้าน ได้แก่ หมู่ 8 บ้านผากลางดง หมู่ 7,11 บ้านสงเปือย หมู่ 6 บ้านผาพอด หมู่ 5,13 บ้านห้วยพอด หมู่ 12 บ้านธาตุพัฒนา หมู่ 2 ,14 ต.ธาตุ  ประชาชนได้รับผลกระทบ เบื้องต้นประมาณ 30 หลังคาเรือน น้ำท่วมพื้นที่การเกษตร นาข้าว ข้าวโพด ปศุสัตว์ อยู่ระหว่างสำรวจ ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและผู้เสียชีวิต

3. อ.ปากชม จำนวน 3 ตำบล ได้แก่ 1. ต.เชียงกลม หมู่ 1,2,5 และ 9  , 2.ต.ห้วยบ่อซืน หมู่ 1,3 และ  4 , 3.ต.ชมเจริญ 2 ,3 และ 6 ประชาชนได้รับผลกระทบ ประมาณ 100 หลังคาเรือน พื้นที่การเกษตร ข้าวโพด บ่อปลา ได้รับความเสียหายบางส่วน ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและผู้เสียชีวิต 

การให้ความช่วยเหลือ นายอำเภอเมืองเลย นายอำเภอเชียงคาน นายอำเภอปากชม องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นพื้นที่ พมจ.เลย สนง.ปภ.จ.เลย ปกครองจังหวัดเลย มทบ.28 รพ. ค่ายศรีสองรัก นพค.23 ร้อย ตชด.246 ตำรวจน้ำเชียงคาน สภ. นาดินดำ บก.อสจ.เลย สสอ.พื้นที่ กองกำลังทหารพราน มูลนิธิสว่างคีรีธรรม จิตอาสา บูรณาการร่วมช่วยเหลือประชาชน เคลื่อนย้ายผู้ป่วยติดเตียง อพยพสัตว์เลี้ยง ขณะนี้ระดับน้ำลดลงเกือบปกติแล้ว รายละเอียดอื่นจะรายงานให้ทราบต่อไป

จ.อุดรธานี ฝนตกต่อเนื่อง เกิดน้ำป่าหลายจุด


ที่มาภาพ: สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์

นายวันชัย จันทร์พร รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี พร้อมด้วยนายวิสูติ ซื่อพัฒนะ นายอำเภอน้ำโสม ลงพื้นที่ตรวจสภาพน้ำและอำนวยการแก้ไขปัญหาน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่อำเภอน้ำโสม จังหวัดอุดรธานี เนื่องจากอิทธิพลของพายุโซนร้อนซินลากู โดยพบว่ามีสะพานและฝายชำรุดหลายแห่ง ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการจัดหาราวเหล็กมาพาดลำห้วย ทำเป็นสะพานให้ประชาชนได้สัญจรชั่วคราว พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการเข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัยต่อไป

นายวิสูติ ซื่อพัฒนะ นายอำเภอน้ำโสม ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัยอำเภอน้ำโสม กล่าวว่า ในช่วงเช้าได้มอบหมายให้นายศักดิ์ชัย ราตรี ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง นำสมาชิกกองอาสารักษาดินแดนอำเภอน้ำโสม ออกตรวจสอบเหตุอุทกภัย และให้การช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในพื้นที่ลุ่มน้ำห้วยโสม ท้องที่บ้านนาเมืองไทย , บ้านน้ำปด ตำบลน้ำโสม และบ้านท่าโสม ตำบลศรีสำราญ ในการขนย้ายสิ่งของและให้การช่วยเหลือด้านอื่นๆ ที่ประชาชนต้องการ พร้อมแจ้งให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ประกาศแจ้งเตือนประชาชนในเขตตำบลโสมเยี่ยมและตำบลศรีสำราญ เพื่อเฝ้าระวังเหตุน้ำป่าไหลหลาก ตามที่ส่วนอุทกวิทยาที่ 2 อุดรธานี ได้แจ้งเตือนล่วงหน้า

ทั้งนี้ ส่วนอุทกวิทยาที่ 2 อุดรธานี กรมอุตุนิยมวิทยา ได้ทำหนังสือแจ้งเตือนสถานการณ์น้ำในพื้นที่อำเภอน้ำโสมและอำเภอนายูง ลงวันที่ 2 สิงหาคม 2563 โดยสถานีเตือนภัยล่วงหน้าบ้านโสมเยี่ยม ตำบลน้ำโสม อำเภอน้ำโสม สถานีเตือนภัยล่วงหน้าบ้านนาเมืองทอง ตำบลโนนทอง อำเภอนายูง และสถานีเตือนภัยล่วงหน้าบ้านแค ตำบลนาแค อำเภอนายูง ได้ส่งสัญญาณเตือนภัยสีเหลือง (เตรียมพร้อม) ถ้ามีฝนตกต่อเนื่อง จะทำให้มีปริมาณน้ำฝนสะสมเป็นจำนวนมาก อาจทำให้เกิดอุทกภัยน้ำท่วมบ้านเรือนประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ต่ำได้

ฝนตกหนัก 'น่าน-ลำปาง' น้ำท่วมหลายพื้นที่


ที่มาภาพ: สำนักข่าวไทย

นายวรกิตติ ศรีทิพากร ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน กำชับทุกพื้นที่เฝ้าระวังฝนตกหนักในระยะนี้จากอิทธิพลของพายุซินลากู โดยให้เตรียมพร้อมทั้งกำลังบุคลากรและอุปกรณ์ที่สามารถเข้าช่วยเหลือพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วมหรือน้ำป่าไหลหลากได้ทันที ซึ่งขณะนี้มีฝนตกต่อเนื่องทั่วทุกพื้นที่ของจังหวัดน่านปริมาณฝนสะสม 24 ชั่วโมง พบว่าหน่วยศึกษาการพัฒนาการอนุรักษ์ต้นน้ำน้ำคาง อ.ท่าวังผา วัดได้ 166.8 มิลลิเมตร ต้นน้ำห้วยมัด อ.ปัว 109.8 มิลลิเมตร หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติแม่จริม อ.แม่จริม 97.2 มิลลิเมตร อ่างเก็บน้ำห้วยยาง อ.สันติสุข 90.6 มิลลิเมตร ขณะเดียวกันนายสุรพล เธียรสูตร นายกเทศมนตรีเมืองน่าน ได้ให้เจ้าหน้าที่เร่งติดตั้งเครื่องสูบน้ำ เพื่อป้องกันน้ำท่วมจุดสำคัญบริเวณแยกโรงเรียนสตรีศรีน่าน

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ที่ อ.เวียงสา น้ำป่าหลากท่วมถนนทางเข้าหมู่บ้านห้วยหลอด ต.ยาบหัวนา ระดับน้ำสูง 70 เซนติเมตร บางจุดไหลเชี่ยว ส่วน อ.เมือง แม่น้ำน่านล้นตลิ่งท่วมชุมชนบ้านนาผา ต.กองควาย บางครัวเรือนขนย้ายสิ่งของไม่ทัน รวมทั้ง อ.ภูเพียง น้ำป่าไหลหลากบ้านเมืองหลวง หมู่ 4 ต.เมืองจัง

ที่ จ.ลำปาง ฝนตกสะสมเขตอุทยานแห่งชาติดอยหลวง น้ำป่าไหลบ่ามาตามลำคลองเอ่อท่วมบ้านเรือนริมฝั่งกว่า 50 หลังคาเรือน 2 หมู่บ้าน ต.วังเหนือ คือ หมู่ 3 บ้านปงถ้ำ หมู่ 7 บ้านปงทอง ซึ่งทั้งสองหมู่บ้านเป็นหมู่บ้านท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ผู้นำชุมชนแจ้งเตือนชาวบ้านรับมือไว้อีกระยะ เนื่องจากตลอดทั้งวันยังมีฝนตกเป็นช่วง

ถนนสายเชียงใหม่-เชียงราย รถไม่สามารถวิ่งผ่านได้หลายจุด

พ.ต.ท.ศุภชัย จันทรา รองผู้กำกับการกลุ่มงานจราจร ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า ได้รับแจ้งจากสถานีตำรวจภูธรดอยสะเก็ด ว่า บริเวณ ทล. 118 กม. ที่ 37 บ้านแม่หวาน ตำบลป่าเมี่ยง อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ มีน้ำท่วมขังสูง รถไม่สามารถวิ่งผ่านได้ รวมทั้งได้รับแจ้งจากจุดตรวจด่านแม่โถ อำเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย ว่าถนนสายเชียงใหม่ ดอยสะเก็ด ดอยนางแก้ว แม่ขะจาน บริเวณลำน้ำแม่ลาว อำเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย กม.ที่ 58+679 และ กม.61+632 มีน้ำป่าเอ่อล้นท่วมขังบนผิวจราจร รถไม่สามารถวิ่งผ่านได้ รวมถึงถนนสายแม่ขะจาน วังเหนือ ที่รถยังไม่สามารถวิ่งผ่านได้เช่นเดียวกัน

ทั้งนี้ แขวงทางหลวงเชียงใหม่ที่ 2 ได้แจ้งว่าขณะนี้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกำลังได้เร่งดำเนินการแก้ไขอย่างเร่งด่วน หากประชาชนต้องการเดินทางจากจังหวัดเชียงใหม่ ไปยังจังหวัดเชียงราย สามารถใช้เส้นทางอื่นเพื่อเดินทางจากเชียงใหม่ ไปพะเยา และเชียงรายได้ 3 เส้นทาง ดังนี้ เส้นทางที่ 1 เชียงใหม่(ทล.11) - ลำพูน - ลำปาง (ทล.1) - พะเยา - เชียงราย ระยะทางประมาณ 350 กิโลเมตร เส้นทางที่ 2 เชียงใหม่ (ทล.1001) - พร้าว (ทล.1150) - เวียงป่าเป้า - แม่สรวย - เชียงราย ระยะทางประมาณ 250 กม. และเส้นทางที่3 เชียงใหม่ (ทล.107) - ฝาง(ทล.109) - แม่สรวย (ทล.118) - เชียงราย ระยะทาง ประมาณ 280 กม. ทดแทนเส้นทางดังกล่าวไปพรางก่อน โดยในช่วงที่มีฝนตกหนักและน้ำป่าไหลหลากแนะนำให้ประชาชนลดความเร็วในการขับขี่ ใช้ความระมัดระวังและปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด รวมถึงวางแผนในการเดินทางไว้ด้วย หากดำเนินการแก้ไขเส้นทางแล้วเสร็จและเปิดใช้เส้นทางได้จะมีการแจ้งให้ประชาชนทราบต่อ

ระนองอ่วมจากอิทธิพลพายุซินลากู พัดบ้านพังเสียหายหลายจุด


ที่มาภาพ: คลื่นข่าววิทยุ FM 100.5 MCOT News Network

จ.ระนอง เกิดฝนตกหนักลมพัดแรงจากอิทธิพลพายุโซนร้อนซินลากู ทำให้ต้นไม้ล้มและบ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหายหลายจุดทั้งในพื้นที่อำเภอเมืองระนอง และอำเภอต่างๆ  โดยนายจตุพจน์ ปิยัมปุตระ ผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง พร้อมด้วยนายบันลือ แซ่ตัน นายกเทศมนตรีตำบลปากน้ำ  และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ได้ลงพื้นที่เกาะคณฑี ตำบลปากน้ำ หลังได้รับแจ้งว่าบ้านเรือนประชาชนโดนพายุฝนกระหน่ำเสียหายเกือบ 30 หลังคาเรือน ส่วนใหญ่หลังคาบ้านพัง กระเบื้องปลิว ซึ่งขณะนี้ทางเทศบาลตำบลปากน้ำ ได้เข้าสำรวจความเสียหายแล้ว

ขณะที่ในพื้นที่อำเภอเมืองระนอง มีเหตุต้นไม้ล้ม หลังคาบ้านปลิวหลายสิบหลังคาเรือนเช่นกัน โดยเจ้าหน้าที่เทศบาลเมืองระนองได้ลงพื้นที่ดำเนินการให้ความช่วยเหลือ ส่วนที่หัวท่า บ้านบางกล้วยนอก อำเภอสุขสำราญ มีบ้านเรือนได้รับผลกระทบจากพายุลมแรงได้รับความเสียหาย 3 หลังคาเรือน โดยจังหวัดระนองได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และท้องถิ่นลงพื้นที่เร่งให้ความช่วยเหลือชาวบ้านแล้ว 

สำหรับสถานการณ์วาตภัยในพื้นที่ จ.ระนอง ที่เกิดขึ้น มีพื้นที่ได้รับความเสียหาย 21 ตำบล 51 หมู่บ้าน 240 ครัวเรือน ประกอบด้วย อำเภอเมืองระนอง 9 ตำบล 20 หมู่บ้าน 151 ครัวเรือน อำเภอกระบุรี 4 ตำบล 11 หมู่บ้าน 17 ครัวเรือน  อำเภอละอุ่น 2 ตำบล 3 หมู่บ้าน 7 ครัวเรือน อำเภอกะเปอร์ 4 ตำบล 4 หมู่บ้าน 7 ครัวเรือน อำเภอสุขสำราญ 2 ตำบล 13 หมู่บ้าน 58 ครัวเรือน 

พะเยา ฝนตกไม่หยุด น้ำป่าทะลัก หลายหมู่บ้านเสียหาย


ที่มาภาพ: ข่าวสด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในพื้นที่ จ.พะเยา ได้เกิดฝนตกอย่างหนัก ในหลายพื้นที่ตั้งแต่ช่วงเช้าจนถึงเย็นยังไม่มีวี่แววจะเบาลงแต่อย่างใด ส่งผลให้เกิดน้ำป่าไหลหลาก และน้ำท่วมบ้านเรือนประชาชน

โดยเฉพาะในพื้นที่หมู่ 9 บ้านนาบัว ต.สระ อ.เชียงม่วน ฝนที่ถล่มและน้ำป่าที่ทะลัก สร้างความเสียหายให้กับถนนภายในบริเวณหมู่บ้านอย่างหนัก

ทั้งนี้กระแสน้ำได้พัดอย่างเชี่ยวกราก ทำให้ถนนภายในบริเวณหมู่บ้านได้รับความเสียหาย รวมทั้งท่อประปาถูกน้ำพัดเสียหายหลายจุด นอกจากนั้นกระแสน้ำยังได้พัดเอาเศษไม้และวัสดุ เข้าปิดทางน้ำหลายจุด ทำให้น้ำหลายจุดระบายไม่ทัน

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมล่าสุด เวลา 18.00 น. ในยังไม่มีทีท่าจะเบาลงอย่างใด และยังคงตกลงมาอย่างต่อเนื่อง

ที่มาเรียบเรียงจาก: สำนักข่าวไทย [1] [2] [3] | สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ [1] [2] [3] | คลื่นข่าววิทยุ FM 100.5 MCOT News Network | ข่าวสด

 

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์