5 องค์กรทางกฎหมาย จับตาการใช้อำนาจรัฐและหน่วยงานยุติธรรม

5 องค์กรทางกฎหมาย จับตาการใช้อำนาจของรัฐบาลและหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรม ในกรณีการใช้สิทธิเสรีภาพของประชาชนในการชุมนุมและแสดงความคิดเห็น

15 ส.ค. 2563 เพจสมาคมนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน ได้เผยแพร่แถลงการณ์ 5 องค์กรทางกฎหมาย จับตาการใช้อำนาจของรัฐบาลและหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรม ในกรณีการใช้สิทธิเสรีภาพของประชาชนในการชุมนุมและแสดงความคิดเห็น โดยระบุว่าตามที่ปัจจุบันได้มีการจัดกิจกรรมชุมนุมแสดงออกของนักเรียน นักศึกษา และประชาชน เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องและกว้างขวางทั่วประเทศ อาทิ กลุ่มเยาวชนปลดแอกจัดการชุมนุมที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 18 ก.ค. 2563 โดยมีข้อเรียกร้อง 3 ประการ คือ 1. ประกาศยุบสภา 2. รัฐหยุดคุกคามประชาชน 3. ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ กลุ่มมหานครเพื่อประชาธิปไตยและกลุ่มมอกะเสด จัดกิจกรรม #เสกคาถาปกป้องประชาธิปไตย ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2563 และกลุ่มธรรมศาสตร์และการชุมนุม จัดกิจกรรม #ธรรมศาสตร์จะไม่ทน ที่ลานพญานาค มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต เมื่อวันที่ 10 ส.ค. 2563 อันเป็นการใช้สิทธิเสรีภาพตามที่รัฐธรรมนูญรับรองคุ้มครองไว้ แต่ตลอดระยะเวลาประมาณ 1 เดือนที่ผ่านกลับปรากฏข่าวเจ้าหน้าที่รัฐปฏิบัติการข่มขู่คุกคามนักเรียน นักศึกษาและประชาชนที่เกี่ยวข้องกับการชุมนุมด้วยวิธีการต่างๆ เช่น ติดตามเยี่ยมบ้าน, ติดตามไปที่หอพัก, การควบคุมตัว ปรับทัศนคติ, การแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ที่ปราศรัยในกิจกรรมชุมนุม เช่นกรณีนายอานนท์ นำภา นายภาณุพงศ์ จาดนอก และนายพริษฐ์ ชีวารักษ์ ที่มีการออกหมายจับโดยไม่ออกหมายเรียก หรือกรณีที่มีข่าวจะมีการควบคุมตัวนักศึกษาที่ขึ้นปราศรัยจากบริเวณที่พัก นับรวมได้อย่างน้อย 78 กรณีนั้น

สมาคมนักกฎหมายสิทธิมนุษยชนในฐานะองค์กรทางกฎหมายที่มีวัตถุประสงค์ในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชน การใช้กฎหมายบนพื้นฐานการเคารพหลักนิติธรรม หลักสิทธิมนุษยชน และสิทธิในกระบวนการยุติธรรมในสังคมไทย เห็นว่ากิจกรรมชุมนุมของนักเรียน นักศึกษาและประชาชนที่เกิดขึ้นเป็นการใช้เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น เสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธ ซึ่งได้รับการรับรองและคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 มาตรา 34 และมาตรา 44 และเป็นการใช้สิทธิเสรีภาพภายใต้กรอบกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (ICCPR) ที่ประเทศไทยมีพันธกรณีต้องเคารพและปฏิบัติตาม และเป็นหลักการสำคัญในการปกครองระบอบประชาธิปไตยเพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน อันเป็นวิถีทางปกติในสังคมประชาธิปไตย โดยเจ้าหน้าที่รัฐมีหน้าที่ในการอำนวยความสะดวกและคุ้มครองดูแลความปลอดภัยแก่ประชาชนผู้ชุมนุมและสาธารณชนทั่วไปเพื่อให้การใช้เสรีภาพการชุมนุมและแสดงความคิดเห็นสามารถเกิดขึ้นได้จริงโดยปราศจากความรุนแรงและการข่มขู่คุกคาม และรัฐต้องเลือกใช้วิธีการควบคุมดูแลที่กระทบต่อสิทธิเสรีภาพของประชาชนน้อยที่สุด โดยในกรณีหากจำเป็นต้องมีการควบคุมตัวและดำเนินคดีกับผู้ชุมนุมที่ถูกกล่าวหาว่าฝ่าฝืนกฎหมาย เจ้าหน้าที่รัฐต้องคำนึงถึงสิทธิของผู้ต้องหาที่จะได้รับการแจ้งข้อกล่าวหา สิทธิที่จะมีทนายความและพบญาติ สิทธิในการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมที่สะดวกรวดเร็วและเป็นธรรม และสิทธิที่จะได้รับการสันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ อันเป็นสิทธิในกระบวนการยุติธรรมทางอาญาขั้นพื้นฐานที่เจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องต้องเคารพและให้ความคุ้มครองแก่ประชาชนทุกคนด้วย

การที่เจ้าหน้าที่รัฐกระทำการหรือมีพฤติการณ์ข่มขู่คุกคามนักเรียน นักศึกษา และประชาชนผู้ออกมาใช้สิทธิเสรีภาพการแสดงความคิดเห็นและการชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธตามที่รัฐธรรมนูญรับรองและคุ้มครอง เป็นการลดทอนขัดขวางการมีส่วนร่วมสร้างประชาธิปไตยของประชาชน ละเมิดสิทธิพลเมืองและละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างชัดแจ้ง สมาคมนักกฎหมายสิทธิมนุษยชนและองค์กรสิทธิมนุษยชนดังมีรายชื่อแนบท้าย จึงขอเรียกร้องไปยังรัฐบาล เจ้าหน้าที่รัฐและหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรม ดังนี้

1.รัฐบาล เจ้าหน้าที่รัฐ และหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรม ต้องเคารพต่อสิทธิมนุษยชนและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ต้องรับรองและคุ้มครองการใช้สิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและการชุมนุมโดยสงบปราศจากอาวุธของประชาชนทุกกลุ่ม ยุติการใช้อำนาจและกระบวนการยุติธรรมข่มขู่คุกคามนักเรียน นักศึกษา และประชาชน โดยเฉพาะผู้ที่เห็นต่างจากรัฐ ในทุกรูปแบบโดยทันที

2.รัฐบาล เจ้าหน้าที่รัฐ และหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรม ต้องร่วมกันทำหน้าที่อำนวยความสะดวกและดูแลให้ประชาชนสามารถใช้สิทธิเสรีภาพการชุมนุมและการแสดงความคิดเห็นทำกิจกรรมในพื้นที่สาธารณะได้อย่างปลอดภัย และต้องปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายด้วยความเป็นธรรมโดยคำนึงถึงการคุ้มครองสิทธิในกระบวนการยุติธรรมตามหลักสิทธิมนุษยชนด้วย

3.สมาคมนักกฎหมายสิทธิมนุษยชนและองค์กรที่มีรายชื่อแนบท้ายจะติดตามเฝ้าระวังการใช้อำนาจของรัฐบาล เจ้าหน้าที่รัฐ และหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรม ต่อผู้ชุมนุมอย่างใกล้ชิด และจะไม่ยอมให้มีการใช้อำนาจกระทำละเมิดต่อสิทธิเสรีภาพของประชาชนเกิดขึ้นอีก

ด้วยเคารพต่อสิทธิเสรีภาพของประชาชนและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์
15 ส.ค. 2563

องค์กรแนบท้าย

1. สมาคมนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน (Human Rights Lawyers Association)
2. ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน (THAI LAWYERS FOR HUMANRIGHT)
3. มูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม (ENLAWTHAI Foundation)
4. มูลนิธิศูนย์ข้อมูลชุมชน (Community Resource Centre Foundation)
5. มูลนิธิผสานวัฒนธรรม (Cross Culture Foundation)

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

พื้นที่ประชาสัมพันธ์