ประเมินกำแพง 'ทรัมป์' ทำลายระบบนิเวศแอริโซนา

มีการประเมินว่ากำแพงที่รัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์ พยายามสร้างที่แถบตะวันตกเฉียงใต้ของรัฐแอริโซนา ก่อให้เกิดความเสียหายทางสิ่งแวดล้อมอย่างไรบ้าง ในขณะที่ช่วงปลายรัฐบาลมีการเร่งสร้างกำแพงมากขึ้นกว่าเดิมก่อนที่ 'โจ ไบเดน' ผู้ชนะการเลือกตั้งคนต่อไปจะสาบานตนเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีในปีหน้า

แฟ้มภาพโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาแถลงที่กระทรวงป้องกันมาตุภูมิ เมื่อ 25 มกราคม 2017 (ที่มา: U.S. Department of Homeland Security (DHS)/Wikipedia)

ณ หุบเขากัวดาลูเป รัฐแอริโซนา มีกลุ่มคนงานจุดไดนาไมท์เพื่อระเบิดภูเขาเอาไว้เร่งสร้างกำแพงภายใต้คำสั่งของรัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์ ก่อนที่เขาจะหมดสมัยการดำรงตำแหน่งภายในเดือน ม.ค. นี้ แต่การพยายามสร้างกำแพงความสูง 9 เมตรกั้นแนวชายแดนแอริโซนาและนิวเม็กซิโกก็เปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์ของพื้นที่หุบเขา มีการทำลายยอดเขา และเจาะรูไปตามพื้นที่เหล่านี้

ทรัมป์เริ่มสร้างกำแพงในพื้นที่เหล่านี้มาตั้งแต่ปี 2562 ส่วนใหญ่แล้วใช้พื้นที่แหล่งพักพิงของสัตว์ป่าและอาณาเขตของชนพื้นเมืองในแอริโซนาและนิวเม็กซิโกที่สำนักงานจัดการที่ดินของสหรัฐฯ อ้างสิทธิเหนือพื้นที่เหล่านี้เพราะต้องการหลีกเลี่ยงการต่อสู้ทางกฎหมายกับพื้นที่เอกชนในรัฐเท็กซัส

แต่การเตรียมการสร้างกำแพงก็ส่งผลเสียหายทางสิ่งแวดล้อม ทำให้สัตว์ไม่สามารถเดินทางย้ายถิ่นฐานได้อย่างอิสระ สร้างรอยแผลให้กับภูเขาที่มีลักษณะเฉพาะและทำลายพื้นที่ทะเลทรายในแบบที่นักสิ่งแวดล้อมกลัวว่าจะไม่สามารถฟื้นฟูกลับคืนมาได้ ในขณะที่รัฐบาลอ้างเรื่องการปกป้องความมั่นคงในชาติมาละเมิดกฎหมายสิ่งแวดล้อม

หน่วยงานศุลกากรและป้องกันเขตแดนของสหรัฐฯ ออกแถลงการณ์ในวันที่ 18 ธ.ค. ที่ผ่านมาว่าพวกเขากำลังทำงานร่วมกับกรมอุทยานแห่งชาติและหน่วยงานอื่นๆ เพื่อลดความเสียหายในพื้นที่ก่อสร้าง เช่น การไม่ใช้น้ำบนดินภายในระยะ 8 กม. จากน้ำพุคิวโตบาคิวโตในอุทยานออร์แกนไปป์ ซึ่งเป็นพื้นที่มีสัตว์ป่าใกล้สูญพันธุ์อย่างเต่าโคลนโซนอยตา นอกจากนี้ยังบอกว่ามีการปลูกต้นกระบองเพชรทดแทนแบบย้ายที่ได้ รวมถึงหาช่องทาง 43 แห่งที่สัตว์เล็กใช้เดินทางข้ามเขตแดนแอริโซนาเพื่อจัดสร้างอุโมงค์รูปแบบใดรูปแบบหนึ่งให้กับสัตว์เหล่านี้

กลุ่มนักสิ่งแวดล้อมหวังว่าผู้ชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีคนใหม่ที่กำลังรอสาบานตนเข้ารับตำแหน่งอย่างเป้นทางการ โจ ไบเดน จะหยุดยั้งการสร้างกำแพงเหล่านี้ แต่มันก็อาจจะเป็นเรื่องยากและราคาแพงที่จะถอดการสร้างกำแพงเหล่านี้อย่างเร่งด่วน และอาจจะทำให้ยังคงมีเสาตอกอยู่ที่ชายแดนที่มีความอ่อนไหว

นักสิ่งแวดล้อมระบุว่าสิ้งที่โครงการกำแพงนี้ก่อความเสียหายให้มากที่สุดคือต้นกระบองเพชรที่ถูกทำลายในทะเลทรายตะวันตก แอ่งน้ำที่แห่งผากลงเป็นการทำให้พันธุ์ปลาในหุบเขาตะวันออกเสี่ยงสูญพันธุ์ นอกจากนี้การก่อสร้างยังปิดกั้นแม่น้ำปราศจากเขื่อนสายใหญ่แหล่งสุดท้ายของฝั่งตะวันตกเฉียงใต้ของสหรัฐฯ กำแพงยังจะทำให้สัตว์จำพวกเต่า, แมวป่าโอซีล็อต และนกฮูกพันธุ์ที่เล็กที่สุดในโลก

แรนดี เซอร์รากลิโอ จากศูนย์เพื่อความหลากหลายทางชีวภาพในทัสคอนกล่าวว่าภูมิทัศน์ที่เชื่อมกันเป็นแนวยาวระหว่างประเทศเม็กซิโกและสหรัฐฯ ถูกทำให้กลายเป็นดินแดนร้างจากการก่อสร้าง

ไมเลส ทราฟาเกน จากหน่วยงานอนุรักษ์สัตว์แห่งชาติสหรัฐฯ ซานเบอร์นาดิโนกล่าวว่ากล้องสามารถจับภาพการเคลื่อนย้ายของสัตว์ต่างๆ ลดลงไปถึงร้อยละ 90 หลังมีการสร้างกำแพงในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นสัตว์จำพวกสิงโตภูเขา, แมวป่าบ็อบแคท และตัวจาเวลินาที่มีลักษณะคล้ายหมู เรื่องนี้กลายเป็นการขัดขวางประวัติศาสตร์วิวัฒนาการสัตว์ในอเมริกาเหนือ

นักสิ่งแวดล้อมยังประเมินอีกว่านับตั้งแต่มีการสร้างกำแพงนี้ในปี ต.ค. เป้นต้นมามีการใช้น้ำจากผิวดินในระแวกนั้นไปแล้วหลายล้านแกลลอนซึ่งนำไปใช้ผสมซีเมนต์และล้างถนนเปื้อนฝุ่น การใช้น้ำมากขนาดนี้จะส่งผลต่อระบบนิเวศเช่นสัตว์จำพวกปลาหรือสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ

รัฐบาลทรัมป์เคยบอกว่าพวกเขาสร้างกำแพงเสร็จไปแล้วราว 692 กม. และสัญญาว่าจะสร้างให้ถึง 725 กม. ภายในสิ้นปีนี้ โดยตั้งงบประมาณไว้ถึง 15,000 ล้านดอลลาร์ (ราว 450,000 ล้านบาท)

เจ้าหน้าที่ด้านการเปลี่ยนผ่านทางอำนาจไปสู่รัฐบาลไบเดนกล่าวว่าไบเดนจะทำตามที่เขาให้สัญญษไว้ในการหาเสียงคือจะไม่มีการสร้างกำแพงต่ออีก "แม้แต่ฟุตเดียว" แต่ยังไม่แน่ชัดว่าเขาจะหยุดการก่อสร้างกำแพงอย่างไร แต่เป็นไปได้ว่าจะปล่อยให้กำแพงมีไว้ทั้งอย่างนั้น ทำให้รัฐบาลต้องจ่ายชดเชยค่าไม่ทำตามสัญญาจัดจ้าง และทำให้ผู้ที่คิดว่ากำแพงมีความสำคัญต่อความปลอดภัยของพรมแดนไม่พอใจ

อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ของไบเดนกล่าวว่าการสร้างกำแพงนั้นไม่ได้ช่วยอะไรเลยในเรื่องการสกัดกั้นโจรขโมยหรือแก๊งอาชญากรรมที่ต้องการฉวยโอกาสข้ามเขตแดน ความปลอดภัยจะมาจากการคัดกรองเขตแดนอย่างชาญฉลาดเช่นการพัฒนาอุปกรณ์การคัดกรองคนเข้าเมืองให้ดีขึ้นมากกว่า

เรียบเรียงจาก

Damage from border wall: blown-up mountains, toppled cactus, KOAA News, 20-12-2020

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์