ญาติสยาม-วันเฉลิม เข้าทวงถามหน่วยงานรัฐ ปมคืบหน้าสอบสวนการสูญหาย

แม่และพี่สาวของสยาม ธีรวุฒิ และพี่สาวของวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ ผู้ลี้ภัยที่สูญหายขณะลี้ภัยในต่างประเทศ เดินทางเข้ายื่นหนังสือต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) และสำนักงานอัยการสูงสุด เพื่อทวงถามความคืบหน้าการสืบสวน อธิบดี DSI ชี้ กำลังทำข้อเท็จจริงให้ปรากฏ 

สิตานันท์ สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ มอบเอกสารให้กับ พ.ต.ท. กรวัชร์ ปานประภากร อธิบดี DSI

2 มิ.ย. 2564 ที่สำนักงานกรมสอบสวนคดีพิเศษ ถ.แจ้งวัฒนะ กัญญา และสรัญญา ธีรวุฒิ ญาติของสยาม ธีรวุฒิ และสิตานัน สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ พี่สาวของวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ ร่วมกับทีมนักกฎหมายจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนและมูลนิธิผสานวัฒนธรรม เดินทางเข้าพบ พ.ต.ท.กรวัชร์ ปานประภากร อธิบดี DSI เพื่อทวงถามความคืบหน้าของการค้นหาความจริงกรณีการหายตัวไปของสองผู้ลี้ภัย

เมื่อยื่นหนังสือเสร็จ กรวัชร์ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวว่า ในกรณีของวันเฉลิม ขณะนี้ DSI ได้เร่งรัดคณะทำงานให้พยายามเร่งรัดทำข้อเท็จจริงให้ปรากฏ เพราะกระบวนการสอบสวนตามประมวลวิธีพิจารณาความอาญา ถ้าเหตุเกิดที่ต่างประเทศ ทางอัยการสูงสุดจะเป็นหัวหน้าพนักงานสอบสวน ลักษณะเป็นไปในแบบเดียวกันกับกรณีของสยามที่อ้างว่ามีการหายตัวไปหลายปีแล้ว 

กรวัชร์ไม่ตอบคำถามเรื่องตัวตนของวันเฉลิมในนาม “ซก เฮง (Sok Heng)” ดังที่ปรากฏในพาสปอร์ตกัมพูชาที่สิตานันยื่นเป็นหลักฐานให้กับศาลกัมพูชาและหน่วยงานที่รับผิดชอบในไทย

“กำลังทำรายละเอียดเรื่องนี้อยู่ เรื่องบางเรื่องก็คงจะไม่เอามาพูดในที่สาธารณะ กำลังทำข้อมูลข้อเท็จจริงให้ปรากฎ”

“กำลังเร่งรัดให้คณะทำงานเชื่อมโยง และทำเรื่องของเอกสารที่ได้นำมายื่น และข้อเท็จจริงในเรื่องที่ได้ถาม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องพาสปอร์ต เรื่องอะไร ยังทำรายละเอียดตรงนี้อยู่ ถ้ามีรายละเอียดที่พูดได้จะนำมาบอกกับสื่อมวลชน” กรวัชร์กล่าว

สุรพงษ์ กองจันทึก ประธานมูลนิธิผสานวัฒนธรรม หนึ่งในคณะของมูลนิธิที่มาด้วยวันนี้กล่าวว่า โดยหลักการ รัฐไทยมีหน้าที่ดูแลทุกคนที่มีสัญชาติไทยไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็ตาม แต่การหายตัวไปของผู้ลี้ภัยขณะอยู่ต่างประเทศ หรือระหว่างการเดินทางกลับมาไทย กลับไม่มีความคืบหน้าและชัดเจนในการสืบสวนสอบสวนเลย และการหายตัวไปของคนเหล่านี้มีข้อมูลชี้ว่าเกิดจากการกระทำอย่างเป็นขบวนการ มีคนเกี่ยวข้องจำนวนมาก กระบวนการเหล่านี้ทำให้การสืบสวนสอบสวนหาผู้กระทำผิดได้ยาก ในทางระหว่างประเทศถือว่าเป็นการบังคับให้บุคคลสูญหายซึ่งเป็นเรื่องใหญ่

สุรพงษ์เรียกร้องให้ร่าง พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย ที่ขณะนี้มีทั้งหมด 4 ร่างฯ ที่กำลังจะเข้าสู่การพิจารณาของสภา ได้แก่ฉบับของ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐร่วมกับพรรคก้าวไกล ฉบับของ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ฉบับของ ส.ส.พรรคประชาชาติ และฉบับของรัฐบาลโดยกระทรวงยุติธรรม ให้ได้รับการเร่งดำเนินการพิจารณาร่างฯ โดยเร็ว และเป็นไปตามหลักการที่จะคุ้มครองประชาชน

สรัญญา ธีรวุฒิ น้องสาวของสยาม กล่าวว่าความคืบหน้าของการตามหาชะตากรรมของสยามยังไม่มีความคืบหน้า ทั้งจากทาง DSI และกลไกระหว่างประเทศ ปัจจุบันได้ให้ข้อมูลกับทาง DSI เป็นหนังสือไปแล้ว 

“เขา (DSI) แค่มาสอบถามข้อมูลเราเฉยๆ ยังไม่ได้สืบสวนอะไรมากมายเลย แค่มาถามข้อมูลเราพิ้นฐาน ที่ว่าหายไปเมื่อไหร่ อะไรยังไง ยังไม่ได้ค้นหาอะไรเลย”

“มันก็ดูล่าช้า ก็ผ่านมาแล้วสองปี ก็ยังไม่ได้มีความคืบหน้าอะไร มันน่าจะมีความคืบหน้ามากกว่านี้หลังจากสองปีที่ผ่านมา”

“เราก็มีความหวังนะ ว่าสักวันหนึ่งจะได้เจอ จะได้พบกับสยามอีกครั้งหนึ่ง ถึงมันจะไม่ได้มีความหวังอะไรมากมายขนาดนั้น” สรัญญากล่าว

ในช่วงบ่าย สิตานันและทีมงานมูลนิธิผสานวัฒนธรรมได้เดินทางไปยังสำนักงานอัยการสูงสุด ถ.รัชดาภิเษก เพื่อยื่นหนังสือสอบถามความคืบหน้าเช่นกัน โดยชาญชัย ชลานนท์นิวัฒน์ รองอธิบดีอัยการสูงสุด เป็นผู้รับหนังสือ

หลังรับหนังสือ ชาญชัยกล่าวว่า ได้มีการประสานไปทางกัมพูชาเพื่อสอบถามว่ามีความผิดที่เกิดขึ้นที่กัมพูชาหรือไม่ ปรากฏว่า ขณะนี้ต้องรอข้อเท็จจริงจากทางกัมพูชา ถ้าหากศาลระบุว่ามีคดีอาญาเกิดขึ้นแล้ว ทางสำนักงานอัยการสูงสุดจึงจะดำเนินการต่อไป

“เท่าที่ทราบตอนี้ ทางศาลกัมพูชากำลังไต่สวนอยู่ เรารอตรงนี้ ถ้าเกิดว่าผลจากการไต่สวนออกมาว่ามีการสูญหายไป คือมีควาผทิดเกิดขึน้ที่นั่น กระบวนการก็จะดำเนินต่อไปได้” 

“เราต้องการอย่างเดียวเลยว่า มันมีความผิดอาญาเกิดขึ้นที่กัมพูชาแล้วหรือไม่” ชาญชัยกล่าว

สิตานันกล่าวว่า วันนี้ได้ยื่นหลักฐานทวงความคืบหน้าคดี ซึ่งต้องติดตามทั้งที่ DSI และสำนักงานอัยการสูงสุด เพื่อไม่ให้มีการโยนงานกันไปมา แต่ก็ยังไม่เห็นว่ามีความคืบหน้า หลักฐานก็ต้องเป็นผู้เสียหายที่ไปหามาเอง จึงมีคำถามถึงการทำงานของอัยการและหน่วยงานรัฐต่อความไม่เคลื่อนไหวที่เกิดขึ้น

อนึ่ง วันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ นักกิจกรรมชาวไทยที่อยู่ระหว่างลี้ภัยหายตัวไปจากด้านนอกแม่โขง การ์เดน คอนโดมิเนียม ที่อยู่อาศัยของเขาในกรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชาเมื่อ 4 มิ.ย. 2563 จนถึงปัจจุบัน พี่สาวและครอบครัวยังคงไม่ทราบชะตากรรมของวันเฉลิม แม้จะยื่นเรื่องให้มีการสืบสวนการหายไปทั้งในไทยและกัมพูชา

ในกรณีของสยาม มีการรายงานการหายตัวไปเมื่อ 8 พ.ค. 2562 โดยภาคีไทยเพื่อสิทธิมนุษยชน ที่ออกแถลงการณ์ระบุว่า สยาม ธีรวุฒิ ชูชีพ ชีวะสุทธิ์และ กฤษณะ ทัพไทย ผู้ลี้ภัยชาวไทยถูกจับกุมที่ประเทศเวียดนามมาระยะหนึ่งและถูกส่งตัวกลับไทยแล้ว ปัจจุบันยังไม่มีข่าวคราวชะตากรรมของทั้งสาม โดยครอบครัวของสยามยังคงรำลึกถึงสยามและค้นหาความจริงต่อการหายตัวไปอย่างต่อเนื่อง

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

แสดงความคิดเห็น

ข่าวรอบวัน

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์