ศบค. เผยแนวโน้มติดโควิด-19 ลด แต่อัตราติดเชื้อในผู้มาตรวจยังสูงกว่า 30%

3 ก.ย. 2564 ศบค. แถลงสถานการณ์โควิด-19 พบผู้ติดเชื้อเพิ่ม 14,653 คน ตาย 271 คน แม้แนวโน้มการติดเชื้อจะลดลง แต่อัตราติดเชื้อสูงราว 30% ของผู้รับการตรวจแบบ RT-PCR รับที่ผ่านมาวัคซีนไม่พอ แต่เดือน ก.ย. จะดีขึ้น ขอแต่ละจังหวัดประสานฉีดวัคซีนเข็มที่ 2 กรณีคนต่างจังหวัดมาฉีดวัคซีนเข็มแรกที่บางซื่อ อนุญาตขนส่งสาธารณะให้บริการถึง 22.00 น. เฉพาะพนักงานที่ต้องทำความสะอาดหลังปิดร้าน

ติดเชื้อเพิ่ม 14,653 คน ตาย 271 คน

พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) แถลงสถานการณ์โควิด-19 ประจำวันที่ 3 ก.ย. 2564 ว่า พบผู้ติดเชื้อใหม่ 14,653 คน จากจำนวนผู้เข้ารับการตรวจเฉลี่ยต่อสัปดาห์ที่กรมควบคุมโรครายงาน 45,664 คน คิดเป็นอัตราการติดเชื้อประมาณ 32.09% ในจำนวนนี้เป็นผู้ติดเชื้อในประเทศ 14,395 คน ติดเชื้อจากต่างประเทศ 2 คน ติดเชื้อภายในเรือนจำ/ที่ต้องขัง 256 คน ผู้ป่วยยืนยันสะสม 1,249,140 คน ข้อมูลนี้ยังไม่รวมจำนวนผู้ติดเชื้อเข้าข่ายจากการตรวจโดยแอนติเจนเทสต์คิต (Antigen Test Kit-ATK) เป็นบวก ที่กรมควบคุมโรครายงานอีก 2,743 คน

สถิติจากกรมควบคุมโรค

สถิติจากกรมควบคุมโรค

ผู้เสียชีวิตเพิ่ม 271 คน เสียชีวิตสะสม 12,374 คน 90% ของผู้เสียชีวิต อายุมากกว่า 60 ปี หรือมีโรคเรื้อรัง มีผู้เสียชีวิตที่บ้านหรือเสียชีวิตระหว่างนำส่ง 3 คน

รายงานผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 วันที่ 3 ก.ย. 2564

รายงานผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 วันที่ 3 ก.ย. 2564

ผู้ป่วยรักษาหาย 18,262 คน รักษาอยู่ 159,800 คน ในจำนวนนี้เป็นผู้ป่วยอาการหนัก 4,740 คน ต้องใส่เครื่องช่วยหายใจ 1,011 คน ฉีดวัคซีนครบ 2 เข็มแล้ว 9,152,799 คน คิดเป็น 12.71% ของประชากร ฉีดวัคซีนเข็มที่ 3 แล้ว 597,598 คน

รายงานสถานการณ์โควิด-19 วันที่ 3 ก.ย. 2564 โดย ศบค.

รายงานสถานการณ์โควิด-19 วันที่ 3 ก.ย. 2564 โดย ศบค.

ผู้ช่วยโฆษก ศบค. กล่าวว่า ผู้ที่เคยติดเชื้อจำนวน 1,079,540 คน ถือเป็นผู้มีภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติ คนกลุ่มนี้หากติดเชื้อหลังรับวัคซีนเข็มแรก ไม่ต้องไปรับวัคซีนเข็มที่ 2 ตามกำหนดนัด แต่ให้รับวัคซีนเข็มที่ 2 นับจากวันที่ทราบผลไปอีก 3 เดือน หรือ 12 สัปดาห์ ตามหลักการที่องค์การอนามัยโลก (WHO) ให้การยอมรับ

แนวโน้มติดเชื้อลดลงแต่ยังกังวลแคมป์คนงาน

ส่วแนวโน้มการติดเชื้อเริ่มลดลงทั้งในกรุงเทพมหานคร ปริมณฑล และต่างจังหวัด โดยสัดส่วนอยู่ที่ครึ่งต่อครึ่ง แต่คลัสเตอร์กลุ่มเสี่ยงแตกต่างกันในแต่ละจังหวัด บางจังหวัดเป็นล้งผลไม้ บางที่เป็นแพปลา หรือกลุ่มแรงงานเพื่อนบ้าน บางส่วนเป็นการติดเชื้อในชุมชน แม้ไม่ได้อยู่ในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด เช่น จ.ชุมพร แต่ยังมีรายงานเรื่องการรวมกลุ่ม ยังพบการรายงานเรื่องการตั้งวงเหล้า ดื่มเหล้าแก้วเดียวกัน จึงต้องเน้นย้ำทางจังหวัดเรื่องการตรวจสอบไทม์ไลน์ การกินเลี้ยงสังสรรค์ งานประเพณี งาศพ งานแต่งงาน เพราะยังทำให้เกิดการติดเชื้อในลักษณะเป็นกลุ่มก้อน หรือคลัสเตอร์

นอกจากนี้ พญ.อภิสมัย กล่าวว่า ที่ยังมีรายงานผู้ติดเชื้ออย่างต่อเนื่อง และ ศบค.ชุดเล็ก ให้ความเป็นห่วง คือ แคมป์ก่อสร้าง แม้จำนวนผู้ติดเชื้อจะไม่มาก แต่ลักษณะของแคมป์ก่อสร้างมีการหมุนเวียนแรงงานในลักษณะ sub-contract หรือรับจ้างช่วง เช่น ช่างปูน ช่างกระจก ช่างกระเบื้อง ทำงานหลายแคมป์ เมื่อเสร็จจากจุดหนึ่งก็จะย้ายไปแคมป์ก่อสร้างอีกแห่งหนึ่ง ดังนั้น เมื่อเกิดการแพร่ระบาดที่แคมป์ใดแคมป์หนึ่ง จะแพร่ระบาดไปยังแคมป์อื่นได้ง่าย จึงขอให้ทางจังหวัดยังคงมาตรการลาดตระเวนอย่างเข้มงวด แม้พบผู้ติดเชื้อไม่สูงในวันนี้

อัตราติดเชื้อสูงถึง 30% ของผู้รับการตรวจ

โฆษก ศบค. ยังย้ำให้ทุกโรงพยาบาลตรวจคัดกรองโควิดให้ผู้ที่มี PUI หรือมีอาการเกี่ยวกับทางเดินหายใจและมีไข้ 100% เนื่องจากอัตราการติดเชื้อจากการตรวจด้วยวิธี RT-PCR ในต่างจังหวัดพบผู้ติดเชื้อ 20% กรุงเทพฯ และปริมณฑลพบผู้ติดเชื้อ 30% ซึ่งถือเป็นอัตราการติดเชื้อที่ค่อนข้างสูง

ส่วนการตรวจด้วย ATK พญ.อภิสมัย กล่าวว่า กรุงเทพมหานครยังพบผลเป็นบวกสูง ขณะที่กรมควบคุมโรคย้ำว่า การตรวจด้วย ATK อาจจะพบผลเป็นลบลวงได้ถึง 10% แม้ว่าตรวจแล้วผลเป็นลบ เมื่อตรวจซ้ำด้วยวิธี RT-PCR ผลเป็นบวก จึงอยากย้ำให้ประชาชนที่แม้จะมีผลตรวจ ATK เป็นลบ ก็ยังต้องเฝ้าระวัง สังเกตอาการ และแยกกักตัวด้วย พร้อมให้แต่ละจังหวัดเฝ้าระวังการตรวจ โดยเฉพาะบุคลากรทางการแพทย์ที่ยังมีรายงานการติดเชื้ออย่างต่อเนื่อง

เร่งฉีดวัคซีนให้ผู้ตั้งครรภ์ หลังพบติดเชื้อสูง

โฆษก ศบค. กล่าวต่อว่า กรมอนามัยยังนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับการติดเชื้อในกลุ่มผู้ตั้งครรภ์ พบว่ามีการรายงานประปรายมาตั้งแต่เดือน ธ.ค. 2563 แต่เฉพาะเดือน ส.ค. 2564 เดือนเดียว จำนวนผู้ตั้งครรภ์ที่เชื้อเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดถึง 1,506 คน และมีผู้เสียชีวิต 47 คน เฉลี่ยวันละ 1-2 คน โดย 50% ของผู้ตั้งครรภ์ที่เสียชีวิต พบว่าทารกก็จะเสียชีวิตด้วย นอกจากนี้ ยังพบการติดเชื้อขณะให้นมบุตร

แนวโน้มการติดเชื้อโควิด-19 ในผู้ตั้งครรภ์

แนวโน้มการติดเชื้อโควิด-19 ในผู้ตั้งครรภ์

กรมอนามัยหารือกับหลายภาคส่วน ทั้งกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์ กระทรวงมหาดไทย กรุงเทพมหานคร รวมถึงกรมแรงงาน เนื่องจากผู้ตั้งครรภ์จำนวนหนึ่งเป็นแรงงานในภาคอุตสาหกรรม ได้ข้อสรุปว่า ให้ทุกโรงพยาบาลที่ดูแลผู้ฝากครรภ์ หากอายุครรภ์เกิน 12 สัปดาห์ ขอให้โรงพยาบาลเร่งติดตามมารับวัคซีนที่โรงพยาบาลที่ฝากครรภ์ ในกรณีที่คลอดแล้วก็ต้องตามมารับวัคซีนในระยะที่ยังให้นมบุตรด้วย

สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในผู้ตั้งครรภ์

สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในผู้ตั้งครรภ์

หากผู้ตั้งครรภ์ติดเชื้อ ขอให้โรงพยาบาลที่รับฝากครรภ์ดูแลผู้ติดเชื้อกลุ่มนี้ กรณีที่โรงพยาบาลไม่มีศักยภาพขอให้ส่งต่อตามระบบดูแลผู้ป่วยโควิด ยกเว้นกรณีฉุกเฉิน มีภาวะอันตราย เช่น มีการตกเลือด น้ำเดิน ครรภ์เป็นพิษ ตรวจพบเด็กดิ้นน้อยลง หรือเจ็บครรภ์ ขอให้โรงพยาบาลใกล้บ้านรับดูแลให้ความช่วยเหลือฉุกเฉิน

รับที่ผ่านมาวัคซีนไม่พอ

นอกจากนี้ เดือน ก.ย. 2564 ประเทศมีเป้าหมายที่จะฉีดวัคซีนให้ผู้สูงอายุและผู้ป่วยเรื้อรัง 7 กลุ่มโรค ให้ครอบคลุม 70% ของประชากรกลุ่มนี้ โดยในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด 29 จังหวัด ที่ผ่านมาการกระจายวัคซีนยังไม่เป็นไปตามแผน เนื่องจากมีวัคซีนจำกัด แต่ในเดือน ก.ย. เป็นต้นไป วัคซีนค่อนข้างเพียงพอ โดยระดมความร่วมมือในหลายภาคส่วน เช่น ให้ อสม. จัดทีมเดินเท้าค้นหาผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง หรือโรงพยาบาลตรวจสอบผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัวให้มาฉีดวัคซีน

หากแต่ละจังหวัดฉีดวัคซีนครอบคลุมกลุ่มเสี่ยงตามเป้าหมายแล้ว ให้พิจารณาการฉีดวัคซีนเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจในพื้นที่ เช่น กลุ่มพนักงานขนส่งสาธารณะ แคมป์คนงานก่อนสร้าง หรือผู้ให้บริการร้านอาหาร ร้านตัดผม เป็นต้น โดยให้แต่ละจังหวัดพิจารณาตามบริบทที่เห็นสมควร

พญ.อภิสมัย ยังย้ำให้ผู้รับวัคซีนครบ 2 เข็ม ต้องเข้มงวดมาตรการส่วนบุคคล ไม่ว่าจะเป็นการเว้นระยะห่าง สวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา จะช่วยให้ปลอดภัยจากการติดเชื้อ

เร่งจังหวัดประสานงานวัคซีนเข็ม 2 หลังคน ตจว. มาฉีดเข็มแรกที่บางซื่อ

นอกจากนี้ ผู้ช่วยโฆษก ศบค. กล่าวว่า รองอธิบดีกรมการแพทย์มีความกังวลว่า ที่ผ่านมา ประชาชนจากต่างจังหวัดเข้ามาฉีดวัคซีนในกรุงเทพมหานคร ที่สถานีกลางบางซื่อ ซึ่งเร็วๆ นี้ จะครบกำหนดฉีดวัคซีนเข็มที่ 2 ขอให้แต่ละจังหวัดเตรียมพร้อม เนื่องจากกรมควบคุมโรคจะส่งวัคซีนตามแผนปกติ ซึ่งอาจจะไม่มียอดของประชาชนที่ฉีดวัคซีนที่สถานีกลางบางซื่อ

ขอให้ทุกจังหวัดตรวจสอบข้อมูลที่ MOPHIC จะมีข้อมูลของผู้ที่อยู่ในภูมิลำเนาแต่มาฉีดวัคซีนที่สถานีกลางบางซื่อ ทราบว่าบางจังหวัดจัดสำรวจด้วยตนเอง โดยให้ประชาชนที่จะครบกำหนดฉีดวัคซีนเข็มที่ 2 แจ้งความจำนงรับบริการที่โรงพยาบาลใกล้บ้าน เพื่อไม่ต้องเดินทางมาที่กรุงเทพมหานคร

กรณีที่ ประชาชนบางรายภูมิลำเนาอยู่ต่างจังหวัด แต่ทำงานที่กรุงเทพมหานคร และประสงค์จะรับเข็มที่ 2 ที่สถานีกลางบางซื่อก็ทำได้ แต่ขอให้แจ้งความจำนงกับทั้งทางจังหวัดและสถานีกลางบางซื่อ เพื่อทางกรมควบคุมโรคจะจัดสรรวัคซีนให้เพียงพอ

แนวทางการฉีดวัคซีนเข็มที่ 2 ของศูนย์ฉีดวัคซีนกลางบางซื่อ

แนวทางการฉีดวัคซีนเข็มที่ 2 ของศูนย์ฉีดวัคซีนกลางบางซื่อ

กรมการแพทย์พร้อมให้ความช่วยเหลือหากจังหวัดต้องการรายชื่อและจำนวน เช่น จ.กาญจนบุรี ที่มาฉีดวัคซีนที่สถานีกลางบางซื่อโดยมาเป็นคันรถตู้ รถบัส กรมการแพทย์สามารถคัดรายชื่อเหล่านี้ส่งให้จังหวัดบริหารจัดการต่อได้ เพียงแต่ขอให้ติดต่อขอความช่วยเหลือและเตรียมการล่วงหน้า ป้องกันกรณีประชาชนไปรับวัคซีนในจังหวัดแล้ววัคซีนไม่เพียงพอ เพราะยอดอยู่ที่กรุงเทพมหานคร

อนุญาตขนส่งสาธารณะเพิ่มจำนวนยานพาหนะ-ให้บริการถึง 22.00 น.

ผู้ช่วยโฆษก ศบค. กล่าวอีกว่า หลังการประกาศข้อกำหนด ตาม พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ฉบับที่ 32 ที่ออกมาเพื่อเปิดกิจการ/กิจกรรมบางประเภท กระทรวงคมนาคมรายงานสถานการณ์ว่า มีประชาชนออกมาใช้บริการร้านอาหาร ร้านตัดผม หรือห้างสรรพสินค้า และพบว่าการรอรถโดยสารมีความแออัด เนื่องจากข้อกำหนดอนุญาตให้ขนส่งสาธารณะเปิดให้บริการเพียง 75% ถ้าเห็นคนยืนในรถโดยสารหมายความว่าผู้ใช้บริการเกิน 100% ไปแล้ว ขอให้กำชับมาตรการเพื่อให้ไม่มีความเสี่ยงในการติดเชื้อ

อย่างไรก็ตาม พญ.อภิสมัย กล่าวว่า ที่ประชุมเห็นชอบให้กระทรวงคมนาคมเห็นชอบให้ขนส่งสาธารณะสามารถจัดบริการยานพาหนะให้เพียงพอกับประชาชน เพื่อลดความแออัด

นอกจากนี้ เมื่อห้างร้านปิดบริการเวลา 20.00 น. พบว่า พนักงานร้านที่ต้องทำความสะอาดอาจจะมีปัญหาในการเดินทางกลับบ้าน จึงอนุญาตให้ขนส่งสาธารณะเปิดบริการได้ถึง 22.00 น. แต่ต้องทำความเข้าใจกับประชาชนทั่วไปว่ายังไม่มีการผ่อนคลายมาตรการ แต่อนุญาตเฉพาะพนักงานที่มีความจำเป็นต้องปิดร้าน หรือเดินทางกลับ แต่ประชาชนที่ไปใช้บริการขอให้วางแผนการเดินทางให้ดี ไม่ให้แออัดในช่วงที่ไม่มีขนส่งสาธารณะให้บริการ

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์