Skip to main content
ประชาไททำหน้าที่เป็นเวที เนื้อหาและท่าที ความคิดเห็นของผู้เขียน อาจไม่จำเป็นต้องเหมือนกองบรรณาธิการ
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

ภายใต้เศรษฐกิจแผนใหม่ของเกาหลีเหนือ ที่รู้จักกันในนาม "20x10" หรือ นโยบายพัฒนาภูมิภาค 20x10 (Regional Development 20x10 Policy) ซึ่งประกาศโดย คิม จองอึน นับเป็นยุทธศาสตร์การพัฒนาเศรษฐกิจภายในประเทศที่ทะเยอทะยานและมีขนาดใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่ยุคฟื้นฟูบูรณะหลังสงครามเกาหลีในทศวรรษ 1950  โดยมีจุดมุ่งหมายในการพัฒนาโรงงานอุตสาหกรรมสมัยใหม่ใน 20 เขตของประเทศทุกปี เป็นระยะเวลาต่อเนื่อง 10 ปี เพื่อกระจายการพัฒนาไปยังภูมิภาคต่าง ๆ ที่เคยถูกละเลยจากส่วนกลางมาเป็นเวลานานอกเหนือจากกรุงเปียงยางที่เป็นศูนย์กลางความมั่งคั่งและได้รับการดูแลเป็นพิเศษมาโดยตลอด 

โดยหากนับตั้งแต่ทศวรรษ 1990 เป็นต้นมา เกาหลีเหนือเคยมีความพยายามในการทดลองปรับปรุงโครงสร้างเศรษฐกิจตามแบบแผนของสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยการเปิด "เขตเศรษฐกิจพิเศษ" (Special Economic Zones หรือ SEZs) หลายแห่ง เช่น เขตเศรษฐกิจพิเศษราซอน (Rason SEZ) และการเปิดเสรีกึ่งทางการผ่านการปล่อยให้เกิดตลาดมืดหรือตลาดท้องถิ่น (Jangmadang) ในบางพื้นที่เพื่อบรรเทาภาวะอดอยากครั้งใหญ่

ความพยายามที่ชัดเจนที่สุดเกิดขึ้นในเดือนกันยายน ค.ศ. 2002 เมื่อเกาหลีเหนือประกาศจัดตั้ง "เขตบริหารพิเศษชินอึยจู" (Sinuiju Special Administrative Region) โดยมีเป้าหมายจำลองรูปแบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยมเสรี เช่นเดียวกับฮ่องกงหรือเซินเจิ้น และได้ทำการแต่งตั้ง "หยาง บิน" (Yang Bin) นักธุรกิจชาวจีนสัญชาติดัตช์ ในการเข้ามาช่วยการพัฒนาพื้นที่เศรษฐกิจเหล่านี้อย่างไรก็ตาม แผนพัฒนาเศรษฐกิจตามแบบจีนของเกาหลีเหนือกลับต้องเผชิญกับความล้มเหลวอย่างสมบูรณ์เนื่องจากปัจจัยขัดขวางเชิงโครงสร้างและมาตรการคว่ำบาตรทางกฎหมายระหว่างประเทศ

โดยหากจะกล่าวถึงความล้มเหลวของโมเดลการปฏิรูปเศรษฐกิจของเกาหลีเหลือแล้วก็คงต้อกล่าวถึงสาเหตุผลสำคัญนั้นคือ าตรการคว่ำบาตรของสหประชาชาติ (UN) ริเริ่มขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 2006 เพื่อตอบโต้โครงการอาวุธนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ ได้ตัดขาดประเทศจากเครือข่ายการเงินและห่วงโซ่อุปทานระดับโลก ส่งผลให้แม้แต่ประเทศเพื่อนบ้านที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดอย่างจีนและรัสเซีย ก็สามารถส่งออกสินค้าพื้นฐานที่จำเป็นอย่างน้ำมัน อาหาร และเวชภัณฑ์ ได้ในปริมาณที่จำกัดและถูกควบคุมอย่างเข้มงวดภายใต้ข้อมติของสหประชาชาติ 

น่าสังเกตว่าในอดีต ทั้งจีนและรัสเซียต่างเคยออกเสียงเห็นชอบต่อมติคว่ำบาตรเหล่านี้ของสหประชาชาติ เนื่องจากความกังวลที่ทั้งสองประเทศมีต่อการสะสมคลังอาวุธนิวเคลียร์ของรัฐบาลเปียงยาง ซึ่งอาจกระตุ้นให้เกิดการแข่งขันสะสมอาวุธนิวเคลียร์ในพันธมิตรของสหรัฐฯ เช่น ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ นอกจากนี้ ทั้งสองประเทศยังต้องการหลีกเลี่ยง "เรื่องปวดหัว" และความขัดแย้งกับประชาคมโลกจากการฝืนค้าขายกับเกาหลีเหนืออย่างโจ่งแจ้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งจีนที่มุ่งเน้นการปกป้องเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของตนเองมากกว่า 

จุดเปลี่ยนจริงๆของโมเดลการปฏิรูปเศรษฐกิจของเกาหลีเหนือเกิดขึ้นจาก จุดเปลี่ยนทางภูมิรัฐศาสตร์ครั้งสำคัญเกิดขึ้นภายหลังการสงครามรัสเซียยูเครนในปี 2022 ซึ่งส่งผลให้ชาติตะวันตกบังคับใช้มาตรการคว่ำบาตรอย่างรุนแรงต่อรัสเซีย สถานการณ์ดังกล่าวผลักดันให้รัสเซียตกอยู่ในสภาวะโดดเดี่ยว และจำเป็นต้องหันไปแสวงหาความร่วมมือทางทหารและการค้ากับรัฐนอกรีตที่ถูกคว่ำบาตรเช่นเดียวกันโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเกาหลีเหนือ ภายใต้ความสัมพันธ์ทวิภาคีที่แนบแน่นขึ้นนี้ นำไปสู่การเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตรอย่างเปิดเผยและเป็นระบบ

โดยเกาหลีเหนือได้ส่งมอบกระสุนปืนใหญ่จำนวนมหาศาลกว่า 5.8 ล้านนัด ขีปนาวุธ และยุทโธปกรณ์ต่าง ๆ รวมถึงส่งกำลังพลทหารราบและคนงานอุตสาหกรรมจำนวน 14,000 ถึง 20,000 นายไปสนับสนุนแนวหน้าและฐานการผลิตของรัสเซีย สิ่งที่น่าสนใจคือ แม้ผลตอบแทนทางกายภาพหรือผลกำไรเชิงพาณิชย์โดยตรงที่รัสเซียมอบให้แก่เกาหลีเหนือจะไม่ใช่เม็ดเงินจำนวนมหาศาลหากเทียบกับมูลค่าในตลาดเสรี แต่สำหรับเกาหลีเหนือแล้วมูลค่าทางเศรษฐกิจไม่ใช่สิ่งสำคัญที่สุด 

ปัจจัยที่ระบอบคิมให้คุณค่ามากกว่าคือการได้รับโอกาสในการค้าขายและเชื่อมต่อกับโลกภายนอกและทรัพยากรที่เกาหลีขาดและเป็นชิ้นส่วนสำคัญต่อการพัฒนาภาคอุตสาหกรรมนั้นคือ ‘น้ำมัน’ โดยผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมและเห็นได้ชัดที่สุดคือการไหลเวียนของทรัพยากรพลังงานที่สำคัญ แหล่งข่าวด้านความมั่นคงและการติดตามเรือระบุว่า มีการขนส่งน้ำมันดิบและน้ำมันสำเร็จรูปของรัสเซียไปยังเกาหลีเหนือผ่านกลวิธีหลบเลี่ยงด้วย "กองเรือเงา" (Shadow Fleet) และการถ่ายโอนสินค้าแบบเรือต่อเรือ (Ship-to-Ship Transfers) ในน่านน้ำสากล 

โดยเรือสัญชาติรัสเซียและเกาหลีเหนือมักปิดเครื่องส่งสัญญาณระบุตำแหน่งอัตโนมัติ (AIS) และใช้ท่าเรือในมณฑลชายฝั่งของจีน เช่น อู่ต่อเรือโจวซานในมณฑลเจ้อเจียง เป็นจุดแวะพัก ซ่อมบำรุง และดำเนินการเปลี่ยนถ่ายสินค้าอย่างเป็นระบบการที่ท่อน้ำเลี้ยงน้ำมันของรัสเซียสามารถไหลผ่านน่านน้ำและชายแดนของจีนเข้ามายังเกาหลีเหนือได้อย่างต่อเนื่อง ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกาหลีเหนือพ้นจากสภาวะขาดแคลนพลังงานขั้นวิกฤต และสามารถกลับมา "ลืมตาอ้าปาก" ได้เป็นครั้งแรก

นับตั้งแต่ช่วงก่อนการระบาดของโควิด-19ประเด็นที่สร้างความประหลาดใจสำหรับตัวผู้เขียนเอง นั้นคือ คุณลักษณะเฉพาะตัวอย่างยิ่งของยุทธศาสตร์เศรษฐกิจใหม่นี้คือ การที่คิม จองอึน เลือกที่จะไม่พัฒนาเศรษฐกิจตามแบบแผนของจีนแบบร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่กลับนำเอา "เศรษฐศาสตร์แผนรวมศูนย์แบบโซเวียต" (Soviet-style Command Economics) กลับมาผสมผสานในสัดส่วนที่เข้มข้น ซึ่งสะท้อนผ่าน นโยบาย "20x10" ที่ซึ่งต้องการเร่งรัดพัฒนาอุตสาหกรรมอย่างรวดเร็ว (Rapid Industrialization) 

โดยอาศัยการระดมทรัพยากรและการจัดตั้งหน่วยทหารเฉพาะกิจเพื่อเป็นกลไกหลักในการผลิตและการก่อสร้างโรงงานอุตสาหกรรมต่างๆ โดยเพื่อตอบสนองต่อนโยบาย 20x10 รัฐบาลเกาหลีเหนือได้ประกาศจัดตั้งกองกำลังก่อสร้างทางทหารขนาดใหญ่ขึ้นมาใหม่โดยเฉพาะ ได้แก่ "กรมทหารราบที่ 124" (124th Regiments) จำนวน 20 หน่วยงานแยกย่อย และ "กองพลน้อยจู่โจม" (Shock Brigades) ซึ่งกองกำลังวิศวกรรมทหารเหล่านี้ได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบการก่อสร้างโรงงานอุตสาหกรรมและโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่เป้าหมายแต่ละแห่งโดยตรง 

โดยชื่อของหน่วย กรมทหารราบที่ 124 มีความต่อระบอบคิมเป็นอย่างมาก โดยชื่อ รหัส "หน่วย 124" (Unit 124) เดิมเคยเป็นชื่อของหน่วยรบพิเศษระดับหัวกะทิประกอบด้วยนายทหาร 31 นาย ที่ก่อตั้งขึ้นในช่วงทศวรรษ 1960 เพื่อปฏิบัติการลับทางทหารระดับสูงโดยเฉพาะอย่างยิ่งภารกิจสะเทือนขวัญในการลักลอบข้ามเส้นขนานที่ 38 เพื่อบุกโจมตีทำเนียบประธานาธิบดีบลูเฮาส์ในกรุงโซล (Blue House Raid) เพื่อพยายามลอบสังหารประธานาธิบดีพัค จองฮี ในปี ค.ศ. 1968  การตั้งชื่อ "กรมทหารราบที่ 124" ตามชื่อ รหัส "หน่วย 124" แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของ กรมทหารราบที่ 124 ต่อระบอบคิมในขณะนี้ 

แม้ว่า ยุทธศาสตร์ "20x10" ภายใต้ระบอบเศรษฐกิจแผนใหม่ของเกาหลีเหนือ เป็นภาพตัวแทนของการปฎิรูปเศรษฐกิจที่ถึงจะไม่ได้ตามสไตล์ทุนนิยมของจีนอย่างสิ้นเชิง แต่เลี่ยงไปใช้รูปแบบการระดมทรัพยากรและการควบคุมแบบ โซเวียตที่สามารถรักษาเสถียรภาพทางการเมืองของระบอบไว้ได้เป็นสำคัญ

ทว่าในระยะยาว ยุทธศาสตร์นี้ยังคงติดหล่มอยู่ในความไม่ยั่งยืนเชิงโครงสร้าง ตราบใดที่ระบบเศรษฐกิจยังพึ่งพาปัจจัยเกื้อหนุนทางภูมิรัฐศาสตร์จากพันธมิตรรัสเซีย-จีน ที่ช่วยส่งผ่านพลังงานและเงินตราเข้ามาหล่อเลี้ยงเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งปัจจัยทางภูมิรัฐศาสตร์ที่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลานั้นส่งผลต่อโครงการ 20x10 และความสามารถพัฒนาเศรษฐกิจของรัฐ ที่ขาดเสถียรภาพในการผลิตและการสร้างคุณภาพชีวิตที่แท้จริงให้แก่ประชากรส่วนใหญ่ในรัฐที่จะกลายเป็นแรงงานที่ผลักดันเศรษฐกิจของเกาหลีเหนือเอง

 

 

อ้่างอิง

  1. ^ Choi, J. (2024, February 2). "20x10 regional development policy": Background and implications (CO 24-10). Korea Institute for National Unification https://repo.kinu.or.kr/bitstream/2015.oak/15201/1/CO24-10%20%28%EC%98%81%EB%AC%B8%20%EC%B5%9C%EC%A2%85%EB%B3%B8%29.pdf
     
  2. ^ Gittings, J. (2003, June 12). China's wealthy orchid king on trial for fraud. The Guardian. https://www.theguardian.com/world/2003/jun/12/china.johngittings
     
  3. ^ Lee, S. (2026, May 1). Why North Korea's involvement in Russo-Ukrainian war matters more than you think for the Indo-Pacific. International Information Network Analysis, Sasakawa Peace Foundation. https://www.spf.org/iina/en/articles/lee_07.html
     
  4. ^ Ayres, G., & Tsering, L. (2025, November 14). China's facilitation of sanctions and export control evasion. U.S.-China Economic and Security Review Commission. https://www.uscc.gov/research/chinas-facilitation-sanctions-and-export-control-evasion
     
  5. ^ Park, S. (2026, February 8). Pyongyang highlights military role in national development on army anniversary. AJU Press. https://www.ajupress.com/view/20260208095905221
     
  6. ^ Salmon, A. (2010, January 24). January 1968: Assassins storm Seoul; US spyship seized. The Korea Times. https://www.koreatimes.co.kr/foreignaffairs/20100124/century-january-1968-assassins-storm-seoul-us-spyship-seized

 

 

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง