Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

บริษัทด้านความมั่นคงของจีน “เซียเหมิน เมยย่า พิโก้” ได้รับสิทธิบัตรจากแอฟริกาใต้เกี่ยวกับการวิเคราะห์ความสัมพันธ์ทางสังคม โซเชียลมีเดีย และการบังคับใช้กฎหมายด้วยการคาดการณ์โดยพิจารณาจากเครือข่าย แต่ก็มีข้อกังวลว่าในประเทศที่มีมาตรฐานทางกฎหมายที่ไม่ดีพอ อาจจะก่อให้เกิด "อำนาจนิยมดิจิทัล" ที่ใช้ลิดรอนสิทธิของนักกิจกรรม ชุมชนต่างๆ และผู้คัดค้านรัฐบาลได้ 

 

21 ก.ค. 2569 นอกเหนือจากเรื่องเทคโนโลยีและการบังคับใช้กฎหมายแล้ว สิทธิบัตรก็เป็นสิ่งที่น่าจับตามองในแง่ของการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีและทิศทางการลงทุนเกี่ยวกับอิทธิพลของเทคโนโลยีที่มีต่อสังคม รวมถึงการวางแผนการตลาดในโลกอนาคต

แต่ในขณะเดียวกันสิทธิบัตรก็อาจจะสร้างความน่ากังวลได้ถ้าหากมีมาตรฐานทางกฎหมายที่ไม่ดีพอ จนอาจจะเกิดภาวะ "อำนาจนิยมดิจิทัล" ตัวอย่างกรณีบริษัท เซียเหมิน เมยย่า พิโก้ บริษัทด้านความมั่นคงสาธารณะของจีนที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับสถาบันความมั่นคงของภาครัฐ ได้รับสิทธิบัตรในแอฟริกาใต้ในชื่อ "วิธีการและระบบวิเคราะห์ความสัมพันธ์ทางสังคมจากข้อมูลหลายรูปแบบ และสื่อจัดเก็บข้อมูล" เมื่อปี 2023

ซึ่งบริษัทของจีนอาจจะได้ความสามารถในการกำกับจัดวางอัลกอริทึมจนกลายเป็นการกำกับแอฟริกาในอนาคตได้ อัลกอริทึมที่ว่านี้หมายถึงลำดับการจัดเรียงหน้าฟีดของโซเชียลมีเดียว่าจะแสดงอะไรก่อนหลังและให้ความสำคัญกับโพสต์อันไหนก่อนหลัง โดยอาศัยการพิจารณาลักษณะการใช้งานของผู้ใช้เพื่อนำมาคำนวณเบื้องหลังแอพหรือแพลตฟอร์มนั้นๆ

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

บริษัท เซียเหมิน เมยย่า พิโก้ เป็นบริษัทความมั่นคงที่อาศัยการใช้งาน "บิ๊กเดต้า" คือข้อมูลจำนวนมาก รวมถึงเป็นบริษัทด้าน นิติวิทยาศาสตร์ดิจิทัล ที่ทำการสืบสวนแกะรอยหลักฐานจากข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ เช่น จากคอมพิวเตอร์ หรือ สมาร์ทโฟน รวมถึงเครือข่ายออนไลน์ นอกจากนี้ทางบริษัทยังเป็นผู้จัดจำหน่ายเครื่องมือ "การบังคับใช้กฎหมายแบบชาญฉลาด" หรือ "Smart Policing" ที่ขายให้กับตำรวจและหน่วยงานบังคับกฎหมายอื่นๆ ในจีน รวมถึงในพื้นที่ๆ มีโครงการ "หนึ่งแถบ หนึ่งเส้นทาง" (BRI) ซึ่งส่วนหนึ่งคือทวีแอฟริกา

นอกจากนี้บริษัท เซียเหมิน เมยย่า พิโก้ ยังได้ประสานงานกับกระทรวงความมั่นคงสาธารณะของจีนในการฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ตำรวจในแอฟริกาใต้ โมรอคโค และอียิปต์ ซึ่งทางการแอฟริกาใต้ก็เคยส่งสัญญาณว่าพวกเขามีสายสัมพันธ์เชิงสถาบันอย่างลึกซึ้งและมีแนวทางการพัฒนาเทคโนโลยีมายาวนานร่วมกับจีน

สิทธิบัตรที่แอฟริกาใต้มอบให้กับบริษัทของจีนนั้นเป็นการใช้ร่องรอยทางดิจิทัลในการสร้างแผนผังความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล โดยอาจจะมีการใช้ข้อมูลทั้งข้อความและรูปภาพจากโซเชียลมีเดียต่างๆ รวมถึงข้อมูลส่วนบุคคลอย่างเช่น ภูมิหลัง ความสนใจ ที่ทำงาน และตัวบ่งบอกอัตลักษณ์อื่นๆ โดยจะมีการจดจำใบหน้าของผู้ที่ปรากฏตัวร่วมกันในภาพแล้วก็จะตรวจวัดว่าพวกเขาปรากฏตัวร่วมกันมากน้อยแค่ไหน จากนั้นก็หาค่า "ความใกล้ชิด" ระหว่างบุคคลเหล่านั้น

แน่นอนว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่และไม่ได้มีแค่บริษัทไอทีจากจีนที่ทำเช่นนี้ แพลตฟอร์มไอทีระดับโลกอื่นๆ เช่น เฟซบุ๊ก ก็มีการยื่นจดสิทธิบัตรระบบที่คล้ายกันเอาไว้เช่นเดียวกัน ระบบที่ว่านี้จะมีการจำแนกบุคลิกภาพผู้ใช้งานโดยตรวจจับชีวิตประจำวันของผู้ใช้เพื่อตำนวนพฤติกรรมผู้ใช้งานอย่างละเอียด

อีกทั้งในกรมตำรวจของหลายประเทศก็มีลักษณะการใช้อัลกอริทึมในการบังคับใช้กฎหมายแบบเดียวกับบริษัท เซียเหมิน เมยย่า พิโก้ เช่น บริษัท จิโอลิติกา ซึ่งเคยมีชื่อเดิมว่า PredPol เคยจดสิทธิบัตรเรื่องการใช้อัลกอริทึมในการจำแนกและคาดคะเนพฤติกรรมทางสังคมของผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตมาก่อน

สิ่งที่น่ากังวลเกี่ยวกับกรณีของสิทธิบัตร เซียเหมิน เมยย่า พิโก้ คือเรื่องที่บริษัทจากจีนอาจมีอำนาจในเชิงการบังคับกฎหมายต่อแอฟริกาใต้รวมถึงทวีปแอฟริกาในวงกว้าง มีความเป็นไปได้ที่จะมีการใช้อัลกอริทึมในการช่วยบังคับใช้กฎหมายโดยมีการขยายผลจากระดับบุคคลไปสู่ระดับเครือข่าย หมายความว่าถ้าหากอัลกอริทึมสามารถอ่านค่าความถี่การติดต่อกันระหว่างเป้าหมายกับบุคคลหนึ่งๆ ได้มาก อาจจะมีการระบุว่าบุคคลนั้นเข้าข่ายมีความเสี่ยงสูง เรื่องนี้ไม่เพียงแค่เป็นการแทรกแซงเรื่องส่วนบุคคลโดยปราศจากความยินยอมเท่านั้น แต่ยังเป็นการที่ภาครัฐมีอำนาจจับตาประชาชนได้มากขึ้นด้วย

ในแง่หนึ่งวิธีการแบบนี้อาจจะมีประโยชน์ในการปราบปรามอาชญากรผู้ที่สร้างผลกระทบเสียหายต่อประชาชนได้จริง แต่มันจะต้องมีกรอบมาตรฐานทางกฎหมายที่เข้มแข็ง ซึ่งจะมากำกับดูแลการใช้งานสิทธิบัตรสอดส่องอัลกอริทึมแบบนี้ได้ ทว่านักวิเคราะห์มองว่า ในแอฟริกาตอนนี้ยังคงขาดกรอบมาตรฐานทางกฎหมายที่เข้มแข็งมากพอรวมถึงไม่มีความโปร่งใสในเรื่องการสอดส่องประชาชน ทำให้เสี่ยงต่อการที่จะถูกใช้ในทางที่ผิด แล้วกลายเป็น "อำนาจนิยมดิจิทัล" ได้ เช่น การใช้งาเพื่อติดตามจับตาฝ่ายตรงข้ามทางการเมือง นักกิจกรรม และกลุ่มชุมชนต่างๆ

Lungani Hlongwa บรรณาธิการ สื่อที่วิเคราะห์การขยายอิทธิพลของจีนในแอฟริกา China-Africa Security Radar (CASR) ระบุว่ากรณีสิทธิบัตรของ เซียเหมิน เมยย่า พิโก้ เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งที่จีนได้ทำการส่งอิทธิพลด้านการบังคับใช้กฎหมายมากขึ้นในแอฟริกา ซึ่งอาจจะมีการใช้สิทธิบัตรนี้ไปในเชิงยุทธศาสตร์ที่เอื้อประโยชน์ให้ตัวเองอย่างเงียบๆ ในขณะเดียวกันก็กระจายอิทธิพลออกไปอย่างคงตัว

Hlongwa ระบุว่า "สิทธิบัตรนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่การวางมาตรฐานใหม่ให้กับเทคโนโลยีเท่านั้น แต่ยังเป็นการควบคุมทิศทางของตลาดด้วย จนทำให้กลายเป็นการปรับเปลี่ยนบรรทัดฐานทางสังคมไปในตัว"

"อนาคตการบังคับกฎหมายของแอฟริกาจึงไม่เพียงแค่ถูกเขียนไว้ในเครืองมือเพื่อที่จะนำมาใช้จริงเท่านั้น แต่ยังจะกลายเป็นโครงสร้างทางกฎหมายที่จะตัดสินว่า จะมีการคุ้มครองเทคโนโลยีไหนและจะมีเส้นทางการแพร่กระจายแบบใด"

 

 

เรียบเรียงจาก

Why This Chinese Surveillance Patent Matters for Africa’s Future Policing Models, China Global South Project, 13-07-2026

https://chinaglobalsouth.com/analysis/why-this-chinese-surveillance-patent-matters-for-africas-future-policing-models/

 

 

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง