เปิดเทปลุงนวมทองหลังเผา "เพราะเขาเป็นทหารจึงไม่รู้จักคำว่าประชาธิปไตย"

ภาพจาก www.naewna.com

 

ประชาไท - 9 พ.ย.2549 เวลา 16.00 น. งานฌาปนกิจศพวันสุดท้ายนายนวมทอง ไพรวัลย์ แท็กซี่วีรชน ที่ศาลา 1 ต.บางกระสอ องเมือง จ.นนทบุรี มีนายแพทย์สันต์ หัตถีรัตน์ เป็นประธานพิธีประชุมเพลิง โดยมีผู้มาร่วมงานประมาณ 300 คน อาทิ นายแพทย์เหวง โตจิราการ นางประทีป อึ้งทรงธรรม พล.ต.วีรัณ ฉันทศาสตร์โกศล เลขานุการกองทัพบก ได้เดินทางมาพร้อมกับ พ.ท.ไพบูลย์ พุ่มพิเชษฐ ผบ.ปตอ.พัน 1 รอ. พร้อมกำลังทหารมาร่วมงานศพกว่า 50 นาย โดยได้มอบเงินจำนวนหนึ่งในนามกองทัพบกให้กับนางบุญชู ภรรยานายนวมทอง เป็นการช่วยเหลือพร้อมสอบถามสารทุกข์สุกดิบกับนางบุญชู

         

พล.ต.วีรัณ กล่าวว่า ตนเองได้เดินทางมาร่วมงานศพในนามตัวแทนกองทัพบก โดยทางผู้บังคับบัญชาได้มอบหมายให้ตนเองมาดูแลเป็นพิเศษ ซึ่งได้ช่วยเหลือมาแล้วในเบื้องต้น ส่วนในระยะยาวนั้นทางกองทัพยินดีที่รับบุตรสาวของนายนวมทอง เข้ารับราชการเป็นทหารต่อไป แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความสมัครใจของ น.ส.สาวิดา ด้วยว่าจะต้องการเข้ามาประกอบอาชีพเป็นข้าราชการหรือไม่ เพราะทราบมาว่า น.ส.สาวิดา เพิ่งจะจบการศึกษาระดับปริญญาตรี และหากทางครอบครัวนางบุญชู เดือดร้อน และต้องการความช่วยเหลืออะไร ก็ขอให้ติดต่อผ่านมาทางตน ทางตนยินดีที่จะให้ความช่วยเหลือต่อไป

 

ทางด้านนางบุญชู กล่าวกับ พล.ต.วีรัณ ว่า อยากให้ทางนายกรัฐมนตรี ซึ่งรับปากกับตนเองเอาไว้ว่า จะช่วยเหลือเรื่องไถ่ถอนบ้านที่ติดจำนองอยู่ แต่แล้วเรื่องก็เงียบไป ทั้ง ๆ ที่มีผู้ใหญ่หลายคนรับปากว่า จะช่วยเหลือ และอยากให้ทางเลขานุการกองทัพบกด้วยติดตามเรื่องสัญญาจากนายกรัฐมนตรีให้ด้วย อย่าให้เรื่องเงียบหายไปพร้อมกับงานศพ

 

น.ส.สาวิดา ลูกสาวนายนวมทอง กล่าวว่า ถ้าทางกองทัพบกให้โอกาสเข้ารับราชการทหารก็พร้อมที่จะรับราชการเช่นกัน เพราะเพิ่งรับปริญญามา แต่ไม่ทันที่พ่อได้อยู่ดูความสำเร็จ ก็รู้สึกเสียใจเช่นกัน และเชื่อว่าพ่อไปดีแล้วไม่มีอะไรต้องห่วงอีก ก่อนการประชุมเพลิงนายวิสา คัญทัพ ศิลปินเพลงเพื่อชีวิตได้อ่านบทกวีเพื่อไว้อาลัย ว่า อาลัยนวมทอง ไพรวัลย์ นักสู้ประชาธิปไตย 2549 "นายนวมทอง ไพรวัลย์ จารึกชื่อไว้นิรันดร์ ทุกยุคสมัย นักสู้ประชาธิปไตย สามัญชนยิ่งใหญ่ยังมีจริง ให้สติกับใจที่ไร้สติ ฉุดปัญญาสมาธิหยุดนิ่ง กฎประชาชนสร้าง ถูกบ้างทิ้ง แท็กซี่วิ่งชนรถถังดังทั้งเมือง เดินทางสู่ความตายโดดมุ่งมั่น ฝันนี้สร้างสรรค์ ให้ฝันเฟื่อง อย่าว่าเขาเราท่านให้กันเคือง เลยผู้ฉลาดปราดเปรื่องแห่งเมืองไทย ความคนความจริงความรู้สึก ตื้นลึกอกสั่นหวั่นไหว บางทีบางสิ่งที่จริงใจ ก็แพ้ภัยย้อนยอก ในหลอกลวง"

 

นอกจากนี้นายอเนชา ไพรวัลย์ ลูกชายคนเล็กของนายนวมทอง ได้บวชหน้าไฟอุทิศส่วนกุศลให้กับบิดาด้วย จากนั้นจึงเคลื่อนย้ายศพนายนวมทองจากศาลา 1 ไปยังเมรุเพื่อทำการเผา และระหว่างที่นำศพนายนวมทองเข้าเตาเผา นางบุญชูได้ขอร้องสัปเหร่อของวัดเพื่อขอเปิดโลงศพดูหน้านายนวมทองเป็นครั้งสุดท้าย แต่สัปเหร่อไม่ยอมเปิดโรงศพให้ดู โดยบอกว่า ตนเองต้องทำตามทำตามหน้าที่ ทำให้บรรดาญาติ ๆ ของนายนวมทองไม่พอใจ แต่ก็ไม่คัดค้านอีก

 

ภายหลังจากทำการประชุมเพลิงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ระหว่างที่บรรดาผู้ร่วมงานทยอยเดินทางกลับ นางบุญชู ได้นำเทปบันทึกเสียงของนายนวมทอง ที่บันทึกไว้ก่อนตาย มาเปิดผ่านเครื่องขยายเสียง โดยมีใจความว่า พ.อ.อัคร เป็นผู้ดูถูกคนรักประชาธิปไตย เพราะเขาเป็นทหารจึงไม่รู้จักคำว่าประชาธิปไตย เพราะทหารมักถูกกดขี่จากผู้บังคับบัญชาอีกที เรื่องนี้ตนรู้ดีเพราะว่าเคยเป็นทหารมาก่อน สมัยนั้นตนเองเป็นทหารสังกัด ม.พัน 3 และ ม.พัน 4 เรื่องการพลีชีพครั้งแรกของตนนั้น แม้ว่าจะทำให้ตนเองได้รับบาดเจ็บสาหัสก็ตาม แต่ก็ได้รับผลตอบรับกลับมาอย่างดี เพราะหลังจากนั้นแล้ว ตนเองได้รับการยกย่องให้เป็นวีรบุรุษจากคนอื่น ๆ มาเป็นจำนวนมาก ที่ด่าก็มีแต่มีน้อย เพราะประชาชนเขาต้องการให้ คปค.จงสำนึกด้วยว่า สิ่งที่ทำลงไปนั้น ประชาชนเขาจะรู้สึกอย่างไร ทุกอย่างได้เปิดเผยหมดแล้ว

 

สมคบกับอสรพิษแล้วก็ถูกอสรพิษแว้งกัด ตนดีใจที่การพลีชีพครั้งแรก เป็นการทำเพื่อประเทศชาติ เพราะมีแต่คนพูดถึงเรื่องแท็กซี่ชนรถถัง และไม่เคยนึกเสียดายชีวิต ยินดีด้วยความยิ้มแย้ม ที่ได้ทำเพื่อประชาธิปไตย ไม่ขอยอมอยู่ในระบอบเผด็จการ ตนมีสติดี สมองไม่เลอะเลือนและมีชีวิตอยู่ได้อีกนาน แต่ตนเองทนไม่ได้ที่เอาเหตุผลอะไรมาอ้างในการปฏิวัติ ทำให้ประชาชนเขาลือกันว่า ลอบสังหารไม่ได้ก็ปฏิวัติมันเสียเลย กล่าวหาเขาอย่างนั้นอย่างนี้ แต่สุดท้ายก็เป็นเหมือนเขาเช่นกัน และตนเองเกิดมาเป็นคนไทย คนไทยเขาถือว่าฆ่าได้หยามไม่ได้ ฉะนั้นเมื่อโฆษก คปค.ให้สัมภาษณ์ดูถูกตนว่า รับจ้างเอาเงินเขามา จึงต้องแสดงการพลีชีพครั้งที่ 2 ให้เห็นกันไปเลย

 

สุดท้ายนี้ตนเองเป็นห่วงและสงสารภรรยามากที่สุด แต่อย่างไรเสียทุกคนก็ต้องจากกันไม่ช้าก็เร็ว แต่เพื่อประเทศชาติและประชาชนแล้ว ตนต้องทำ และหวังว่าชาติหน้าเกิดมาไม่ต้องเจอการปฏิวัติอีก สุดท้ายขอร้องเพลงปลอบใจลูกเมียตามประสานักร้องเก่า ในเพลงลูกแก้วเมียขวัญ ของสุรพล สมบัติเจริญ และขอขอบคุณทุกคนที่ตั้งใจฟังตั้งแต่ต้นจนจบ พร้อมกับขอตั้งฉายาให้คณะปฏิวัติชุดนี้ว่า " เผด็จการปากพล่อย คปค.ตอแหล" เพราะผิดสัญญาว่า จะไม่ปฏิวัติ แต่ก็ตระบัดสัตย์

 

 

 

ที่มา: http://www.bangkokbiznews.com

เนื้อหาแนะนำ

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์