เด้ง “สุริยงค์” พ้นผู้อำนวยการ NBT

หลังรายการ “เชื่อมั่นประเทศไทย กับนายกฯอภิสิทธิ์” สัญญาณล่มหลายเทป “สาทิตย์ วงศ์หนองเตย” สั่งย้าย “สุริยงค์ หุณฑสาร” ผอ. NBT สลับ ผอ.เขต 5 ที่สุราษฎร์ อ้างให้โอกาสทำงาน 6-7 เดือนแต่ทำงานไม่ดีต้องเปลี่ยนแปลง ยันไม่ใช่การเมือง

 

วานนี้ (24 ส.ค.) มติชนออนไลน์ รายงานว่า นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กำกับดูแลกรมประชาสัมพันธ์(กปส.) ย้ายนายสุริยงค์ หุณฑสาร ผู้อำนวยการสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย หรือเอ็นบีที หรือช่อง 11 สลับตำแหน่งกับ น.ส.รัตนา เจริญศักดิ์ ผู้อำนวยการสำนักประชาสัมพันธ์เขต 5 จ.สุราษฎร์ธานี โดยมีสาเหตุมาจากการถ่ายทอดสดรายการ"เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯอภิสิทธิ์ "เมื่อวันที่ 23 สิงหาคมที่ผ่านมา มีปัญหาขัดข้อง
 
ทั้งนี้ นายสาทิตย์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังเข้าหารือกับนายเผชิญ ขำโพธิ์ อธิบดี กปส.ที่ กปส.เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม ว่าได้หารือกับนายเผชิญ และนายนัที เปรมรัศมี ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี(สปน.)เรียบร้อยแล้ว เห็นตรงกันว่า ควรมีการปรับปรุงระบบบริหารจัดการช่อง 11 ใหม่ โดยให้ย้ายนายสุริยงค์ เป็นผู้อำนวยการสำนักประชาสัมพันธ์ เขต 5 และให้ น.ส.รัตนา มาเป็นผู้อำนวยการช่อง 11 โดยมีผลในวันเดียวกันนี้(24 สิงหาคม)
 
นายสาทิตย์ กล่าวว่า การย้ายครั้งนี้ไม่ใช่เหตุผลทางการเมือง โดยเปิดโอกาสให้ทำงานมา 6-7 เดือน แต่ในหลักการเมื่อทำงานไม่ดี ก็ต้องเปลี่ยนแปลง เพื่อให้การสื่อสารภาครัฐไม่มีปัญหา ส่วนที่ให้ น.ส.รัตนา มาทำหน้าที่แทนเนื่องจากมีประสบการณ์ทำโทรทัศน์มา 17 ปี ยืนยันว่าไม่มีความเกี่ยวข้องใกล้ชิดกับพรรคประชาธิปัตย์ ส่วนอธิบดี กปส. จะมีความผิดด้วยหรือไม่ ต้องรอผลการสอบสวนข้อเท็จจริงภายใน 7 วันก่อน
 
"ต้องการให้ กปส.เป็นสื่อสารภาครัฐที่น่าเชื่อถือ แต่บางคนอาจย่อหย่อนเรื่องประสิทธิภาพในการทำงาน ซึ่งปัญหาที่เกิดขึ้นสร้างผลกระทบต่อช่อง 11 จึงต้องเรียกความเชื่อมั่นกลับคืนมา เพราะไม่อยากให้ช่อง 11 ถูกกล่าวหาว่า วางยารัฐบาล และนายกรัฐมนตรี ซึ่งไม่เชื่อว่ามีการวางยา แต่ถ้ามีจริงก็ต้องดำเนินการขั้นเด็ดขาด"นายสาทิตย์กล่าว
 
นายสาทิตย์ กล่าวถึงขั้นตอนการโยกย้ายว่า อธิบดี กปส.ได้ทำหนังสือไปถึงปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อให้มีคำสั่งโยกย้ายตามอำนาจหน้าที่ และตนได้เซ็นรับทราบแล้ว ขั้นตอนต่อจากนี้คือ การเวียนหนังสือ เพื่อให้มีผลในทางปฏิบัติ ฉะนั้นการโยกย้ายครั้งนี้จะมีผลทันทีใน 24 ชั่วโมง ส่วนการตั้งคณะกรรมการสอบสวนนั้น อธิบดี กปส.จะมีคำสั่ง โดยจะมีแนวปฏิบัติอยู่ 3 เรื่อง คือ 1.ให้พิจารณาสอบสวนหาข้อเท็จจริงภายใน 7 วัน 2.คณะกรรมการชุดนี้จะมีองค์ประกอบที่หลากหลาย ทั้งคนภายใน กปส.ที่มีความรู้ด้านการสืบสวนสอบสวน และคนที่มีความรู้ด้านดาวเทียม เพื่อให้ข้อเท็จจริงมีความครอบคลุม และ3.ให้คณะกรรมการชุดนี้เสนอแนะด้วยว่า ในโอกาสต่อไป หากมีการถ่ายทอดสดควรจะมีแนวทางในการปฏิบัติอย่างไร เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาขึ้นอีก อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าหลังผู้อำนวยการคนใหม่มาแล้ว คงต้องมีการหารือกัน อีกทั้งปัญหาภายในช่อง 11 ยังต้องมีอีกหลายเรื่องที่จะต้องเข้าไปดูแลอย่างใกล้ชิด
 
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนเข้าหารือกับนายเผชิญ นายสาทิตย์ ให้สัมภาษณ์ที่รัฐสภา ว่าเหตุการณ์การถ่ายสดมีปัญหาไม่ใช่เกิดขึ้นครั้งแรก แต่เป็นครั้งที่ 3 แล้ว โดยเมื่อครั้งที่เกิดเหตุขัดข้องในการถ่ายทอดสดที่ทำเนียบรัฐบาล ก็ได้เรียกทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องมาพูดคุยและให้จัดทำแผนสำรองเอาไว้แล้ว แต่ก็ยังเกิดเหตุขึ้นอีก อีกทั้งข้อมูลที่รายงานเข้ามาในเบื้องต้นก็สับสนมาก ฝ่ายหนึ่งบอกว่าอุปกรณ์อัพลิงค์สัญญาณที่รถชำรุด อีกฝ่ายหนึ่งก็บอกว่าสัญญาณดาวเทียมที่ยิงขึ้นไปไม่เสถียร ทั้ง 2 ส่วนนี้เป็นเรื่องที่สามารถแก้ไขได้
 
"ผมไม่เข้าใจทำไมถึงไม่คิดแผนสำรองเอาไว้ก่อน ที่สำคัญก็คือ ก่อนออกรายการก็ไม่แจ้งให้นายกฯ ทราบ ผ่านไปเกือบ 10 นาทีถึงจะแจ้ง เป็นการสะท้อนให้เห็นถึงปัญหาการบริหารของคนมากกว่าปัญหาด้านอุปกรณ์"นายสา ทิตย์ กล่าว และว่า นอกจากจะตั้งคณะกรรมการหาคนรับผิดชอบแล้ว ในส่วนของทีมรายการที่แบ่งเป็น 2 ส่วนคือ ฝ่ายโปรดิวเซอร์ กับฝ่ายดูแลเทคนิคการถ่ายทอดสด ซึ่งชุดที่ดูแลเกี่ยวกับเทคนิคนี้จะต้องเปลี่ยนทั้งชุด
 
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสุริยงค์ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้อำนวยการช่อง 11 และนายเผชิญ ได้รับการแต่งตั้งเป็นอธิบดี กปส.สมัยรัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช มีนายจักรภพ เพ็ญแข เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เมื่อพรรคประชาธิปัตย์เข้ามาเป็นผู้นำรัฐบาล ก็มีกระแสข่าวการปลดนายสุริยงค์ และนายเผชิญ แต่เรื่องเงียบหายเนื่องจากนายสาทิตย์ ได้เคลียร์ใจกับบุคคลทั้งสองแล้วในเรื่องของการทำงานสนองนโยบายรัฐบาล

 

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์