อัพเดทล่าสุดเมื่อ 12 นาที 48 วินาที ที่ผ่านมา

แอฟริกาใต้ 2010: สำรวจตรวจตราผู้ชมผ่านการถ่ายทอดสด

ฟุตบอลโลกครั้งนี้มีเครือข่ายโทรทัศน์กว่า 2,000 ช่องใน 5 ทวีป ถ่ายทอดสดเกมการแข่งขัน หลายประเทศมีแนวโน้มผู้ชมสูงขึ้นเมื่อเทียบกับฟุตบอลโลกหนที่แล้ว ส่วนชาติทีตกรอบเม็ดเงินจากการโฆษณาก็หดหายลงไปมิใช่น้อย

ซึ่งเมื่อเทียบกับฟุตบอลโลกปี 2006 นั้นมีเครือข่ายโทรทัศน์ 376 ช่อง ส่วนปี 2002 มีเครือข่ายโทรทัศน์ 232 ช่องที่ได้รับลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสด โดยในปี 2006 ที่เยอรมันเป็นเจ้าภาพนั้น เกมรอบชิงชนะเลิศระหว่างอิตาลีกับฝรั่งเศส มีผู้ชมทั่วโลกถึง 715.1 ล้านคนชมการถ่ายทอดสดผ่านโทรทัศน์
จากข้อมูลของ Sportcal ซึ่งเป็นบริษัทวิจัยเกี่ยวกับธุรกิจกีฬาพบว่าเม็ดเงินจากลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดในการแข่งขันฟุตบอลโลกครั้งนี้มีถึง 2.15 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 53% จากฟุตบอลโลกปี 2006
ผู้ชมในประเทศอาจไม่โชคดีเท่ากับบ้านเราที่สามารถดูผ่านฟรีทีวีได้ เพราะในหลายที่เครือข่ายโทรทัศน์ที่ซื้อลิขสิทธิ์ไปนั้นเป็นเครือข่ายแบบจ่ายเงินดู (Pay-per-view) เช่น Al Jazeera ถ่ายทอดสดผ่านช่องพรีเมียม ESPN ของสหรัฐ และ SBS ของเกาหลีใต้ เป็นต้น
ในจีนมีผู้ชม 39.7 ล้านคนชมการแข่งขันระหว่างอาร์เจนตินาและเกาหลีใต้ผ่านช่องกีฬาท้องถิ่น CCTV5 ส่วนในเกมรอบ 16 ทีมสุดท้ายที่อุรุกวัยเอาชนะเกาหลีใต้มีผู้ชม 27.6 ล้านคน และเกมระหว่างเยอรมันกับอังกฤษนั้นมีผู้ชมประมาณ 34 ล้านคน
ส่วนเกาหลีใต้เครือข่าย SBS มีผู้ชม 7 ล้านคนในเกมระหว่างเกาหลีใต้กับกรีซ ซึ่งเป็นยอดผู้ชมสูงสุดตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ ปี 2007 ส่วนประเทศประเทศเจ้าภาพแอฟริกาใต้นั้น SABC1 เครือข่ายท้องถิ่นมีผู้ชมมากกว่า 8 ล้านคนชมเกมที่ทีมเจ้าภาพลงแข่ง 2 แมตซ์แรก
ในเยอรมันผู้ชมผ่านเครือข่าย ARD 29.2 ล้านคนระหว่างเกมนัดสุดท้ายของรอบแรกที่พวกเขาเอาชนะกาน่า ส่วนเกมที่เจอกับอังกฤษนั้นมีผู้ชม 25.6 ล้านคน โดยเมื่อ 4 ปีที่แล้วที่เยอรมันเป็นเจ้าภาพนั้น ในเกมรอบรองชนะเลิศที่พวกเขาแพ้อิตาลี มีผู้ชมผ่านเครือข่าย ZDF 29.7 ล้านคน

 
คนเกาหลีเหนือก็ได้ดูบอลโลกอย่างถูกกฎหมายกับเขาเหมือนกันนะ
ชาวเกาหลีเหนือได้ชมการแข่งขันฟุตบอลโลกครั้งนี้ตั้งแต่นัดเปิดสนาม ท่ามกลางความประหลาดใจของเครือข่ายโทรทัศน์ที่ได้รับลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดของเกาหลีใต้
 
โดยก่อนหน้านี้มีความหวาดกลัวว่าเกาหลีเหนือจะจารกรรมสัญญาณ เพราะเกาหลีเหนือเคยทำแสบไว้ในการแข่งขันฟุตบอลโลกปี 2002 ด้วยการแอบดูดสัญญาณถ่ายทอดจากเกาหลีใต้ และครั้งนี้เกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ไม่สามารถเจรจาเรื่องลิขสิทธิ์กันได้
 
แต่สถานีโทรทัศน์ของเกาหลีเหนือได้รับสัญญาณการถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลโลก ผ่าน Asia-Pacific Broadcasting Union ที่มีฐานอยู่ในประเทศมาเลเซีย โดยข้อตกลงระหว่างเกาหลีเหนือกับ Pacific Broadcasting Union สำเร็จก่อนหน้านัดเปิดสนามเพียงไม่กี่วัน
 
อนึ่ง Pacific Broadcasting Union เป็นองค์กรไม่หวังผลกำไร ส่งสัญญาณภาพใน 58 ประเทศ ซึ่งเป็นโปรแกรมแลกเปลี่ยนด้านข่าวสารและความบันเทิง
 
เมื่อตกรอบ มูลค่าโฆษณาก็หด
แฟนฟุตบอลในบ้านจะอยู่หน้าจอมากกว่านี้หากทีมอย่างอังกฤษ ฝรั่งเศส และอิตาลี ไม่ชิงตกรอบไปเสียก่อน ทั้งนี้ได้ส่งผลต่อมูลค่าการโฆษณาระหว่างการถ่ายทอดสดที่ลดลงไปอย่างรวดเร็ว
เครือข่ายที่ดำเนินการถ่ายทอดสดอย่าง TF1 (ฝรั่งเศส) Sky Italia (อิตาลี) และ ITV (อังกฤษ) จะได้รับรายได้จากโฆษณาอย่างเป็นกอบเป็นกำหากทีมชาติของพวกเขาสามารถเข้ารอบลึกๆ ไปได้ แต่หลังจากการตกรอบรายได้เหล่านั้นก็หายไปด้วยเช่นกัน ตัวอย่างเช่นช่อง TF1 เรียกค่าโฆษณา 30 วินาทีถึง 197,000 ดอลลาร์สหรัฐ ในเกมที่ทีมชาติฝรั่งเศสลงเล่น โดยมูลค่าโฆษณาจะสูงถึง 215,000 ดอลลาร์สหรัฐ หากทีมชาติฝรั่งเศสเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้าย แต่ขณะนี้ลดลงเหลือเพียง 105,000 ดอลลาร์สหรัฐ เท่านั้น
ในอังกฤษมีแฟนบอลเกือบ 20 ล้านคนชมการถ่ายทอดสดในเกมที่อังกฤษแพ้เยอรมัน 1-4 ผ่านช่อง BBC1 ซึ่งสิ่งต่อเนื่องจากความผิดหวังของแฟนทีมสิงโตคำราม ก็คือรายได้จากการโฆษณาของ ITV และ BBC ผู้เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดในอังกฤษ
ทั้งนี้บางครั้งในเกมที่อังกฤษไม่ลงทำการแข่งขันนั้น อาจมีผู้ชมลดลงเหลือเพียงครึ่งหนึ่งของแมตซ์ที่อังกฤษแข่ง (ประมาณการว่ายอดผู้ชมที่อังกฤษทำการแข่งขันมีผู้ชม 18-20 ล้านคน)
สำหรับ ITV ที่ได้ถ่ายทอดเกมที่อังกฤษลงทำการแข่งขันเพียง 2 เกมเท่านั้น และอาจส่งผลต่อเป้าหมายที่จะทำกำไรจากการโฆษณาที่ได้ตั้งเป้าไว้ 25% ในปีแห่งมหกรรมลูกหนังโลกนี้กลายเป็นหมันไป
สหรัฐ แฟนฟุตบอลยังโตได้อีก
จากข้อมูลของ Nielsen ผู้ชมการแข่งขันฟุตบอลโลกผ่านเครือข่ายโทรทัศน์ภาษาอังกฤษและสเปนเพิ่มขึ้นประมาณ 34% ผู้ชม 99.2 ล้านคนในสหรัฐได้ชมการแข่งขันอย่างน้อย 6 นาทีเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (29 มิ.ย.) เพิ่มขึ้นจาก 91.4 ล้านคนเมื่อฟุตบอลโลกปี 2006
เครือข่ายโทรทัศน์กีฬาอย่าง ESPN, ABC และเครือข่ายภาษาสเปนอย่าง Univision นั้นก็คึกคักขึ้นมาทันตากับกีฬา “ซอคเกอร์” ที่ไม่ใช่กีฬายอดนิยมของคนอเมริกัน
โดยในเกมที่อาเจนตินาเอาชนะเม็กซิโกไปได้ 3-1 ในรอบ 16 ทีมสุดท้ายนั้นมีผู้ชม 9.4 ล้านคนที่ชมการถ่ายทอดผ่านช่องสัญญาณภาษาสเปน ในเกมที่สหรัฐเจออังกฤษนั้นมีผู้ชมผ่าน ABC และ Univision 14.2 ล้านคน ส่วนเกมที่พวกเขาแพ้กาน่านั้นมีผู้ชม 19.4 ล้านคน เมื่อเทียบกับปี 2006 มีผู้ชมเกมการแข่งขันนัดชิงระหว่างอิตาลีและฝรั่งเศส 12 ล้านคน ส่วนในปี 2002 นัดชิงระหว่างบราซิลและเยอรมันมีผู้ชมเพียง 3.9 ล้านคน
ทั้งนี้ฟุตบอลโลกครั้งนี้ยอดผู้ชมในสหรัฐพุ่งสูงเป็นประวัติกาลนับตั้งแต่ที่พวกเขาเคยเป็นเจ้าภาพในปี 1994 ทั้งนี้ยอดผู้ชมการถ่ายทอดกีฬาฟุตบอลในสหรัฐอเมริกาที่เคยทำสถิติไว้คือการแข่งขันฟุตบอลโลกหญิงนัดชิงชนะเลิศระหว่างสหรัฐกับจีนในปี 1999
ที่มา:
The Real World Cup Prize? Broadcast Rights (ERIC PFANNER, The New York Times, 23-5-2010)
North Korea Gets Broadcast Rights for World Cup Games (EVAN RAMSTAD, wsj.com, 16-6-2010)
World Cup Viewership Numbers Expected To Drop With Big Teams Out (football-marketing.com, 30-6-2010)
World Cup Reaches One-Third of All U.S. TV Viewers (Nielsen Wire, 1-7-2010)
2010 World Cup gets amazing TV ratings (euFootball.BIZ, 2-7-2010)
http://en.wikipedia.org/wiki/2010_FIFA_World_Cup_broadcasting_rights (เข้าดูเมื่อ 2-7-2010)
http://www.fifa.com/aboutfifa/marketing/factsfigures/tvdata.html (เข้าดูเมื่อ 2-7-2010)
 
 
เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai