เครือข่ายผู้บริโภค จี้รัฐเร่งพิจารณา พ.ร.บ.คุ้มครองผู้เสียหายฯ

เครือข่ายองค์กรผู้บริโภคยื่นหนังสือต่อประธานวิปรัฐบาล และประธานวิปฝ่ายค้าน ขอให้เร่งพิจารณา ร่าง พรบ.คุ้มครองผู้เสียหายจากการรับบริการสาธารณสุข พ.ศ. .

 

 

15 กันยายน เครือข่ายองค์กรผู้บริโภคประกอบด้วยเครือข่ายผู้บริโภคภาคตะวันตก เครือข่ายผู้บริโภคภาคใต้ เครือข่ายผู้บริโภคภาคอีสาน เครือข่ายผู้บริโภคภาคกลาง เครือข่ายผู้บริโภคภาคตะวันตก เครือข่ายเพื่อนโรคไต และเครือข่ายโรคมะเร็ง จำนวน 30 คน เข้ายื่นหนังสือต่อนายวิทยา แก้วภราดัย ในฐานะประธานวิปรัฐบาล และนายวิทยา บุรณศิริ ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน ขอให้นำร่าง พรบ.คุ้มครองผู้เสียหายจากการรับบริการสาธารณสุข เข้าพิจารณาในการสภาผู้แทนราษฎร

นางสาวกชนุช  แสงแถลง ผู้ประสานงานเครือข่ายองค์กรผู้บริโภค กล่าว ว่าตามที่เครือข่ายผู้เสียหายทางการแพทย์ เครือข่ายผู้ป่วย เครือข่ายภาคประชาชนต่างๆ  องค์กรพัฒนาเอกชน และองค์กรผู้บริโภค ได้ใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ในการรวบรวมรายชื่อประชาชน 10,000 รายชื่อ เสนอร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้เสียหายจากบริการสาธารณสุข พ.ศ. ... เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2552 และได้ผ่านการดำเนินการตามขั้นตอนและกระบวนการของรัฐสภา โดย ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีได้ลงนามในร่างกฎหมายฉบับนี้ พร้อมทั้งได้บรรจุในระเบียบวาระการประชุมสภาตั้งแต่ 12 พฤษภาคม 2553 ที่ผ่านมา จนกระทั่งบัดนี้ ร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้เสียหายจากบริการสาธารณสุข พ.ศ. ... ก็ยังไม่ได้รับการพิจารณาแต่อย่างใด

“เครือข่ายภาคประชาชน อยากให้เร่งรัดดำเนินการให้ร่างกฎหมายฉบับนี้ เข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรในสมัยการประชุมนี้ด้วย รวมถึงขอให้ผ่านกฎหมายฉบับนี้ออกมาบังใช้โดยเร็ว เพื่อสร้างความเป็นธรรม ลดความเหลื่อมล้ำ นำไปสู่การปฏิรูประบบสาธารณสุข” ผู้ประสานงานเครือข่ายองค์กรผู้บริโภค กล่าว

ด้านนายวิทยา แก้วภราดัย ในฐานะประธานวิปรัฐบาล กล่าวว่าจะเร่งดำเนินการให้ แต่ถึงอย่างไรแล้ว อันดับการพิจารณากฎหมายพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้เสียหายจากบริการสาธารณสุข พ.ศ. ...นั้นขณะนี้อยู่อันดับที่ 16 และเห็นว่ากฎหมายฉบับนี้เป็นกฎหมายที่สำคัญ เพราะฉะนั้นจะเข้าสู่สภาฯแน่นอน

นายวิชาญ มีนชัยนันท์ ในฐานะตัวแทนนายวิทยา บุรณศิริ ประธานวิปฝ่ายค้าน เข้ารับหนังสือพร้อมกล่าวว่า พ.ร.บ.ฉบับนี้มีการเสนอเข้ามาถึง 7 ฉบับ อีกทั้งยังมีความคิดเห็นที่แตกต่างกันต่อ พ.ร.บ.ฉบับนี้ ซึ่งภาระการสร้างความเข้าใจระหว่างกันนั้นกระทรวงสาธารณะสุขควรจะรีบดำเนิน การ และเห็นว่ากฎหมายฉบับนี้เป็นกฎหมายที่มีความสำคัญ หากผ่านออกมาเป็นกฎหมายแล้วน่าจะพัฒนาระบบสาธารณสุขได้มากขึ้น

 

แสดงความคิดเห็น

ข่าวรอบวัน

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์