นักปรัชญาชายขอบ: ความ (ไม่) ยุติธรรม

ประชาไททำหน้าที่เป็นเวที เนื้อหาและท่าที ความคิดเห็นของผู้เขียน อาจไม่จำเป็นต้องเหมือนกองบรรณาธิการ
เช้าวันหนึ่งขณะที่จะถอยรถออกจากบ้าน ผมบอกลูกชาย (ที่กำลังเรียน ป.1) ว่า เป็นหนึ่งไปเปิดประตูบ้านให้พ่อหน่อย เขาย้อนว่า อีกแล้ว เดี๋ยวนี้พ่อไปค่อยไปเปิดประตูบ้านเลยนะ ไม่ทันที่ผมจะอธิบายอะไร เขาพูดต่อว่า เราเป่ายิ้งฉุกกันไหม
 
เขาคงคิดว่า ที่เขาต้องคอยเปิดประตูเป็นประจำเวลาพ่อขับรถเข้า-ออกบ้านมันไม่ยุติธรรม และคิดว่าวิธีเป่ายิ้งฉุบเป็นวิธีตัดสินที่ยุติธรรมในบางเรื่องที่เราตกลงกันไม่ได้ แสดงว่าคนเราที่สามารถคิดอย่างมีเหตุผลได้ย่อมต้องการสิ่งที่เรียก ความยุติธรรมเราอาจพูดได้ว่าธรรมชาติของความเป็นสัตว์ที่มีเหตุผลสะท้อนถึงธรรมชาติของความเป็นสัตว์ที่ต้องการความยุติธรรม
 
ความยุติธรรมคือสิ่งที่เราอธิบายได้ด้วยเหตุผล หรืออธิบายได้อย่างสมเหตุสมผล ความเป็นมนุษย์ของเราเรียกร้องความยุติธรรมที่อธิบายได้ด้วยเหตุผลในแทบทุกเรื่อง ดูเหมือนว่าเราจะรู้สึกอึดอัดคับข้องใจ หรือยอมรับไม่ได้หากเห็นว่าเรื่องใดๆ ก็ตามไม่ยุติธรรม เช่น
 
มันยุติธรรมหรือไม่ที่พระเจ้าสร้างมนุษย์แล้วก็สร้างความชั่วร้าย ความทุกข์ยาก โรคภัยไข้เจ็บ ภัยพิบัตินานาประการให้มนุษย์ (ในฐานะเป็นบุตรที่พระองค์รัก) ต้องเผชิญ เพื่อคลี่คลายความอึดอัดใจนี้ เราก็สร้างคำอธิบายว่า พระเจ้าสร้างมนุษย์ให้มีเสรีภาพที่จะเลือกกระทำตามกฎหรือขบถต่อกฎของพระองค์ก็ได้ และเมื่อพระเจ้าตั้งกฎแก่มนุษย์คู่แรกของโลกพร้อมกับแจ้งให้ทราบว่าหากเขาทั้งสองละเมิดกฎจะถูกลงโทษให้ได้รับความตายและสิ่งชั่วร้ายต่างๆ ตามมา แล้วมนุษย์ก็เลือกที่จะทำผิดกฎ ดังนั้น ก็ยุติธรรมแล้วที่เขาต้องได้รับการลงโทษจากการเลือกนั้น
 
แต่พระเจ้าก็ไม่ได้ทอดทิ้งบุตรของพระองค์ หากเขาสำนึกผิด กลับมาศรัทธาและปฏิบัติตามคำสอนของพระองค์เขาก็จะพ้นจากบาปกลับไปอยู่ในสวรรค์ของพระองค์อีกครั้ง ฉะนั้น คนที่ศรัทธาในพระเจ้าก็เพราะมีเหตุผลอธิบายได้ว่าพระเจ้ายุติธรรม
 
บางคนสงสัยว่า ทำไมเราเกิดมาแตกต่างกัน เช่น คนหนึ่งเกิดมาสมประกอบ อีกคนเกิดมาพิการ ทำไมคนจึงเกิดมาโง่ ฉลาด รวย จน ฯลฯ ไม่เท่ากัน มันยุติธรรมหรือไม่ที่ธรรมชาติจัดสรรให้เราต้องเกิดมาแตกต่างกันเช่นนี้ เพื่อคลี่คลายความสงสัยนี้ก็มีคำอธิบายว่ามีกฎธรรมชาติบางอย่างคือกฎแห่งกรรมที่คอยกำหนดว่า แต่ละคนกระทำอย่างไรย่อมได้รับผลอย่างนั้น
 
ตามกฎข้อนี้ ธรรมชาติสร้างมนุษย์ให้มีเสรีภาพในการเลือกการกระทำ เมื่อเขาเลือกการกระทำเช่นไรเขาย่อมต้องรับผิดชอบต่อผลที่ตามมา การกระทำของเขาคือการสร้างตัวตนของเขา เมื่อแต่ละคนใช้เสรีภาพเลือกการกระทำที่แตกต่างกันเขาจึงได้รับผลของการกระทำที่แตกต่างกัน นี่คือความยุติรรมตามกฎธรรมชาติ
 
ความยุติธรรมภายใต้กฎของพระเจ้าก็ดี ความยุติธรรมภายใต้กฎธรรมชาติก็ดี เป็นความยุติธรรมที่คนจำนวนไม่น้อยเห็นว่าอธิบายได้ด้วยเหตุผล ฉะนั้น เขาจึงนับถือศาสนาที่อธิบายความยุติธรรมเช่นนั้นที่ทำให้เขาข้าใจได้ว่า หากปฏิบัติตามคำสอนของศาสนานั้นๆ แล้ว เขาจะได้รับผลที่ยุติธรรม
 
ในทางสังคม-การเมือง ความยุติธรรมยิ่งเป็นปัญหาพื้นฐาน หรือเป็นรากฐานของสัญญาประชาคมในการสร้างระบบสังคม-การเมือง หมายความว่าระบบสังคม-การเมือง การปกครอง กฎหมายหรือกระบวนการบังคับใช้กฎหมายต่างๆ จำเป็นต้องอธิบายด้วยเหตุผลได้ว่าให้ยุติธรรมแก่สมาชิกของสังคมอย่างเท่าเทียม หากอธิบายไม่ได้ความปรองดองหรือสันติภาพก็ไม่มีวันเกิดขึ้นในสังคมนั้นได้
 
อย่างที่เห็นในบ้านเรา ระบบสังคม-การเมืองไม่ได้ถูกสถาปนาขึ้นบนรากฐานของหลักความยุติธรรมที่เคารพความเสมอภาคในความเป็นมนุษย์ตั้งแต่ต้น ฉะนั้น ระบบการปกครอง การใช้อำนาจรัฐ การออกกฎหมาย การบังคับใช้กฎหมายเป็นต้น จึงไม่อาจให้ความยุติธรรมแก่ทุกคนอย่างเท่าเทียมได้
 
สำหรับคนที่ไม่เท่าเทียมกันในสังคมนี้ ฝ่ายที่เหนือกว่าย่อมได้รับการปกป้องเป็นพิเศษจากกฎหมายของรัฐ จารีตประเพณี หากเกิดความขัดแย้งระหว่างฝ่ายที่มีสถานะความเป็นคนที่เหนือกว่า (รวมทั้งพวกเดียวกับเขา) กับฝ่ายที่ด้อยกว่า แน่นอนว่ากระบวนการบังคับใช้กฎหมายย่อมไม่แฟร์หรือไม่เป็นธรรมแก่ทั้งสองฝ่ายอย่างเท่าเทียม
 
ความไม่เป็นธรรมดังกล่าวนี้ คือ ความไม่สามารถอธิบายด้วยเหตุผลได้ว่ายุติธรรมอย่างไร เช่น ไม่สามารถอธิบายได้อย่างสมเหตุสมผลว่า กรณีเขายายเที่ยงกับเซ็นชื่อให้เมียซื้อที่ดิน กรณีทำกับข้าวออกทีวีกับเป็นอาจารย์พิเศษรับจ้างสอนหนังสือ กรณียุบพรรคการเมืองอื่นๆ กับไม่ยุบพรรคประชาธิปัตย์ ฯลฯ คือความยุติธรรมอย่างเท่าเทียมอย่างไร
 
กรณีคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ศาลให้ความสำคัญสูงสุดกับสิ่งที่เรียกว่า due process หรือกระบวนการดำเนินการทางกฎหมายที่ชอบด้วยหลักนิติรัฐ แต่กรณีทำรัฐประหาร แล้วโจทย์ตั้งข้อกล่าวหาผู้ถูกทำรัฐประหารเอง ตั้งคณะบุคคลขึ้นมาสอบสวนความผิดเอง และส่งฟ้องศาลเองได้ (ไม่นับว่าอัยการ ศาลเป็นฝ่ายเขาเองหรือไม่?) สิ่งที่เรียกว่า  due process กลับถูกละเลย หรือเสมือนว่าจงใจตัดทิ้งไป
 
เพียงบางตัวอย่างที่ยกมา ใครอธิบายด้วยเหตุผลได้บ้างว่าสังคมเรามีความยุติธรรมแก่ทุกคนอย่างเท่าเทียม หรือทุกคนมีสิทธิ์ได้รับการปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเสมอภาค!
 
หากอธิบายไม่ได้ ก็หมายความว่าสังคมนี้ไม่มีความยุติธรรม และในเมื่อธรรมชาติของมนุษย์ย่อมต้องการความยุติธรรม เขาจะมีชีวิตอยู่อย่างมีคุณค่าหรือมีศักดิ์ศรีก็ต่อเมื่อเขาได้รับการปฏิบัติอย่างยุติธรรมเท่าเทียมกับคนอื่นๆ ฉะนั้น ความไม่ยุติธรรมจึงเป็นอันตรายต่อความเป็นมนุษย์ เป็นภัยคุกคามต่อสิทธิและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์
 
เมื่อมนุษย์อีกฝ่ายหนึ่งถูกทำลายสิทธิและศักดิ์ศรีที่เท่าเทียม เราจะเรียกร้องให้เกิดความปรองดอง ให้เกิดความรู้รักสามัคคี หรือความสงบสุขในสังคมได้อย่างไร
 
หากไม่รื้อระบบความยุติธรรมอย่างถึงรากฐาน จนสามารถสถาปนาระบบสังคม-การเมืองขึ้นจากสัญญาประชาคมที่ยึดหลักความยุติธรรมบนหลักความเสมอภาคในความเป็นคน ปัญหาสองมาตรฐานย่อมไม่มีวันพบทางแก้
 
ความสงบสุขของสังคมยิ่งเป็นจินตนาการที่ไม่มีทางเป็นไปได้!     
 
 
 
เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

เรื่องที่เกี่ยวข้อง