กรณีล่ามโซ่นายชาลี ดียู ว่าด้วยการบังคับใช้กฎหมาย : สถานะของระเบียบกับรัฐธรรมนูญ

ประชาไททำหน้าที่เป็นเวที เนื้อหาและท่าที ความคิดเห็นของผู้เขียน อาจไม่จำเป็นต้องเหมือนกองบรรณาธิการ

แม้การทรมาน การปฏิบัติและการลงโทษที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรมและย่ำยีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ตามอนุสัญญาว่าด้วยการต่อต้าน การทรมานและการปฏิบัติหรือการลงโทษอื่นที่โหดร้ายไร้มนุษยธรรม หรือที่ย่ำยีศักดิ์ศรี (CAT) จะไม่ใช่เรื่องใหม่ในสังคมไทยแล้วก็ตาม  แต่ยังคงไม่เป็นที่รับรู้ในหมู่ประชาชนและเจ้าหน้าที่รัฐมากนัก ทั้งที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ มาตรา ๓๒ ได้รับรองสิทธิในชีวิตและร่างกาย และสิทธิที่จะไม่ถูกทรมานการทรมาน ทารุณกรรม หรือการลงโทษด้วยวิธีการโหดร้ายหรือไร้มนุษยธรรม ซึ่งสอดคล้องและเป็นไปตามอนุสัญญาฯ ดังกล่าวซึ่งไทยเป็นภาคีและมีผลบังคับใช้ให้ต้องปฏิบัติตามพันธกรณีเมื่อวัน ที่ 1 พฤศจิกายน 2550 เป็นต้นมา

รูปแบบของการทรมาน การปฏิบัติหรือลงโทษที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรมและย่ำยีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์  นอกจากการทำร้ายร่างกายและจิตใจให้รับสารภาพด้วยวิธีการต่างๆ ทั้งที่ทำให้ปรากฏร่องรอยตามร่างกายและไม่ปรากฏร่องรอยตามร่างกาย เช่น การใช้น้ำหยดลงบนศรีษะอยู่ตลอดเวลา  การบังคับให้ร่างกายอยู่ในสภาพที่ไม่สามารถขยับเขยื้อนได้เป็นเวลานานจน กล้ามเนื้อได้รับบาดเจ็บ  เป็นต้น  ยังมีรูปแบบอื่นที่ถือเป็นการทรมาน  การปฏิบัติและการลงโทษโดยย่ำยีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ เช่น การจำตรวนนักโทษไว้ตลอดเวลา  การคุมขังอยู่ในสถานที่ที่อาจเป็นอันตรายต่อสุขอนามัย  การไม่ได้รับการรักษาพยาบาล หรือการขังเดี่ยว เป็นต้น    

กรณีของนายชาลี ดียู ชาวพม่าซึ่งประสบอุบัติเหตุจากการทำงานได้รับบาดเจ็บสาหัส ซึ่งมีสถานะเป็นแรงงานข้ามชาติมีสิทธิอาศัยชั่วคราวและได้รับอนุญาตให้ทำงาน ตามกฎหมาย แต่เนื่องจากเอกสารสูญหาย  จึงถูกควบคุมตัวและส่งไปรักษารักษาอาการบาดเจ็บที่โรงพยาบาลตำรวจ เจ้าหน้าที่ได้ล่ามโซ่นายชาลีไว้โดยอ้างว่ามีระเบียบกำหนดไว้  และเกรงว่านายชาลีจะหลบหนี แม้ภายในห้องของโรงพยาบาลจะมีลูกกรงเหล็กซึ่งมีลักษณะเป็นที่คุมขังอยู่แล้ว ก็ตาม

ต่อมามูลนิธิเพื่อสิทธิมนุษยชนและการพัฒนาได้เข้าให้การช่วยเหลือและ ประสานงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อขอให้ปลดโซ่ที่ล่ามไว้กับเตียง เพราะนายชาลีไม่อยู่ในสภาพที่จะหลบหนีได้และต้องได้รับการรักษาจากแพทย์ อย่างต่อเนื่อง  นอกจากนี้  ยังต้องการใช้สิทธิเรียกร้องจากกองทุนเงินทดแทนด้วย ต่อมาเจ้าหน้าที่จึงยอมปลดโซ่นายชาลี

แม้นายชาลีจะเป็นแรงงานข้ามชาติ  มิได้ถือเป็น “ปวงชนชาวไทย”  แต่ย่อมได้รับการคุ้มครองในฐานะที่เป็นมนุษย์  เพราะรัฐธรรมนูญฯคุ้มครองสิทธิในชีวิตร่างกายและศักดิ์ศรีของมนุษย์ทุกคน มิได้คุ้มครองเฉพาะประชาชนไทยเท่านั้น  และข้อเท็จจริงยังปรากฏชัดว่านายชาลีไม่อยู่ในสภาพที่จะหลบหนีหรือทำอันตราย ต่อผู้ใดได้  การล่ามโซ่จึงเป็นมาตรการและการปฏิบัติที่ไร้มนุษยธรรม ไม่คำนึงถึงศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และเป็นมาตรการที่เกินจำเป็น ขัดต่อรัฐธรรมนูญฯ และอนุสัญญาว่าด้วยการต่อต้านการทรมานฯ

การบังคับใช้กฎหมายของเจ้าหน้าที่ผู้บังคับใช้กฎหมายโดยอ้างถึงระเบียบ หรือแนวปฏิบัติต่างๆ ที่เป็นไปในทางจำกัดสิทธิเสรีภาพของประชาชนให้มีฐานะเหนือกว่าหลักการพื้น ฐานการคุ้มครองปกป้องสิทธิรัฐตามธรรมนูญ โดยการตีความและการบังคับใช้กฎหมายลำดับรองเป็นไปที่ไม่ต้องคอยสำรวจตรวจตรา ว่าขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญหรือไม่  เท่ากับว่าการใช้และการตีความกฎหมายถูกทำให้เป็นอิสระจากเจตนารมณ์แห่งรัฐ ธรรมนูญ ก่อให้เกิดปัญหาการใช้และการตีความกฎหมายที่ลักลั่น  ไม่สอดคล้องกันทั้งระบบ  และเป็น “อัตวิสัย” ของเจ้าหน้าที่หรือหน่วยงานที่มีอำนาจตีความและบังคับใช้กฎหมาย

ลักษณะดังกล่าวข้างต้นเป็นสาเหตุหนึ่งของการละเมิดสิทธิเสรีภาพของ ประชาชน สิทธิมนุษยชนและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์อย่างไม่อาจปฏิเสธได้ การกระทำในลักษณะดังกล่าว ไม่เฉพาะกรณีของนายชาลี ดียู  แรงงานข้ามชาติชาวพม่าเท่านั้น  แต่ยังเป็นปัญหาอย่างมากในสังคมไทย  ดังนั้น  เมื่อรัฐธรรมนูญยังมิได้ถูกนำมาบังคับใช้หรืออ้างอิงก็มิพักต้องเอ่ยถึงหลัก การหรือการปฏิบัติตามอนุสัญญาหรือกติการะหว่างประเทศใดๆ อีกต่อไป      

ท้ายที่สุด  หากเจ้าหน้าที่ผู้บังคับใช้กฎหมายและกระบวนการยุติธรรมยังใช้และตีความ กฎหมายลำดับรองโดยไม่คำนึงถึงหลักการต่างๆ ตามรัฐธรรมนูญฯ แล้ว  รัฐธรรมนูญคงเป็นเพียงกฎหมายสูงสุดที่อยู่บนพานและมีสถานะด้อยกว่ากฎหมาย ลำดับรอง ระเบียบหรือแนวปฏิบัติต่างๆ ในแง่การบังคับใช้

ในทางกลับกันหากการบังคับใช้กฎหมายที่คำนึงถึงหลักการต่างๆ ตามรัฐธรรมนูญประกอบการใช้ดุลพินิจในการปฏิบัติหน้าที่ ย่อมทำให้กฎหมายและการบังคับใช้กฎหมายได้รับการพัฒนาอย่างเป็นระบบมากขึ้น เป็นลำดับ
 

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์