คสช.อนุมัติงบ 6,600 ล้าน ช่วยชาวสวนยาง-5,400 ล้าน ช่วยผู้ประสบภัยธรรมชาติ

คสช.อนุมัติงบประมาณ 12,000 ล้านบาท ช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยาง และเกษตรกรที่ประสบภัยพิบัติธรรมชาติตั้งแต่ปี 2555 ขณะเดียวกันอนุมัติเรื่องการบังคับใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินในพื้นที่ภาคใต้ออกไปอีก 3 เดือน

17 มิ.ย. 2557 พ.อ.วินธัย สุวารี พร้อมด้วยทีมโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แถลงผลการประชุม คสช.เต็มคณะ ครั้งที่ 2 ว่าระหว่างการประชุม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช. ให้นโยบายเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาแรงงานต่างด้าวอพยพกลับประเทศ โดยยืนยันว่า คสช.ไม่มีนโยบายเร่งรัดจับกุมกวาดล้างแรงงานต่างด้าว ดังนั้นขอให้ทำงานตามปกติได้ และเมื่อกลับมาทำงานแล้ว ให้นายจ้างจัดทำบัญชีรายชื่อแรงงานต่างด้าว เพื่อหากมีเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบ จะได้จัดทำเป็นข้อมูล และย้ำว่าการจัดระบบไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น แต่เป็นมาตรการปรับปรุงการใช้กฎหมายให้ทันสมัยเพื่อแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน

นอกจากนี้ที่ประชุมยังเห็นชอบขยายการบังคับใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ในพื้นที่ภาคใต้ออกไปอีก 3 เดือน ตั้งแต่วันที่ 20 มิถุนายนถึงวันที่ 29 กันยายน พร้อมอนุมัติงบฯ ช่วยเหลือสถานศึกษา วัด ในพื้นที่ 7 จังหวัดที่ได้รับผลกระทบจากเหตุแผ่นดินไหว

อีกทั้ง มีการอนุมัติงบประมาณช่วยเหลือภัยพิบัติที่จังหวัดเชียงรายเพิ่มเติม โดย คสช.อนุมัติงบให้กระทรวงศึกษาธิการ 322ล้านบาทเพื่อแก้ปัญหาความเสียหายของสถานศึกษาใน จ.เชียงราย และอนุมัติงบประมาณให้สำนักงานประพุทธศาสนา 127 ลเานบาท เพื่อดูแลบูรณะวัด และสถานปฏิบัติธรรม

ด้านนำชัย พรหมมีชัย รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า ที่ประชุม คสช. อนุมัติการชดเชยต้นทุนชาวสวนยางที่ค้างกว่า 100,000 ราย เนื่องจากตั้งเป้าหมายการชดเชยต้นทุนชาวสวนยาง จากเดิมประเมินไว้ชดเชย 9 ล้านไร่ ใช้เงิน 21,000 ล้านบาท  แต่เมื่อให้เกษตรกรมาลงทะเบียนและตรวจสอบพื้นที่ จึงมีจำนวนเกษตรกรที่ต้องช่วยเหลือเพิ่ม 2.4  ล้านไร่ รวมเป็น 11.4 ล้านไร่ จึงต้องอนุมัติการช่วยเหลือเพิ่ม 6,600 ล้านบาท เป็นเกษตรกรกว่า 100,000 ราย  โดยจะเร่งจ่ายเงินผ่านธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ในพื้นที่ให้เร็วที่สุด 

นอกจากนี้ที่ประชุม คสช.ยังอนุมัติการช่วยเหลือชาวบ้านผู้ประสบภัยพิบัติธรรมชาติทั้งภัยแล้งและน้ำท่วมที่ผ่านมาตั้งแต่ปลายปี 2555 แต่มีปัญหาเรื่องงบประมาณและการตรวจสอบเอกสาร จึงได้เร่งช่วยเหลือประชาชนผู้ได้รับความเดือดร้อนกว่า 580,000 ราย เป็นเงิน  5,400 ล้านบาท จึงกำชับให้ผู้นำท้องถิ่น ข้าราชการเร่งนำเงินช่วยเหลือทั้งสองส่วนไปสู่พื้นที่ภายใน  2-3 สัปดาห์ข้างหน้า

 

ที่มา: สำนักข่าวไทย และศูนย์ข่าวแปซิฟิก

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์