ป.ป.ช.เปิดรายละเอียดบัญชีทรัพย์สิน 'ครม.ยิ่งลักษณ์'

ป.ป.ช.เปิดบัญชีทรัพย์สิน-หนี้สิน ครม. “ยิ่งลักษณ์” และ ส.ว.หลังพ้นตำแหน่ง “ปลอดประสพ” มีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นอันดับ 1 มี ส.ว.จากการเลือกตั้งไม่แสดงบัญชี 2 ราย พร้อมเดินหน้าสอบกรณีนาฬิกาหรูของอดีตนายกฯ ระบุไม่มีอำนาจตรวจสอบบัญชี คสช.แต่สอบของ ผบ.เหล่าทัพได้ เพราะต้องยื่นเมื่อเข้ารับตำแหน่ง
 
27 มิ.ย. 2557 สำนักข่าวไทยรายงานว่า สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดบัญชีทรัพย์สิน-หนี้สินรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร หลังพ้นจากตำแหน่งเมื่อวันที่ 7 พ.ค.2557 รวม 13 ตำแหน่ง 10 คน พบว่า 5 อันดับแรกที่มีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สิน อันดับ 1 คือ นายปลอดประสพ สุรัสวดี เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี มีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สิน 967,521,802 บาท อันดับ 2 คือ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สิน 574,346,149.14 บาท
 
อันดับ 3 คือ พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี มีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สิน 367,521,802 บาท อันดับ 4 พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม มีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สิน 306,670,351.12 บาท และอันดับ 5 ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน มีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สิน 171,146,701.60 บาท
 
เมื่อเปรียบเทียบกับบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินที่แจ้งต่อ ป.ป.ช.ก่อนเข้ารับตำแหน่งวันที่ 10 สิงหาคม 2554 น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร มีทรัพย์สินรวมของบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะจำนวน 541,132,001.31 บาท หากเทียบกับการยื่นหลังพ้นตำแหน่ง มีทรัพย์สินเพิ่มขึ้น 33,214,147.83 บาท แต่เมื่อเทียบกับบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของ ครม.ยิ่งลักษณ์ 5 จำนวน 601,660,181 บาท กับการยื่นหลังพ้นตำแหน่ง  มีบัญชีทรัพย์สิน-หนี้สินลดลง 27,314,031.86 บาท อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบรายการบัญชีทรัพย์สิน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ไม่ได้แจ้งรายการนาฬิกาหรูที่มีผู้ยื่นเรื่องให้ ป.ป.ช.ตรวจสอบก่อนหน้านี้
 
ส่วนนายปลอดประสพ ซึ่งมีทรัพย์สินมากที่สุดเป็นอันดับ 1 รวมคู่สมรส ทรัพย์สินหลังจากพ้นตำแหน่ง 967,521,802 บาท เทียบกับเมื่อครั้งเข้ารับตำแหน่งวันที่ 1 พฤศจิกายน 2555 ที่มีทรัพย์สิน 963,545,185 บาท ซึ่งเพิ่มขึ้น 3,976,617 บาท  
 
นอกจากนี้ ป.ป.ช.เปิดเผยบัญชีทรัพย์สิน-หนี้สินของสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) จากการเลือกตั้งที่พ้นจากตำแหน่งวันที่ 2 พ.ค.2557 จำนวน 70 คน ยื่นทั้งหมด 69 คน มีเพียงนายประดิษฐ์ ตันวัฒนะพงษ์  ส.ว.สกลนคร ที่ยังไม่ได้ยื่น ส่วน ส.ว.จากการเลือกตั้งที่เข้ามารับตำแหน่งใหม่วันที่ 2 พ.ค.57 จำนวน 77 คน ยื่นเพียง 76 คน ขาด น.ส.วราภรณ์ อัศวเหม ส.ว.สมุทรปราการ
 
กรณี ส.ว.ที่ยังไม่ยื่นบัญชีทรัพย์สิน-หนี้สิน ป.ป.ช.จะทำหนังสือสอบถามถึงเหตุผลที่ไม่ยื่น หากไม่ตอบกลับจะแจ้งเตือน 2 ครั้ง ก่อนส่งเรื่องไปยังคณะกรรมการ ป.ป.ช.เพื่อสรุปและส่งต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองข้อหาจงใจไม่ยื่นบัญชีทรัพย์สิน โดยจะมีโทษเว้นวรรคการเมือง 5 ปี จำคุกอีก 2 ปี
 
นายธวัชชัย ศิริสธนพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินภาคการเมือง เปิดเผยว่า รัฐมนตรีในรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ยื่นบัญชีทรัพย์สิน-หนี้สินหลังพ้นตำแหน่งภายในเวลาที่กำหนด ส่วนประเด็นนาฬิกาหรูของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ที่มีผู้ร้องให้ ป.ป.ช.ตรวจสอบ ป.ป.ช.มีมตินำสำนวนดังกล่าวรวมกับการตรวจสอบบัญชีทรัพย์สิน 5 รัฐมนตรีที่ถูกตรวจสอบในโครงการรับจำนำข้าว ก่อนหน้านี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เคยชี้แจงกับคณะกรรมการ ป.ป.ช.แล้ว 1 ครั้ง โดยอ้างว่านาฬิกาเรือนดังกล่าวซื้อและขายออกไปก่อนรับตำแหน่งทางการเมือง แล้วนำไปซื้อเป็นเครื่องประดับแทน จึงไม่ได้แจ้งอยู่ในบัญชีทรัพย์สิน
 
“แต่ ป.ป.ช.เห็นว่ามีข้อมูลไม่เพียงพอ เนื่องจาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ไม่ได้ระบุยี่ห้อนาฬิกาและช่วงเวลาซื้อขาย ซึ่ง ป.ป.ช.จะทำหนังสือให้อดีตนายกรัฐมนตรีชี้แจงอีกครั้งหนึ่ง แต่หากไม่ชี้แจง ป.ป.ช.จะใช้ช่องทางอื่น เช่นการเข้าไปตรวจสอบบริษัทที่ขายนาฬิกาเพื่อหาข้อมูลที่ชัดเจน  
 
นายธวัชชัย กล่าวว่า ป.ป.ช.ไม่มีอำนาจตรวจสอบบัญชีทรัพย์สิน-หนี้สินของ คสช. และขณะนี้ไม่มีคนยื่นหนังสือเข้ามาเพื่อขอให้ตรวจสอบ แต่ในฐานะผู้บัญชาการเหล่าทัพ ป.ป.ช.ตรวจสอบได้ เพราะผู้บัญชาการเหล่าทัพต้องแสดงบัญชีทรัพย์สิน-หนี้สินเมื่อเข้ารับตำแหน่ง และต้องยื่นอีกครั้งในช่วงเกษียณอายุราชการ และยื่นอีกครั้งหลังเกษียณอายุราชการผ่านไปแล้ว 1 ปี แต่หากต่ออายุราชการจะถือว่ายังไม่เกษียณ ไม่จำเป็นต้องยื่น
 
นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ยื่นบัญชีทรัพย์สินเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2555 มีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สิน 48,741,301.33 บาท และมีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สินหลังพ้นจากตำแหน่ง 37,380,736.01 บาท แบ่งเป็นทรัพย์สิน 40,445,708.94 บาท มีหนี้สิน 3,064,972.93 บาท หลังพ้นตำแหน่งมีทรัพย์สินลดลง 11,360,565.32 บาท
 
นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองนายกรัฐมนตรี แสดงบัญชีทรัพย์สิน-หนี้สินเมื่อเข้าดำรงตำแหน่งวันที่ 30 พ.ย.2555 มีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สิน 963,545,185 บาท และมีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สินหลังพ้นตำแหน่ง 967,521,802 บาท แบ่งเป็นทรัพย์สินรวมคู่สมรส 970,254,502 บาท และหนี้สิน 2,732,700 บาท ทำให้หลังพ้นตำแหน่งมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้น 3,976,617 บาท
 
นายกิตติรัตน์  ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ยื่นบัญชีทรัพย์สินเข้าดำรงตำแหน่งเมื่อวันที่ 23 มกราคม 2555 มีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สิน 60,485,623.18 บาท โดยได้ยื่นบัญชีทรัพย์สิน-หนี้สินหลังพ้นตำแหน่ง 57,674,582.44 บาท แบ่งเป็นทรัพย์สินรวมคู่สมรส 58,988,078.35 บาทหนี้สินรวม 1,313,495.91 บาท หลังพ้นตำแหน่งมีทรัพย์สินลดลง 2,811,040.74 บาท
 
นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แสดงบัญชีทรัพย์สิน-หนี้สินเมื่อครั้งเข้าดำรงตำแหน่งเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2556 มีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สิน 18,356,728.58 บาท และแสดงบัญชีหลังพ้นตำแหน่ง มีทรัพย์สิน-หนี้สินรวม 14,432,149.98 บาท แบ่งเป็นทรัพย์สินรวมคู่สมรส 14,966,699.90 บาท หนี้สินรวม 534,549.92 บาท  หลังพ้นตำแหน่งมีทรัพย์สินลดลง 3,924,579 บาท
 
นาวาอากาศเอกอนุดิษฐ์ นาครทรรพ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร แสดงบัญชีทรัพย์สินก่อนเข้ารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2554 มีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สิน 11,641,450.41 บาท หลังพ้นตำแหน่งมีบัญชีทรัพย์สิน-และหนี้สิน 16,277,550.13 บาท แบ่งเป็นทรัพย์สินรวมคู่สมรสและบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ 20,421,537.93 บาท หนี้สินรวม 4,143,987.80 บาท หลังพ้นตำหน่งมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้น 4,635,799.72 บาท
 
นายศิริวัฒน์ ขจรประศาสน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แสดงบัญชีทรัพย์สิน-หนี้สินก่อนเข้ารับตำแหน่งเมื่อวันที่  1 พฤศจิกายน 2555 มีทรัพย์สินรวม 46,822,023.41บาท และมีบัญชีทรัพย์สินหลังพ้นตำแหน่ง 47,061,352.44 บาท มีทรัพย์สินเพิ่มขึ้น 239,329.03 บาท
        
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินครั้งนี้ พบว่านายปลอดประสพ มีทรัพย์สินมากที่สุด กว่า 967 ล้านบาท ขณะที่นายสันติ มีทรัพย์สินน้อยที่สุดกว่า 14 ล้านบาท ด้านอดีตนายกรัฐมนตรีมีทรัพย์สินลดลงกว่า 27 ล้านบาท จากทรัพย์สินทั้งหมด 574 ล้านบาท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์