วาระการปฏิรูปศาลของภาคประชาชน

ประชาไททำหน้าที่เป็นเวที เนื้อหาและท่าที ความคิดเห็นของผู้เขียน อาจไม่จำเป็นต้องเหมือนกองบรรณาธิการ

 

วาระการปฏิรูปของภาคประชาชนที่สำคัญยิ่ง นอกจากการปรับแก้ไขมาตรา112เพื่อไม่ถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองยังมีภารกิจที่จะต้องปฎิรูปศาลให้พ้นจากสภาพการเป็นสถาบันขุนนางที่ไม่เข้าใจความยากลำบากของชีวิตประชาชนและพ้นจากการเข้าร่วมในขบวนการทางการเมืองฝ่ายอนุรักษ์อย่างน่าเกลียดไร้ความเป็นกลาง

วิธีเดียวที่จะได้ผลในการปฏิรูประบบศาลยุติธรรมทื่ผมมองออกคือการนำระบบลูกขุนมาใช้ในการตัดสินคดีอาญาและคดีแพ่งร่วมกับผู้พิพากษาซึ่งเป็นเรื่องที่จะเข้ากับการพัฒนาระบอบประชาธิปไตยได้เป็นอย่างดี

ผมยังคิดว่าสมควรใช้คณะลูกขุนในการตัดสินคดีในศาลปกครองด้วยจะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนเช่นเดียวกัน

จากการนำเสนอความเห็นนี้ผมพบว่าแม้แต่นักกฏหมายและนักวิชาการที่ก้าวหน้าก็ยังไม่่ชินกับแนวคิดนี้และกลัวว่าลูกขุนจะถูกซื้อตัวได้ง่ายแต่ผมเองไม่คิดว่าลูกขุนจะถูกซื้อตัวได้มากไปกว่าที่ศาลจะถูกซื้อแต่เป็นห่วงเรื่องการข่มขู่คุกคามลูกขุนในคดีที่เกี่ยวข้องกับผู้มีอิทธิพลมากกว่า

อย่างไรก็ตามในระยะแรกของการนำระบบลูกขุนมาใช้ในประเทศไทยเราอาจให้คณะลูกขุนทำหน้าที่เป็นเพียงที่ปรึกษาของศาลไปพลางก่อนโดยความเห็นของคณะลูกขุนควรให้ศาลอ่านพร้อมคำพิพากษาเพื่อความโปร่งใสของกระบวนการยุติธรรมและเพื่อตรวจสอบว่าศาลได้คำนึงถึงความเห็นของคณะลูกขุนในการตัดสินคดีหรือหากศาลเห็นต่างกับคณะลูกขุนก็ต้องมีเหตุผลที่หนักแน่นเพียงพอ

ส่วนสำหรับการปฏิรูปศาลรัฐธรรมนูญให้พ้นจากการรับใช้การเมืองนั้นจะทำได้ต่อเมื่อมีกระบวนการสรรหาตุลาการศาลรัฐธรรมนูญที่ขั้วขัดแย้งทางการเมืองต่างมีส่วนร่วมอย่างเท่าเทียมกันโดยมีอำนาจวีโต้ทั้งสองฝ่าย

ยกตัวอย่างคณะกรรมการสรรหาตุลาการศาลรัฐธรรมนูญอาจประกอบด้วยผู้แทนพรรคการเมืองฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านฝ่ายละหนึ่งหรือสองคนและผู้แทนนักวิชาการทางรัฐศาสตร์และทางนิติศาสตร์ที่มาจากการเลือกตั้งกันเองอย่างละหนึ่งหรือสองคนแล้วอาจมีข้อกำหนดว่าการเสนอชื่อตุลาการศาลรัฐธรรมนูญต่อวุฒิสภาต้องเป็นมติเอกฉันท์ของคณะกรรมการสรรหาซึ่งโดยวิธีนี้จะได้ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญที่ทุกฝ่ายยอมรับได้

แน่นอนแนวคิดแบบของผมในการปฏิรูประบบศาลคงจะไม่เกิดขึ้นจากสภา"ปฏิรูป"ของ คสช.แต่ผมขอเสนอเป็นวาระพิจารณาของภาคประชาชนสำหรับกระบวนการปฏิรูปในอนาคตเมื่อท้องฟ้าโปร่งใสกว่านี้

 

 

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
Facebook : https://www.facebook.com/prachatai
Twitter : https://twitter.com/prachatai
YouTube : https://www.youtube.com/prachatai
Prachatai Store Shop : https://prachataistore.net

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

พื้นที่ประชาสัมพันธ์