หนังถูกแบน 'To Singapore, with Love' ชาวสิงคโปร์ต้องข้ามฟากมาดูถึงมาเลเซีย

ชาวสิงคโปร์เหมารถบัส 4 คันข้ามฟากมายะโฮร์ บารู ประเทศมาเลเซีย เพื่อชมภาพยนตร์ต้องห้าม เรื่องราวของนักการเมืองฝ่ายซ้ายสิงคโปร์ที่หนีการปราบปรามช่วงทศวรรษที่ 1960 และต้องเริ่มต้นชีวิตใหม่ในประเทศเพื่อนบ้าน บางรายหันมาเปิดโรงงานบะหมี่และแผ่นเกี๊ยวอยู่หาดใหญ่

 

 

 

เมื่อวันที่ 19 กันยายนที่ผ่านมา รถบัส 4 คันพาผู้โดยสารชาวสิงคโปร์ข้ามช่องแคบยะโฮร์ มายังเมืองยะโฮร์ บารู ของมาเลเซีย เพื่อชมภาพยนตร์ "To Singapore, with Love" ซึ่งถูกห้ามฉายในสิงคโปร์ ทั้งนี้ตามรายงานของเพจ Freedom Film Festival

ทั้งนี้การฉายภาพยนตร์ดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของเทศกาลภาพยนตร์ "Freedom Film Festival" ที่จัดเป็นประจำในประเทศมาเลเซีย โดยในวันที่ 19 ก.ย. สัญจรไปจัดที่โรงแรม 11@Century เมืองยะโฮร์ บารู ซึ่งอยู่ตอนใต้สุดของคาบสมุทรมลายู ติดกับประเทศสิงคโปร์ (ชมคลิปบรรยากาศเทศกาลภาพยนตร์โดย TCC)

สำหรับภาพยนตร์สารคดีเรื่อง "To Singapore, with Love" เผยแพร่ครั้งแรกในเดือนธันวาคมปี 2556 เป็นผลงานกำกับล่าสุดของ ตันปิงปิง (Tan Pin Pin) ผู้กำกับชาวสิงคโปร์ เป็นราวในอดีตและปัจจุบันของนักการเมืองคนสำคัญในสิงคโปร์ที่หนีออกจากประเทศในทศวรรษที่ 1960s เนื่องจากเกรงว่าจะถูกรัฐบาลควบคุมตัวอันเนื่องมาจากความเชื่อและการเคลื่อนไหวของพวกเขา พวกเขาจำนวนมากถูกห้ามไม่ให้กลับประเทศ และจำเป็นต้องไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ในประเทศอื่น อย่างไรก็ตามแม้พวกเขาจะอยู่ห่างไกลจากสิงคโปร์แต่ความรักที่มีต่อประเทศและความรู้สึกว่าเป็นคนสิงคโปร์ยังคงอยู่เหมือนเดิม ภาพยนตร์เรื่องนี้ยังฉายให้เห็นวิธีกำหนดกรอบประวัติศาสตร์สิงคโปร์ ตามที่คนสิงคโปร์รับรู้ในปัจจุบันด้วย

ตัวอย่างภาพยนตร์ "To Singapore, with Love"

โดยตัวอย่างภาพยนตร์ความยาว 4 นาที เปิดเรื่องด้วย อดีตนักเคลื่อนไหวทางการเมืองคนหนึ่งพำนักอยู่ที่ยะโฮร์ บารู ประเทศมาเลเซีย และติดต่อกับญาติในสิงคโปร์ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอร์เรนซ์ โดยญาติคนหนึ่งที่กำลังสนทนาในวิดีโอคอนเฟอร์เรนซ์ขอร้องไม่ให้เขาบันทึกวิดีโอเพื่อไม่ให้ญาติพี่น้องเดือดร้อน

จากนั้นวิดีโอตัดภาพมาที่สมาชิกพรรคอีกสองรายคือ "ยับ วัน ปิน" และ "ตัน ฮี คิม" ปัจจุบันเปิดโรงงานในตึกแถวเพื่อทำบะหมี่และแผ่นเกี๊ยวที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ทั้งนี้พวกเขาเล่าว่าเดิมเคยเป็นสมาชิกพรรคกิจประชาชน (PAP) พรรครัฐบาลหนึ่งเดียวของสิงคโปร์ หลังจากนั้นเนื่องจากมีประเด็นที่สิงคโปร์เข้ามารวมกับมาเลเซียในเวลานั้น ทำให้พวกเขาลาออกจากพรรคกิจประชาชน และไปเข้ากับพรรคแนวร่วมสังคมนิยม (Barisan Sosialis) และในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ปี 1963 ที่เกิดปฏิบัติการ "Operation Coldstore" มีการควบคุมตัวสมาชิกพรรคแนวร่วมสังคมนิยมและแนวร่วมฝ่ายซ้ายกว่า 111 คน ทำให้พวกเขาหนีออกจากสิงคโปร์

ภาพยนตร์สารคดีเรื่องนี้ได้รับรางวัล ผู้กำกับยอดเยี่ยมในงานเทศกาลภาพยนตร์ดูไบ (Dubai International Film Festival) ครั้งที่ 10 และได้รับรางวัล Special Mention ในงานเทศกาลภาพยนตร์สารคดีนานาชาติศาลายาครั้งที่ 4 (Salaya International Documentary Festival)

สำหรับภาพยนตร์สารคดีเรื่องนี้ได้รับการสนับสนุนจากกองทุนภาพยนตร์เอเชีย (Asian Cinema Fund) และเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติปูซาน (Busan International Film Festival) ขณะเดียวกันภาพยนตร์ยังได้รับการฉายในงานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเบอร์ลิน (Berlin International Film Festival), เทศกาลภาพยนตร์สารคดีนานาชาติโซล (Seoul International Documentary Festival)

ในเดือนกันยายน ภาพยนตร์สารคดี "To Singapore, with Love" ถูกห้ามฉายในสิงคโปร์ โดยองค์การพัฒนาสื่อของสิงคโปร์ (Media Development Authority) อ้างว่าบุคคลที่ปรากฏในภาพยนตร์ "บิดเบือนและให้ข้อมูลที่ไม่น่าเชื่อถือ" ว่าพวกเขาออกจากสิงคโปร์และอยู่ภายนอกสิงคโปร์ได้อย่างไร และผู้ที่อ้างตัวว่า "ลี้ภัย" เหล่านี้เป็นสมาชิกหรือเคยให้ความช่วยเหลือพรรคคอมมิวนิสต์มลายา

ทั้งนี้ศิลปิน 39 รายในสิงคโปร์ ได้ออกแถลงการณ์ "แสดงความไม่พอใจอย่างยิ่ง" และเรียกร้องให้องค์การพัฒนาสื่อของสิงคโปร์ทบทวนคำสั่งดังกล่าว ขณะที่ตันปิงปิง ผู้กำกับสารคดีเองก็อยู่ระหว่างพิจารณาว่าจะส่งภาพยนตร์สารคดี "To Singapore with love" เข้าสู่การจัดเรทติ้ง

สำหรับภาพยนตร์เรื่อง "To Singapore with Love" มีกำหนดฉายในเทศกาลภาพยนตร์ "Freedom Film Festival" วันที่ 11 ต.ค. ที่ GC Curry House เมืองควนตัน รัฐปาหัง ประเทศมาเลเซีย และในวันที่ 25 ต.ค. ที่ห้องออดิทอเรียม A อาคาร KOMTAR เมืองจอร์จทาวน์ รัฐปีนัง ประเทศมาเลเซีย

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น