"เมอร์ส" คร่าชีวิตชาวเกาหลีแล้ว 2 ราย ขณะทางการสั่งกักตัวผู้เสี่ยงโรคมากกว่า 680 คน

หลังเกิดกรณีการระบาดล่าสุดของโรคทางเดินหายใจร้ายแรงที่เรียกว่า MERS หรือไวรัสโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่ 2012 ในประเทศเกาหลีใต้ทางการก็สั่งกักตัวผู้มีแนวโน้มได้รับเชื้อจำนวนมาก ขณะที่ยืนยันว่าติดเชื้อแล้ว 25 ราย นอกจากนี้ยังมีกรณีอื่นเกิดขึ้นอีกในจีนจากผู้ที่เคยติดต่อกับคนไข้ในเกาหลีใต้ทำให้ทางการจีนมีการสั่งกักด่านผู้เสี่ยงโรคเช่นกัน

2 มิ.ย. 2558 วอลสตรีทเจอร์นัลรายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดล่าสุดของไวรัสไวรัสโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่ 2012 หรือ เมอร์ส (MERS) ซึ่งกำลังระบาดในเกาหลีใต้และอยู่ในระหว่างการควบคุมการระบาดว่า มีผู้เสียชีวิตแล้ว 2 ราย โดยผู้เสียชีวิตรายแรกเป็นหญิงวัย 58 ปี และอีกรายเป็นชายวัย 71 ปี

เว็บไซต์โชซันอิลโบรายงานสถานการณ์ล่าสุด ทางกระทรวงสาธารณสุขเผยว่าผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา หรือในทางสากลเรียกว่า เมอร์ส เสียชีวิตแล้ว 2 ราย โดยระบุว่าผู้เสียชีวิตรายแรกเป็นผู้หญิงซึ่งเสียชีวิตก่อนที่จะได้มีการพิสูจน์ว่าติดเชื้อจริงหรือไม่ โดยเธอเป็นผู้ติดต่อมาทางหน่วยงานด้านสาธารณสุข แต่ไม่สามารถให้การรักษาได้ทันการณ์

ทั้งนี้ผู้ติดเชื้อที่ได้รับการยืนยันว่าติดเชื้อเมอร์ส นั้นเพิ่มจำนวนขึ้นจากรายงานเมื่อวันที่ 1 มิ.ย. จากเดิม 18 ราย เป็น 25 รายในวันนี้

สำนักข่าววอยซ์ออฟอเมริการายงานว่ามีการระบาดของโรคทางเดินหายใจร้ายแรงที่เรียกว่ากลุ่มอาการโรคทางเดินหายใจตะวันออกกลาง (Middle East respiratory syndrome หรือ MERS) ในประเทศเกาหลีใต้ทำให้เจ้าหน้าที่สาธารณสุขเกาหลีใต้ต้องทำการแยกตัวประชาชนมากกว่า 680 รายที่มีแนวโน้มว่าจะได้รับเชื้อให้อยู่ตามลำพัง

การระบาดของเชื้อไวรัสนี้ถือว่าเป็นการระบาดครั้งใหญ่ที่สุดนอกเขตตะวันออกกลาง นอกจากเกาหลีใต้แล้วทางการจีนและฮ่องกงก็เริ่มดำเนินการเพื่อเตรียมยับยั้งการระบาดของโรคเมอร์ส โดยมีการกักด่านคน 18 รายในฮ่องกงและแยกตัวคนอีก 17 ราย ในจีนมีกรณีที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคนี้แล้ว 1 คนในมณฑลกวางตุ้ง และมีการแยกตัวคนอย่างน้อย 80 ราย

ผู้เป็นโรค MERS จะมีอาการคล้ายกับโรคหวัด เช่นมีไข้ มีอาการไอ หรือมีการหายใจไม่สะดวก แต่อาการของโรคนี้มีโอกาสเลวร้ายลงจนทำให้กลายเป็นปอดบวมและไตวายได้ โดยองค์การอนามัยโลกระบุว่าในการระบาดครั้งล่าสุดมีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 4 ราย ซึ่งในตอนนี้โรคเมอร์ส ยังไม่มียาวัคซีนหรือการรักษาให้หายได้

โรคเมอร์สเกิดจากไวรัสโคโรนาที่เรียกว่า MERS-CoV มีการรายงานโรคนี้ครั้งแรกที่ซาอุดิอารเบียในเดือน ก.ย. 2555 และมีการตรวจค้นย้อนกลับทำให้ทราบว่ามีการค้นพบผู้เป็นโรคเมอร์สรายแรกในจอร์แดน เดือน เม.ย. 2555 ซึ่งเว็บไซต์ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค (CDC) ระบุว่าการเกิดของโรคนี้ในทุกกรณีมีส่วนเชื่อมโยงกับประเทศที่อยู่แถบคาบสมุทรอาหรับ มีผู้เชี่ยวชาญเคยกล่าวไว้ว่าการแพร่กระจายของโรคนี้เกิดจากการขาดความสามารถของทางการซาอุฯ ในการจัดการควบคุมเชื้อไวรัส MERS-CoV

เชื้อไวรัส MERS-CoV จะติดต่อโดยส่งผ่านจากผู้ป่วยไปยังผู้อื่นผ่านทางการสัมผัสใกล้ชิด เช่นคนที่อยู่อาศัยด้วยหรือคนที่คอยดูแล แต่ยังไม่มีหลักฐานชี้ให้เห็นว่ามีการติดต่ออย่างต่อเนื่องในระดับชุมชน ทั้งนี้โรค MERS สามารถเกิดได้กับคนทุกช่วงอายุ ตั้งแต่เด็กอายุน้อยกว่า 1 ปี จนถึงคนอายุ 99 ปี

ควอนจุนวุค ผู้อำนวยการด้านนโยบายสาธารณสุขของกระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการสังคมเกาหลีใต้กล่าวว่ามีการกักตัวประชาชน 682 คนไว้ในบ้านหรือในสถานที่ของรัฐแล้ว

ทางการเกาหลีรายงานกรณีผู้ติดเชื้อที่เกิดขึ้นกรณีแรกเมื่อเดือน พ.ค. ที่ผ่านมาหลังตรวจพบโรคในชายวัย 68 ปีที่เดินทางกลับประเทศหลังไปเยือนบาห์เรน ซาอุดิอารเบีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และรายงานผู้เป็นโรคเมอร์ส รายต่อๆ มาก็พบว่าล้วนเป็นคนที่เคยติดต่อโดยตรงกับคนไข้วัย 68 ปีรายนี้ทั้งสิ้น ซึ่งรวมถึงแพทย์ที่เข้าร่วมดูแลรักษาเขาด้วย โดยพบว่าคนไข้รายอื่นๆ มาจากการติดต่อกับเขาตอนอยู่ในโรงพยาบาลหรือเป็นแพทย์ที่ไม่ได้สวมชุดป้องกันที่เหมาะสม

เกาหลีใต้ถูกวิพากษ์วิจารณ์เรื่องการรับมือกับการระบาดขั้นต้นเนื่องจากไม่มีการคัดแยกกักด่านผู้มีโอกาสติดเชื้อด้วยการบังคับและมีผู้ที่ติดต่อกับคนเป็นโรคบางคนปฏิเสธไม่ยอมแยกตัวอยู่อย่างโดดเดี่ยว

กรณีของคนไข้ที่จีนในกวางตุ้งก็เป็นนักธุรกิจผู้ที่เคยติดต่อกับคนไข้วัย 68 ปีในเกาหลีใต้ เขารู้สึกป่วยแต่ก็ยังเดินทางกลับประเทศจีนผ่านทางฮ่องกง ทำให้ทั้งฮ่องกงและจีนมีการดำเนินการกักด่านผู้มีแนวโน้มติดเชื้อดังกล่าว

เว็บไซต์หน่วยคลังข้อมูลยา คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้ให้ข้อมูลว่า ยังไม่มีข้อมูลที่ชัดเจนว่าเชื้อไวรัสนี้จะแพร่กระจายหรือติดต่อกันได้อย่างไร แต่ก็พบว่ามีการติดต่อระหว่างคนได้ โดยมักจะพบได้ในวงจำกัด คือ ในกลุ่มบุคลากรทางการแพทย์ และญาติที่ดูแลผู้ป่วย

โดยอาการสำคัญของโรคได้แก่ มีอาการทางระบบทางเดินหายใจเฉียบพลัน ไข้ ไอ อาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ แต่ในรายที่รุนแรงอาจมีอาการหอบ หายใจลำบาก ระบบทางเดินหายใจล้มเหลวเฉียบพลันได้  โดยพบว่ามากกว่าร้อยละ 30 ของผู้ที่มีการติดเชื้อไวรัสชนิดนี้จะมีอาการรุนแรงจนกระทั่งเสียชีวิต

สำหรับแนวทางการรักษานั้น  ปัจจุบันยังไม่มียาที่ใช้ในการรักษาการติดเชื้อไวรัสชนิดนี้โดยเฉพาะ  แต่ในกรณีที่ผู้ป่วยมีไข้สูง ร่วมกับปอดบวมรุนแรง และไม่ทราบว่าเกิดจากการติดเชื้อไวรัสชนิดใด อาจจะแนะนำให้ใช้ยาต้านไวรัส oseltamivir ในขนาดที่ใช้รักษาไข้หวัดใหญ่ได้ แต่โดยทั่วไปจะแนะนำให้ใช้ยาที่ช่วยบรรเทาอาการเท่านั้น

ทั้งนี้ คำแนะนำในการปฏิบัติตัวในการหลีกเลี่ยงในเบื้องต้น คือปฏิบัติตามหลักสุขอนามัยที่ดี ได้แก่ กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ โดยควรล้างมือบ่อยๆ ด้วยสบู่และน้ำอย่างน้อย 20 วินาที หรืออาจใช้แอลกอฮอล์เจลแทนได้ โดยเฉพาะก่อนรับประทานอาหารและหลังเข้าห้องน้ำ หลีกเลี่ยงการคลุกคลีกับผู้ที่มีอาการไอ จาม    

ควรหลีกเลี่ยงการเข้าไปในที่แออัด หากจำเป็นต้องเข้าไปในที่แออัด ควรสวมหน้ากากอนามัย เพื่อลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ

แนะนำให้สวมหน้ากากอนามัย ในกรณีที่มีอาการไอ จาม เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรค

เรียบเรียงจาก
Two People Die in South Korea After Contracting MERS
Asia MERS Outbreak Alarms Authorities, VOA News, 01-05-2015
โรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า สายพันธุ์ใหม่ 2012 (MERS-CoV)
Korea Reports First 2 MERS Deaths
 

ข้อมูลเพิ่มเติมจาก
http://www.cdc.gov/coronavirus/mers/about/index.html
http://en.wikipedia.org/wiki/Middle_East_respiratory_syndrome_coronavirus

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์