นายกให้ 'ความมั่นคง-มท.' ดูแลความเคลื่อนไหวทุกพื้นที่กรณีส่งชาวอุยกูร์กลับจีน

“พล.ต.สรรเสริญ” แจงการส่งชาวอุยกูร์กลับจีน เป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย เผยนายกมอบฝ่ายความมั่นคง-มหาดไทยทำความเข้าใจและดูแลความเคลื่อนไหวของประชาชนในทุกพื้นที่กรณีส่งชาวอุยกูร์กลับจีน เชื่อคุมได้ ด้านรายการคืนความสุข นายกระบุอย่าล้อเล่นกับกฎหมาย พร้อมวอนสื่ออย่าดึงประเทศไทยไปทะเลาะกับต่างชาติ 
 
11 ก.ค. 2558 สำนักข่าวไทยรายงานว่า พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์สำนักข่าวไทยถึงกรณีการส่งตัวชาวอุยกูร์กลับไปประเทศจีน โดยย้ำว่าการดำเนินการของรัฐบาลไทยเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมายและมีกฎหมายรองรับ การส่งตัวชาวอุยกูร์ไปยังประเทศต่าง ๆ ถือว่าเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน และรัฐบาลไทยไม่สามารถที่จะดำเนินการอย่างอื่นได้ เพราะมีระเบียบกฎหมายกำหนดไว้อยู่แล้ว ซึ่งการส่งกลับไปจีน เนื่องจากมีการพิสูจน์สัญชาติแล้วและทางการจีนก็รับปากจะดูแลชาวอุยกูร์เป็นอย่างดี
 
“กรณีการส่งไปจีน  ยืนยันว่ามีกฎหมายรองรับอยู่แล้ว ซึ่งต้องเป็นไปตามกระบวนการ เพราะมีชาวอุยกูร์บางคนต้องกลับเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมของจีน เนื่องจากไปกระทำผิดกฎหมายเอาไว้ แล้วหลบหนีออกมา หากไทยไม่ส่งตัวกลับไปให้จีนดำเนินการ ก็จะยิ่งสร้างปัญหาให้เกิดขึ้นระหว่างไทยและจีน อีกทั้งจะทำให้ถูกมองว่าหากมีใครที่ก่อคดีในประเทศต่าง ๆ ไว้ เมื่อหลบหนีมายังประเทศไทย และถูกควบคุมตัวได้โดยรัฐบาลไทย ก็จะส่งตัวต่อไปยังประเทศอื่นเพื่อความปลอดภัย ทำให้ไม่ถูกดำเนินคดีตามกฎหมายของประเทศต้นทาง ท้ายที่สุดต่อไปแล้วไทยจะกลายเป็นประเทศที่เป็นแหล่งรวมของอาชญากรข้ามชาติที่จะหลบหนีเข้ามาอาศัยอยู่จำนวนมาก และก็จะสร้างปัญหาต่อคนไทยที่อยู่ในประเทศ ซึ่งเป็นเรื่องที่รัฐบาลไม่อยากให้เกิดขึ้น” พล.ต.สรรเสริญ กล่าว
 
ส่วนชาวมุสลิมในไทยที่จะเคลื่อนไหวแสดงความไม่พอใจนั้น พล.ต.สรรเสริญ กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้ฝ่ายความมั่นคงและกระทรวงมหาดไทยไปทำความเข้าใจและดูแลความสงบเรียบร้อยของประชาชนในทุกพื้นที่ ทั้งนี้ไม่ต้องการให้โยงเรื่องดังกล่าวมาเป็นประเด็นของศาสนา เพราะไม่ต้องการให้เกิดการขยายผลบานปลาย และเป็นสิ่งที่รัฐบาลดำเนินการตามหลักของกฎหมาย
 
“อีกทั้งนายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำมาโดยตลอดว่าต้องปฎิบัติกับทุกศาสนาอย่างเท่าเทียม ให้เกียรติ ซึ่งจะเห็นได้จากการปฎิบัติของนายกรัฐมนตรีที่คุกเข่าแสดงความอ่อนน้อมให้เกิยรติต่อนายอาศิส พิทักษ์คุมพล จุฬาราชมนตรี ในฐานะผู้นำศาสนาอิสลาม ในงานเลี้ยง “ละศีลอดเดือนรอมฎอน ปี ฮ.ศ.1436” ซึ่งจัดขึ้นที่ทำเนียบรัฐบาลเมื่อวันที่ 6 กรกฎาคมที่ผานมา อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าความเคลื่อนไหวต่าง ๆ ภายในประเทศจะสามารถควบคุมได้” พล.ต.สรรเสริญ กล่าว
 
พล.ต.สรรเสริญ กล่าวถึงเหตุระเบิดหลายจุดในพื้นที่ จ.นราธิวาส และ จ.สงขลา เมื่อช่วงคืนวันที่ 10 กรกฎาคมที่ผ่านมา ว่า ไม่ได้มีการสั่งการพิเศษอะไรมาที่ตน คาดว่าจะมีการสั่งการจากนายกรัฐมนตรีโดยตรงไปยังกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ภาค 4 ส่วนหน้า เพื่อให้ดูแลความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่
 
 
รายการคืนความสุข นายกระบุอย่าล้อเล่นกับกฎหมาย พร้อมวอนสื่ออย่าดึงประเทศไทยไปทะเลาะกับต่างชาติ 
 
 
พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ “คืนความสุขให้คนในชาติ” ออกอากาศทางโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย วันศุกร์ที่ 10 กรกฎาคม 2558 เวลา 20.15 น. โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้
 
สวัสดีครับ พ่อแม่พี่น้องชาวไทยที่รักทุกท่าน
 
สัปดาห์หน้าวันที่ 13 กรกฏาคม เป็นวันคล้ายวันประสูติของพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ผู้ซึ่งทรงบำเพ็ญพระกรณียกิจด้านต่าง ๆ เพื่อปวงชนชาวชาวไทยมาโดยตลอด อีกทั้งยังทรงมีความสนพระทัยในด้านสังคมสงเคราะห์ และการสาธารณสุข โดยได้ทรงรับโครงการต่าง ๆ ของสภากาชาดไทย เป็นพระอุปถัมภ์หลายโครงการด้วยกัน  ในโอกาสอันเป็นมงคลนี้ กระผมในนามของข้าราชการและพสกนิกรชาวไทยทุกคน ขอถวายชัยมงคลให้พระองค์ทรงพระเกษมสำราญ มีพระชนมายุยื่งยืนยาว และมีพระพลานามัยแข็งแรง
 
วันนี้มีเรื่องที่น่าภาคภูมิใจเกี่ยวกับเยาวชนไทยที่ได้ไปสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยของเราในเวทีโลก ได้แก่ วงโยธวาทิตของโรงเรียนสุรนารีวิทยาจากจังหวัดนครราชสีมา สามารถเอาชนะตัวแทนจากประเทศต่าง ๆ กว่า 64 วง จาก 10 ประเทศ โดยคว้ารางวัลชนะเลิศนั่งบรรเลงในการประกวดวงโยธวาทิตระดับนานาชาติ ณ ประเทศเยอรมนี และคุณอภิวุฒิ มินาลัย วาทยากรของวงก็ได้รับรางวัลวาทยากรยอดเยี่ยมอีกด้วย นอกจากนั้น วงโยธวาทิตจากโรงเรียนสตรีวัดระฆังก็ได้รางวัลเหรียญทองเกียรติยศในการประกวดครั้งนี้ด้วยเช่นกัน เป็นเรื่องที่น่ายินดี
 
ล่าสุดเมื่อวันที่ 3 กรกฏาคม ที่ผ่านมานั้น วงโยธวาทิตของโรงเรียนสุรนารีวิทยา ยังได้รับรางวัลชนะเลิศ ในการแข่งขันระดับโลกและภาคพื้นยุโรป (The World Championship for Marching Show Bands) ประเภทนั่งบรรเลง วงเป่า ที่จัดขึ้น ณ ประเทศเดนมาร์ก มาได้อีกหนึ่งรางวัลด้วย ขอแสดงความยินดีกับนักเรียนและครูผู้ฝึกทุกคนด้วย ที่น่าประทับใจก็คือผมทราบว่าเด็ก ๆ นั้น ทุกคนมีความตั้งใจที่จะทำความสำเร็จนี้ เพื่อสังคมเป็นความดีถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ตามโครงการ “ปณิธานทำความดี” ในอนาคต ผมอยากให้หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง ได้เข้าไปดูแล สนับสนุนเด็กเก่ง ๆ เหล่านี้ ให้สามารถได้แสดงความสามารถอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องวิชาการ ศิลปะ หรือดนตรี ส่งเสริม ชมเชย ให้รางวัล ให้ความสำคัญ เพื่อเป็นกำลังใจในการที่จะพัฒนาตัวเอง สร้างชื่อเสียง สร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับประเทศไทยของเราต่อไปด้วย
 
วันพุธที่ผ่านมานั้น มีโอกาสต้อนรับเยาวชนไทย รวมทั้งผู้ปกครอง ที่มีภูมิลำเนาในสหรัฐอเมริกาและยุโรป ในโครงการเยาวชนไทยในสหรัฐอเมริกาเยือนแผ่นดินแม่ ครั้งที่ 10 ก่อนหน้านั้น ก็ได้ต้อนรับเยาวชนจากออสเตรเลีย ผมถือว่าเยาวชนเหล่านั้น เปรียบเสมือนทูตพิเศษของประเทศไทย โดยต้องมีความภาคภูมิใจในความเป็นไทย รู้ประวัติศาสตร์ชาติไทย รู้ความสำคัญของสถาบันพระมหากษัตริย์ไทย จะต้องสามารถเผยแพร่ ประชาสัมพันธ์ ให้กับต่างชาติได้ รวมความถึงจะต้องรับรู้สถานการณ์ความเปลี่ยนแปลงในประเทศไทยอย่างต่อเนื่องเพราะถือว่าเป็นคนไทยเช่นกัน
 
สำหรับการแก้ปัญหาการทำประมงของเรานั้น อาจจะถูกมองข้ามมานับ 10 ปี เรามีกฎหมาย แต่ก็ขาดการบังคับใช้อย่างจริงจัง ด้วยเหตุผลหลายประการ แล้วก็ความไม่ทันสมัยของกฎหมายด้วย แล้วก็ไม่สอดคล้องกับมาตรฐานการทำประมง ระหว่างประเทศแล้วก็ความเจริญทางเทคโนโลยีในปัจจุบัน ก็ทำให้เกิดปัญหาแรงงาน สิทธิมนุษยชน ปัญหาการเสื่อมสภาพของทรัพยากรธรรมชาติทางทะเลตามมา ถ้าหากว่าเราไม่แก้ปัญหาเหล่านี้ให้ได้โดยเร็ว สิ่งสำคัญก็คือทะเลไทยนั้นจะไม่มีสัตว์ทะเลเหลือให้จับอีกต่อไป รวมความถึงถูกคว่ำบาตรสินค้าทางด้านประมง ก็จะเกิดผลต่อธุรกิจเอกชน และผู้ประกอบการจำนวนมาก ทุกคนต้องร่วมมือกัน
 
ปัจจุบันมูลค่าส่งออกสินค้าประมงและธุรกิจต่อเนื่อง มีมูลค่าราว 2 แสนล้านบาทต่อปี ดังนั้นรัฐบาลจำเป็นต้องเร่งดำเนินการแก้ไขโดยเร็ว เพื่อให้เกิดความยั่งยืนในอุตสาหกรรมประมงของประเทศ ที่เป็นแหล่งสร้างอาชีพ สร้างรายได้ ให้กับประชาชนเป็นจำนวนมาก ในการดำเนินการดังกล่าวนั้น ผมทราบดี ย่อมส่งผลกระทบต่อทั้งผู้ประกอบการรายใหญ่ รายย่อย ตลอดจนถึงชาวประมงพื้นบ้าน
 
อย่างไรก็ตาม ผมรับทราบปัญหาแล้ว รัฐบาลจะดำเนินการดูแล เยียวยา ผู้ที่ได้รับผลกระทบให้สามารถปรับตัวและผ่านช่วงนี้ไปได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งชาวประมงพื้นบ้าน และชาวประมงที่ถูกกฎหมาย มาตรการใดที่ไม่ขัดกับ IUU Fishing แล้วก็เป็นเรื่องภายในของประเทศ ซึ่งไม่มีผลเสียต่อการทำลายทรัพยากร ผมก็ได้สั่งการในที่ประชุมให้หน่วยปฏิบัตินั้น ได้ไปร่วมมือกันในการแก้ปัญหา ก็ได้แก่ ศูนย์บัญชาการแก้ไขปัญหาการทําการประมงผิดกฎหมาย (ศปมผ.) กรมประมง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปปรับแก้ เพื่อให้ผู้ประกอบการดังกล่าวและชาวประมงมีเวลาปรับตัว แต่ทั้งนี้ต้องไม่เสียผลของ IUU ด้วย
 
ถ้าเราแก้ปัญหาได้สำเร็จ สัตว์น้ำในทะเลไทยก็เพิ่มขึ้น ผมได้รับรายงานว่าประมงพื้นบ้านวันนี้ได้มีการจับปลามากขึ้น ตามลำดับ แสดงว่าการใช้อุปกรณ์ที่ไม่ถูกต้องทำให้สัตว์น้ำเล็ก ๆ น้อย ๆ ได้หายไปจากท้องทะเลไทยเป็นจำนวนมาก ก็โตไม่ทัน แล้วก็ประมงพื้นบ้าน ซึ่งเป็นประมงท้องถิ่น ไม่มีรายได้หรือได้น้อยมาก เพราะว่าปลาถูกจับไปโดยอวนที่ผิดกฎหมาย เป็นจำนวนมาก วันนี้ชาวประมงพื้นบ้านก็มีความสุขขึ้น ก็มีรายได้
 
หลาย ๆ ท่านอาจจะยังไม่เข้าใจ ก็ไม่ได้ไปปิดกั้นอะไรท่านอยู่แล้ว เพียงแต่ว่าท่านกรุณาไปทำให้มันถูกต้องตามกฎหมาย เราก็ไม่ได้มุ่งหวังที่จะทำลายอาชีพของท่านเลย  ผมเห็นมาฟัง มาพูดในโทรทัศน์บ้างอะไรบ้าง สื่อก็ต้องช่วยผม ถ้าท่านขยายความไม่เข้าใจไปเรื่อย ๆ ก็จะทำให้โอกาสในการที่จะปลดใบเหลืองของ IUU นั้นมีน้อยลง การที่เราสามารถดำเนินการได้ในวันนี้ แล้วเห็นชาวประมงเริ่มยิ้มแย้มแจ่มใสได้ก็จากการที่เราชะลอ หรือผ่อนผันในบางเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ เพื่อให้ประกอบการได้ แล้วเรือที่ถูกกฎหมายก็มีมากขึ้นเพราะมีการเปลี่ยนเครื่องมือบ้าง ติดอุปกรณ์ต่าง ๆ บ้าง ตามกฎหมายทุกประการ มีบัตร มีการตรวจสอบย้อนหลังได้ อะไรเหล่านี้
 
ต้องขอบคุณทุกคนเลย ทุกชาวประมงที่ร่วมมือ ที่ยังไม่ร่วมมือก็ขอความร่วมมืออีกด้วย ก็ขอให้ทุกกลุ่ม ทั้งในส่วนของเรือประมงน่านน้ำ เรือประมงพาณิชย์ หรือประมงพื้นบ้านที่ไม่เคยมาจดทะเบียน ก็มาทยอยจดทะเบียนได้ ในระยะเวลาที่กำหนดไว้ เรามีศูนย์จดทะเบียนกลางน้ำอีก ลอยลำจดให้ก็มี บางคนก็อ้างว่าไม่มีเวลา ผมก็ให้ทหารเรือนำเรือไปจอดลอย รับจดทะเบียนอีกต่างหาก ก็ทำได้เท่านี้ ไปตามทำให้ทุกลำไม่ได้ ท่านก็ต้องปรับเวลาของท่านมาให้เจอ ไม่อย่างนั้นก็เป็นอยู่แบบนี้
 
เรื่องอาชญาบัตรการทำประมง ก็ออกได้มากขึ้น ถ้าท่านเปลี่ยนเครื่องมือให้ถูกต้อง ติดเครื่องไม้เครื่องมือตามที่กฎหมายกำหนดไว้ ก็ออกได้ทั้งหมด ถ้าทำได้ แต่ถ้าท่านไม่ทำก็ออกไม่ได้ ก็แค่นั้นเอง รัฐบาลก็พร้อมรับฟังข้อเสนอต่าง ๆ การขออาชญาบัตรของชาวประมงพื้นบ้าน วันนี้ก็ให้ผ่อนผัน ให้รวมชนิดของการทำประมงได้ ที่ผ่านมาแยกประเภทกันมากเกินไป ทำให้เกิดความไม่สะดวก แต่อย่างไรก็ตาม ประมงพื้นบ้านผมถือว่า สร้างความสูญเสียกับเรื่องทรัพยากรประมงน้อยที่สุด แต่ก็ต้องใช้อุปกรณ์ที่ถูกต้องเหมือนกัน
 
สำหรับผู้ที่ได้รับผลกระทบ ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มเรือที่ใช้เครื่องมือผิดกฎหมาย ไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ไม่สามารถออกเรือได้ แต่เรียกร้องเหล่านี้ ผมผ่อนผันให้ไม่ได้ ถ้าท่านทำไม่ถูกต้อง ท่านอาจจะต้องสูญเสียรายได้ ก็เป็นเหตุผลและความจำเป็น ทั้งในเรื่องของลูกเรือ และแรงงานบนเรือผิดกฎหมายอะไรต่าง ๆ เหล่านี้ เพราะเราติดเรื่องกฎหมายค้ามนุษย์เข้าไปอีกด้วย เพราะฉะนั้น เกิดมาเป็น 10 ปีแล้ว ต้องแก้ทั้งอันเพราะเชื่อมโยงกันไปหมดเลย การค้ามนุษย์ IUU การห้ามจับสัตว์น้ำในประเทศเพื่อนบ้าน หรือประเทศอื่น ๆ ก็แล้วแต่ พันกันไปหมด ทุกประเทศเขากำลังปรับปรุงอยู่ทั้งหมด มีบางประเทศก็ปิดอ่าวไปแล้ว เราก็เข้าไปจับไม่ได้อยู่แล้ว วันนี้ก็ต้องแก้ไขให้ถูกต้อง ความร่วมมือต่าง ๆ ก็ต้องเกิดขึ้น รัฐบาลพยายามพูดคุยกับทุกประเทศอยู่
 
เรื่องของกลุ่มธุรกิจต่อเนื่อง เช่น แพปลา เมื่อวานนี้ผมดูในข่าว เห็นแพปลาเริ่มมีปลาเข้า เมื่อเรือที่สามารถออกได้มากขึ้น แล้วก็เรือประมงพื้นบ้านสามารถจับปลาได้มากขึ้น เรื่องปลาที่ขึ้นมาที่ท่า ก็มีมากขึ้นตามลำดับ อย่างไรก็ตามถึงแม้จะลดลงบ้างในช่วงนี้ก็ถือว่าเป็นการชั่วคราว ผลกระทบต่าง ๆ เริ่มคลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้น มีเรือออกไปทำการประมงมากขึ้น วันนี้เราต้องสร้างความชัดเจนให้ได้ ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม เป็นต้นมา สำหรับเรือที่หยุดทำการตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม นั้น สาเหตุหลัก 3 ประการคือ 1. เป็นเรือที่อยู่ระหว่างการเตรียมเอกสารให้ถูกต้องเรียบร้อยตามระเบียบของราชการ 2. สภาพอากาศ มีคลื่นลมแรง ประกอบกับเป็นช่วงคืนเดือนหงาย เรือประมงจะหยุดออกเรือในช่วงดังกล่าวอยู่แล้ว และ 3. เป็นเรือที่ไม่สามารถออกอาชญาบัตรให้ใหม่ได้ เพราะใช้เครื่องมือประมงที่รัฐบาลควบคุม
 
การสำรวจเรือที่ภาครัฐดำเนินการขณะนี้ต้องการให้มีข้อมูลที่ถูกต้อง ใกล้เคียงกับความเป็นจริง เพื่อนำมาคำนวณเป็นค่าผลจับสูงสุดที่ยั่งยืน นำมาจัดสรรทรัพยากรประมง ทำให้เกิดความสมดุลระหว่าง “ระดับการใช้ทรัพยากรประมง” กับ “ปริมาณทรัพยากรประมง” ที่มีอยู่ อีกทั้ง ช่วยให้กรมประมงสามารถออกอาชญาบัตรทำการประมงในแต่ละปีให้สอดคล้องกับปริมาณทรัพยากรสัตว์น้ำที่มีอยู่จริง ซึ่งจะก่อให้เกิดการทำประมงอย่างเป็นระบบและยั่งยืนในที่สุด
 
สิ่งที่รัฐบาลทำอยู่นั้น นอกจากจะให้เป็นไปตามกฎเกณฑ์ IUU แล้ว รัฐบาลมุ่งหวังดูแล ให้ความสำคัญกับประมงพื้นบ้าน การรักษาทรัพยากรประมง ให้คงอยู่และเพิ่มขึ้นในอนาคต  พี่น้องประชาชน และชาวประมงทุกคน ต้องเข้าใจด้วย อะไรที่เป็นปัญหา IUU นั้นเราผ่อนผันให้ไม่ได้ แต่ในส่วนที่สามารถผ่อนผันได้ เราก็ได้ดำเนินการไปแล้ว ก็ขอความร่วมมืออีกครั้งหนึ่ง สิ่งที่เราจะได้รับคือเราจะมีปริมาณการจับสัตว์น้ำในทะเลไทยที่ยั่งยืน ปลาโตทัน ไม่อย่างนั้นโตไม่ทัน ถูกวาดจับทั้งหมดด้วยอวนตาถี่บ้างอะไรบ้างที่ผิดกฎหมาย เพราะฉะนั้นเราต้องช่วยกันสร้างสิ่งดี ๆ และสร้างจิตสำนึกที่ดีต่อทรัพยากรประมงทะเล เพราะที่ผ่านมาท่านก็ได้ใช้ทรัพยากรดังกล่าวจนหมดสิ้นไปแล้ว เลี้ยงลูกเลี้ยงหลานจนโตขึ้นมาแล้ว วันนี้ท่านก็ต้องกลับมาดูว่ารุ่นต่อ ๆ ไป จะอยู่กันอย่างไร ท่านจับปลากันจนหมดแล้ว ก็ไม่มีอยู่ดี ยังไงประมงก็ทำต่อไปไม่ได้ ท่านต้องเปลี่ยนผ่านให้ได้ในช่วงนี้
 
เราถือว่าทรัพยากรประมงทะเล เป็นสมบัติของชาติ ให้แก่ประชาชนรุ่นต่อ ๆ ไปด้วย สำหรับทรัพยากรของชาตินั้น เป็นสมบัติของพวกเราทุกคน ทุกคนต้องช่วยกันรักษาส่งต่อให้ลูกให้หลาน ไม่ว่าจะเป็นทรัพยากรทางบก ในเรื่องของป่า เราได้สั่งการให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) สำรวจความเสียหายที่เกิดจากการบุกรุก ผืนป่า “ต้นน้ำ” ในภาคเหนือ ซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดของแม่น้ำหลายสาย รายงานที่ได้รับภาพที่ได้เห็น น่าเป็นห่วง ปัจจุบันทรัพยากรป่าของเราถูกบุกรุกทำลายกว่า 8.6 ล้านไร่ มีผู้บุกรุกกว่า 8 แสนคน ชาวไทยพื้นที่สูง 80% ชาวไทยพื้นที่ราบ 10% และนายทุน 10% คิดเป็นค่าเสียหายทางเศรษฐกิจไม่ต่ำกว่า 469,000 ล้านบาท ปัญหาสำคัญเกิดจากการทำสวนยาง การปลูกข้าวโพด ปลูกกะหล่ำบนพื้นที่สูง การบุกรุกป่าต้นน้ำโดยกลุ่มนายทุน ก็คงต้องขอความร่วมมือด้วย และให้เป็นไปตามกฎหมาย แล้วจะดูแลผู้ที่ได้รับความเดือดร้อน เป็นกลุ่ม ๆ พวก ๆ ไป
 
สำหรับการแก้ไขปัญหาดังกล่าวในระยะยาว ก็ต้องมีการบูรณาการ มีการปฏิรูปการอนุรักษ์ผืนป่า การปฏิรูปการจัดสรรที่ดินทำกินของคณะกรรมการที่ดินทำกินแห่งชาติ ของรัฐบาลปัจจุบันเข้าด้วยกัน โดยน้อมนำแนวทางพระราชดำริฯ ในการ “ดูแลพื้นที่ พัฒนาคน พัฒนาอาชีพ และให้คนอยู่กับป่าได้อย่างยั่งยืน” มาใช้ โดยต้องเป็นการบูรณาการการทำงานของ 6 กระทรวงหลัก กับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน
 
ทั้งนี้ ยุทธศาสตร์การบูรณาการจัดการป่าต้นน้ำเสื่อมสภาพบนพื้นที่สูงชัน หรือที่เรียกว่าภูเขาหัวโล้น รัฐบาลนี้จะเริ่มต้นไว้ให้ ซึ่งต้องอาศัยการทำงานที่ประสานสอดคล้องของทุกหน่วยงาน รวมทั้งความเข้าใจและการสนับสนุนจากประชาชนที่เป็น “เจ้าของป่า” ในแต่ละพื้นที่ มีระยะเวลาในการดำเนินการ 20 ปี 2558 – 2578 ผมก็ทำระยะต้นให้เท่านั้น ก็จะเป็นระยะเร่งด่วน 2 ปีแรก ปี 2558 – 2559 ใน 2 พื้นที่นำร่อง จ.น่านและ จ.เชียงใหม่ ระยะปานกลาง 10 ปี 2560 – 2569 ในพื้นที่ 13 จังหวัด คือ 40 % ของพื้นที่เป้าหมายในภาคเหนือ และระยะยาว 9 ปี ปี 2570 – 2578 จะดำเนินการในพื้นที่เป้าหมายที่เหลือทั้งหมด รูปแบบการจำแนกพื้นที่ 4 ส่วน ประกอบด้วยกัน 1. ป่าอนุรักษ์ดินและน้ำ 60% 2. ป่าชุมชน 10 - 20%  3. ที่ทำกินและป่าเศรษฐกิจชุมชน 15 - 20% และ 4. ที่อยู่อาศัยประมาณ 5% ทั้งหมดเป็นไปตามหลักวิชาการ ชาวไทยบนพื้นที่สูงก็จะได้รับการพัฒนาคุณภาพชีวิต ให้คงมีอาชีพอยู่กับป่า และดูแลป่าต่อไปด้วย
 
การประชุมผู้นำลุ่มน้ำโขงที่ญี่ปุ่น ครั้งที่ 7 ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ระหว่างวันที่ 2-4 กรกฎาคม 2558 ที่ผ่านมา ผมและคณะได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นเป็นกันเองเช่นเคย พบปะท่านผู้นำทุกท่าน ผลการประชุมเป็นไปอย่างราบรื่นท่ามกลางบรรยากาศของความเป็นมิตร ผมได้ยืนยันบทบาทของไทยในฐานะที่เป็นหุ้นส่วนเพื่อการพัฒนาและร่วมกันกำหนดยุทธศาสตร์และความร่วมมือฉบับใหม่ คือยุทธศาสตร์กรุงโตเกียว ค.ศ. 2015 (Tokyo Strategy 2015 for Mekong-Japan Cooperation) ได้กำหนดเป้าหมายแนวทางความร่วมมือในการพัฒนาลุ่มแม่น้ำโขงในช่วง 3 ปีข้างหน้า
 
ทั้งนี้เพื่อจะเป็นพลังขับเคลื่อนของอาเซียนและภูมิภาคที่ยั่งยืนเป็นประโยชน์กับประเทศ CLMV ญี่ปุ่นและไทยด้วย โดยไทยให้ความสำคัญของการเติบโตอย่างมีคุณภาพ การพัฒนาที่ยั่งยืน มั่นคง ครอบคลุมทุกมิติ คำนึงถึงความมั่นคงในการรักษาความมั่นคงของมนุษย์และสิ่งแวดล้อม สอดคล้องกับนโยบายการพัฒนาความเชื่อมโยงและส่งเสริมให้ประเทศสมาชิกได้มีการเติบโตไปพร้อมกันโดยมีประชาชนเป็นศูนย์กลาง ให้มีการสร้างงาน สร้างรายได้ อาทิ โครงการทวายระหว่างไทย – เมียนมาร์ – ญี่ปุ่น  การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในลุ่มน้ำโขงที่สอดคล้องเชื่อมโยงกัน การพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษบริเวณชายแดน ตลาดชายแดน การส่งเสริมการลงทุนในอนุภูมิภาค ภายใต้หลักการ “Thailand +1”  ความร่วมมือด้านสินค้าเกษตร มีการผลักดันการเปิดตลาดสินค้าเกษตรไทยหลาย ๆ อย่างทั้งข้าว ทั้งยาง ทั้งผลไม้และอื่น ๆ เนื้อสัตว์แช่แข็ง รวมทั้งการพัฒนาฝีมือแรงงาน การร่วมมือทางด้านการฝึกอบรมวิชาชีพ เหล่านี้ได้มีการหารือทั้งสิ้น
 
เรื่องของการเดินหน้าการพัฒนาประเทศ หลายประเทศที่มีการพัฒนาแล้ว จะมีแผนพัฒนาประเทศที่เรียกว่ายุทธศาสตร์ชาติที่ชัดเจนของเราไม่มี ไม่เคยมี มีแต่แผนของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์ฯ) เพราะฉะนั้นเราจะต้องมีโดยหลักการแล้ว ทุกประเทศเขาใช้ขณะนี้แม้กระทั่งประเทศใกล้บ้านเราฝั่งทิศใต้เขามีมา 20 ปีแล้ว วันนี้การเจริญเติบโตเขาไปได้เร็วมาก เขาพ้นการเป็นกับดัก มีรายได้ปานกลางไปแล้ว เพราะฉะนั้นเราต้องกำหนดให้ชัดเจนขึ้นเราจะเดินหน้าประเทศเราไปทางใด
 
เพราะฉะนั้นบทบาทตำแหน่งของประเทศในเวทีโลกเราควรจะต้องยกระดับขึ้นมาไหม สร้างความเข้มแข็งมากกว่าเดิมไหม ไม่ว่าจะเป็นการเมืองฝ่ายใดพรรคใดก็ตาม เข้ามาบริหารประเทศก็น่าจะอยู่บนพื้นฐานของกรอบการพัฒนานี้ เพราะที่ผ่านมา ผมเข้าใจการพัฒนาของประเทศไทยนั้นค่อนข้างจะไร้ทิศทางที่ชัดเจนไม่สามารถจะกำหนดให้ประเทศไทยพัฒนาไปอย่างยั่งยืนได้ เราจะเป็นประเทศเกษตรกรรมหรืออุตสาหกรรม หรือเกษตรอุตสาหกรรม จะเอาอย่างไร ก็น่าจะเป็นเกษตรอุตสาหกรรมด้วย เพราะว่าอย่างเดียวไปไม่ได้ ต้อง 2 อย่าง แต่ต้องไม่มีการขัดแย้งซึ่งกันและกันแล้วก็ไม่เกิดมลพิษมลภาวะภายในประเทศ ตลอดจนเราสามารถที่จะเป็นศูนย์กลางการค้า การเงิน การบริการประชาชนก็จะมีอาชีพมีรายได้ที่ยั่งยืน ต้องคิดหมดว่าจะทำได้อย่างไร
 
วันนี้รู้ปัญหาหมดก็กำลังคิดวิธีการที่จะดำเนินการให้สอดคล้องกัน เพราะจะต้องสอดคล้องกับทิศทางต่าง ๆ เหล่านี้ ในแผนหรือในยุทธศาสตร์ชาติแล้วก็จากนั้นก็จะเป็นแผนของสภาพัฒน์ฯ จากนั้นก็เป็นแผนของกระทรวงก็ต้องมีแม่แบบตัวบนก็คือยุทธศาสตร์ชาติ เพราะฉะนั้นวันนี้เกษตรกรความเดือดร้อนลูกหลานการเกษตร เกษตรกรละทิ้งอาชีพดั่งเดิมพ่อแม่มาหางานในเมือง งานก็เบาลง รายได้ก็ดีขึ้น แต่แรงงานภาคเกษตรก็อ่อนแอลงทั้งการเงิน ความรู้ เทคโนโลยี อายุเกษตรกรก็มากขึ้นหนี้สินเหล่านี้ จำเป็นต้องมียุทธศาสตร์ให้ชัดเจนขึ้น เราจะดูแลคนเหล่านี้อย่างไร เกษตรอย่างเดียวอาจจะไม่ได้ เพราะฉะนั้นต้องมีคนในครอบครัวไปมีที่อื่นอีกหรือไม่ เพื่อจะดูแลพ่อแม่หรือครอบครัวระหว่างที่รอพืชผล กว่าจะเก็บผลได้ มีรายได้ได้
 
เรื่องของความมั่นคง ความมีเสถียรภาพทางการเมืองที่เราจะทำทุกอย่างได้นั้นมีความจำเป็น วันนี้ เวลานี้เราน่าจะไม่ใช่ หรือไม่ใช้การเมืองที่ทำให้เกิดการแบ่งแยกคนไทยออกเป็นฝักเป็นฝ่าย เพราะผมเรียนแล้วว่า ไม่ใช่นักการเมืองแล้ว เราไม่ใช่เป็นรัฐบาลที่มาจากการเมือง หรือการเลือกตั้ง แต่เราเป็นรัฐบาลเพื่อการปฏิรูป เพื่อหยุดความขัดแย้งแล้วเดินหน้าประเทศในสิ่งที่ต้องใช้ความเร่งด่วนในการแก้ไข ต้องใช้กฎหมายพิเศษบ้าง อะไรบ้าง ผมไม่ต้องการจะสร้างความขัดแย้งใหม่ให้เกิดขึ้น เพียงแต่จะต้องการแก้ปัญหาแล้วเดินหน้าประเทศให้ได้ แล้วส่งต่อไป
 
เราต้องมีโครงสร้างเศรษฐกิจที่ชัดเจนรายได้ประเทศเราจะมาจากไหน หนี้สาธารณะจะบริหารจัดการอย่างไร สัดส่วนกัน รายได้จากภาคการผลิต ภาคการบริการ ภาคการค้าควรจะเป็นเท่าไหร่อย่างไรเพื่อจะเพิ่ม GDP ให้มากขึ้น รายได้ประเทศก็มากขึ้น เพราะฉะนั้นการศึกษาเราก็ต้องพัฒนาเยาวชนให้มีความพร้อม ตรงความต้องการ มีทักษะ มีงานทำ ทำงานเป็นด้านไหนอย่างไรตามความสมัครใจในด้านการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมใหม่ นักวิจัยพัฒนาวิทยาศาสตร์ควรจะต้องเพิ่มเติมหรือไม่ ด้านใดด้านหนึ่งที่เป็นศักยภาพของประเทศเรา
 
ในส่วนของโครงสร้างพื้นฐานคมนาคมของประเทศ ก็เดินหน้าไปเรื่อย ๆ รถไฟ รถไฟฟ้า ถนนเส้นทางต่าง ๆ ท่าอากาศยาน ท่าเรือ การขนส่งทางน้ำ ทางบก ทางทะเล ทางอากาศก็ทำทั้งหมดเพียงแต่ว่าอยู่ในระยะเริ่มต้นทำยังไม่เสร็จทีเดียวก็ต้องรัฐบาลหน้าทำต่อไป ผมทำให้ในระยะแรกไม่อยากให้มีปัญหา
 
สัปดาห์ที่ผ่านมา ผมได้สั่งการในคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้ช่วยไปจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีก็มีหลายคณะที่ทำอยู่ วันนี้รัฐบาลก็ตั้งคณะหนึ่ง เสร็จแล้วรัฐบาลก็หารือกันในฝ่ายของรัฐบาล ครม. เขาเป็นคนรู้ปัญหา เป็นคนขับเคลื่อนในขณะนี้ระยะที่หนึ่งอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นเราจำเป็นต้องเขียนระยะยาว แล้วก็ส่งไปให้สภาปฏิรูปเข้าไปบรรจุไว้ในแผนการปฏิรูป แล้วไปสู่การมีกฎหมาย มีองค์กรที่จะขับเคลื่อนแล้วต้องมุ่งไปสู่การร่างรัฐธรรมนูญด้วย เพื่อให้เกิดความชัดเจนขึ้น เกิดความต่อเนื่องได้รับการรับรู้ การยอมรับจากทุกกลุ่มทุกฝ่ายรวมทั้งรัฐบาลต่อไป แต่ผมก็ระมัดระวังไม่อยากให้เกิดปัญหาการบริหารประเทศของรัฐบาลในอนาคต ผมไม่ทราบว่าท่านเป็นห่วงเหลือเกิน การที่เราจะทำยุทธศาสตร์ชาติ การที่จะกำหนดแนวทางในการพัฒนาประเทศ ท่านก็ต่อต้าน ท่านก็ไม่เห็นด้วยอะไรต่าง ๆ เพราะท่านไม่ทำ ผมก็ต้องทำไว้ให้แต่ท่านจะทำหรือไม่ทำวันหน้าก็ประชาชนก็เรียกร้องเอา ถ้าเห็นว่าที่ผมทำไว้ดี ท่านก็ให้รัฐบาลใหม่เขาทำก็แล้วกัน เพราะฉะนั้นผมก็เพียงมุ่งหวังให้เกิดความต่อเนื่องในการปฏิรูปอย่างแท้จริง
 
เรื่องการของลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน รัฐบาลก็วางแผนระยะยาวไว้ จะเห็นว่าวางไปถึง พ.ศ. 2565บ้าง พ.ศ. 2569 บ้างอะไรอย่างนี้ ไม่ใช่ว่าผมจะใช้เงินทั้งหมดไปถึงโน่นเลย ไม่ใช่ บางอันต้องใช้เพราะเป็นโครงการ G2G บางอย่างก็เป็นระยะ ๆ ไป อันไหนทำได้ผมก็ทำที่จะต้องทำให้หนี้สาธารณะไม่เพิ่มขึ้นมากนักแล้วก็มีขีดความสามารถในการชำระหนี้ ชำระดอกเบี้ย ชำระเงินต้นอะไรแล้วแต่ ไม่อยากสร้างภาระไว้ ผมก็ระมัดระวังที่สุด นี่คือปัญหาของการบริหารราชการ ที่ผมว่ายากตรงนี้ จะทำอย่างไรถึงจะไม่เป็นภาระ ถ้าทำแล้วมีภาระนี่ ทำแล้วให้มีคนรัก คนชอบทำง่ายอยู่แล้ว
 
เพราะฉะนั้นเราจำเป็นต้องมีการลงทุนอย่างต่อเนื่องเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันประเทศ ขยันเชื่อมโยงภูมิภาคด้วยการพูดคุยที่มีแนวทางที่ชัดเจนกับประเทศเพื่อนบ้าน ประเทศต่าง ๆ ในโลกนี้ วันนี้ชัดเจน ไทยก็เสนอตัวที่จะเป็นศูนย์กลางการค้า การลงทุนศูนย์กลางของอาเซียนร่วมมือกันนะครับ ไม่ใช่เราประเทศเดียว อาเซียน CLMV ต้องร่วมมือกันเป็นศูนย์หกลางทั้งหมด พูดง่าย ๆ  ศูนย์กลางโลกก็แล้วกันในด้านนี้
 
ได้มีการเริ่มลงทุนไปบ้างแล้วบางโครงการ เช่น รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน หรือเส้นทางรถไฟทางคู่  จิระ-ขอนแก่น อันนี้ก็เป็นเส้นทาง 1 เมตร ปีหน้า เพราะว่าสวนกันได้บ้าง ที่ผ่านมาสวนไม่ได้เลย พอจะเห็นการลงทุนที่เป็นรูปธรรมในปลายปีนี้แล้วก็ต้นปีหน้า อีกหลายโครงการก็มีการศึกษา ทำรายละเอียด จัดทำโครงการที่จะดำเนินการต่อไปทั้งระบบราง ระบบการขนส่ง การปรับปรุงสนามบิน เพื่อจะรองรับการค้าการลงทุน รวมไปถึงการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษ ก็เป็นเพียงระยะแรก ทำได้เท่าไหร่ผมก็ทำเท่านั้น แล้วก็ผมทำให้จบไม่ได้อยู่แล้ว เพราะใช้เงินมากแล้วก็ยาว
 
ผมได้สั่งการให้กระทรวงการคลัง ได้เข้าไปดูแล้วประเมินความเป็นไปได้ในการลงทุนทุกคนอยากให้เกิดเร็ว แต่อย่าลืมว่าภาระมีมาก ภาระวันนี้มีทุกเรื่องเลยที่เกิดจากผลกระทบทางเศรษฐกิจโลกด้วยอะไรด้วย ความยากจน ความเหลื่อมล้ำ ความไม่เป็นธรรมต้องใช้เงินทั้งหมด ถ้าเราไปทุ่มเทอันใดอันหนึ่งก็ไม่ได้ แต่ถ้าไม่ลงทุนเลยก็ไม่ได้อีก คนจนก็ต้องดูแล การศึกษาก็ต้องให้ สาธารณะสุขก็ต้องปรับใหม่ มากมาย รายได้เรายังไม่เพิ่มแต่เราต้องลงทุนเพิ่ม คาดว่าจะมีผลในกี่ไม่กี่ปีข้างหน้านี้ก็จะทำให้เราทันเขา เราจะเสียเปรียบเขาไปกว่านี้ไม่ได้อีกแล้ว เราต้องทำอย่างไรก็ตามเราต้องมั่นคงแล้วสำรวจเรื่องการใช้จ่ายของรัฐบาลก็อยากให้ประชาชนได้เข้าใจ เราต้องวินัยการเงินการคลังของประเทศให้ได้ รวมทั้งความผูกพันต่าง ๆ ที่เราจะต้องส่งต่อให้รัฐบาลถัดไปด้วย  รัฐบาลนี้เริ่มตั้งต้นเข้าไปวางแผนวางโครงการ เข้าไปลงทุน ร่วมทุนบ้าง ลงทุนเองบ้าง เอกชนลงบ้างอะไรต่าง ๆ ในชั้นต้น ระยะต้น ก็ไม่เต็มระยะยาวหรอก ก็จะได้แบ่งปันกันไป  วันนี้ต้องเริ่มทั้งรัฐ ทั้งเอกชน ร่วมมือกัน
 
ในเรื่องของการศึกษารายละเอียด เรื่องเส้นทางความเร็วสูงแบบญี่ปุ่น กำลังศึกษากันอยู่คาดว่าคงใช้เวลาที่จะศึกษาต่อในปีหน้าก่อน คงยังเกิดเร็วไม่ได้ เพราะว่าต้องหารือกันในเรื่องของการลงทุนด้วย หากว่าเราสำรวจความคุ้มค่าในการลงทุนแล้ว ก็จะส่งผลให้เกิดความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจแล้วก็ชุมชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาคประชาชนต้องเข้มแข็งก่อน รัฐบาลส่งเสริมให้เอกชนเข้ามาร่วมลงทุนหลายอย่างแล้ว กำลังอยู่ในขั้นการแสดงความร่วมมือ แต่ทั้งนี้ต้องเป็นไปตามกฎหมายให้เกิดความเป็นธรรม สร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ
 
ขณะนี้ในเรื่องของการทำสัญญาต่าง ๆ นั้น ได้มีการเพิ่มคำว่า “สัญญาคุณธรรม” IP (Integrity Pact) มาใช้โดยทั้งหน่วยงานภาครัฐและผู้จัดซื้อจัดจ้างเอกชนทุกคนนั้น จะต้องลงนามในสัญญาว่าจะไม่มีการรับหรือให้สินบน รวมทั้งนำระบบ CoST (Construction Sector Transparency) ที่จะมาช่วยลดช่องทางการหาประโยชน์จากผู้มีอำนาจ และเพิ่มประสิทธิภาพในการกำกับดูแล ระบบ CoST นี้มาจากประเทศอังกฤษ แล้วก็ตรวจสอบของภาคเอกชน ต้องมีขั้นตอนว่าโครงการใดบ้างที่จะเข้าตรวจสอบปริมาณ ราคาเท่าไหร่ อะไรอย่างไร ไม่ใช่ตรวจสอบกันทุกวงการเดินหน้าไม่ได้สักอันแล้วก็มีปัญหาในเรื่องการใช้จ่ายงบประมาณ เพราะว่าเล็กน้อยโดนหมด ไม่ได้ ประชาชนจะเข้ามาดูหมดก็ไม่ใช่อีก ไปดูตอนเขาสร้างแล้วหรือกำลังสร้างอยู่กำลังทุจริตหรือไม่ก็ได้อยู่ ก็แจ้งมาผมจะได้ยุติแล้วก็ลงโทษ เพราะฉะนั้นต้องไว้วางใจกันในขณะนี้ การออก TOR การประกวดราคา การก่อสร้าง การตรวจรับงาน ผลสัมฤทธิ์ที่เกิดขึ้นอันนี้ CoST เขาดูให้หมดทุกมิติน่าจะเป็นที่ไว้วางใจได้ ในโครงการขนาดใหญ่
 
เรื่องของความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง ความมีเสถียรภาพของประเทศเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้ทุกอย่างที่กล่าวมาข้างต้นเดินหน้าไปได้ก็อยากจะขอความร่วมมือจากคนไทยทุกคน ทุกกลุ่ม ทุกฝ่าย ทุกระดับอย่าเป็นศัตรูกันอีกเลย เป็นเรื่องของกฎหมายว่าไปทางโน้น ของเราก็ต้องมาหารือกัน ร่วมมือกันอย่าให้ทุกคนรับรู้สถานการณ์ปัญหาความเสียหายต่าง ๆ ที่ประเทศนี้ได้เกิดขึ้นจากการเป็นประชาธิปไตยที่ไม่สมบูรณ์ วันนี้เราสร้างประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ ใครก็ต้องช่วยกันไม่ว่าจะเป็นนักการเมืองอะไรก็แล้วแต่ ในอดีต ถ้าจะเลือกตั้งต่อไม่มีความผิดอะไรต่าง ๆ ก็เข้ามา ผมไม่ได้ไปรังเกียจอะไรท่านอยู่แล้ว
 
เรื่องการศึกษา ผมได้ฟังการพูดคุยของบุคลากรทางการศึกษา มีอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาแล้วก็นักวิชาการ บุคลากรต่าง ๆ ทุกคนรู้ปัญหาหมด แต่ทำไมไม่ได้แก้ไขก็ไม่ทราบเหมือนกัน แก้ไขไม่ได้ แก้ไขอย่างเป็นรูปธรรมไม่ได้ บ้างอันบอกว่าเป็นรัฐมนตรีน้อยเกินไป เปลี่ยนรัฐมนตรีบ่อยแล้วใครเปลี่ยน ก็พรรคการเมืองใช่หรือไม่เป็นคนเปลี่ยน รัฐบาลท่านเป็นคนเปลี่ยนเอง ประชาชนไม่ได้ไปเปลี่ยนท่าน ก็ต้องไปบอกพรรคของท่าน ไปบอกรัฐบาลของท่านโน้นอย่ามาอ้างแบบนี้ เหตุผลฟังดูแล้ว ผมจับต้องไม่ได้สักอย่าง รู้หมดปัญหาแต่วิธีทำ Hot to do ใครจะทำ ทำเมื่อไหร่ ทำอย่างไร งบประมาณที่ไหนมีภาระให้กับประเทศชาติแค่ไหนตรงไหน ไม่พูด ต่อไปนี้ถ้าจัดรายการให้แล้วก็พูดแบบนี้ด้วย พูดวิธีการทำด้วย พูดปัญหาใครก็พูดได้
 
การบริหารจัดการต่าง ๆ เหล่านี้ ในเรื่องของการศึกษาสำคัญที่สุด หลักสูตรทันสมัยหรือไม่ ทำอย่างไร แก้ไขระดับไหนบ้าง ผมจะเร่งทำตรงนี้ให้การบริหารจัดการชั่วคราวทำอย่างไร การบูรณาการทำอย่างไร เวลาเรียนของนักเรียนเด็ก ๆ มากเกินไปหรือไม่ 8 กลุ่มวิชาจำเป็นหรือไม่ ไปลดตรงโน่น ค่าใช้จ่ายวันนี้ใช้เงิน 500,000 กว่าล้านบาท การศึกษา เกือบ 1 ใน 5 ของงบประมาณทั้งประเทศ ส่วนใหญ่เป็นงบบุคลากร งบประจำ ทำให้งบที่เหลือมาพัฒนาการศึกษาน้อยมาก และคนจนเข้าไม่ถึงระบบการศึกษา การช่วยเหลือไม่ถึง เงินไม่พอ งบประมาณการผลิตครูก็ไม่ตรงตามความต้องการ สถานฝึกอบรม หรือสถานศึกษาของเอกชนก็ผลิตคนที่ไม่ตรงกับสิ่งที่เราขาด เช่น ครูด้านวิทยาศาสตร์ ครูด้านวิจัยและพัฒนา ด้านคำนวณ คณิตศาสตร์ไปผลิตในเรื่องของครูที่สอนทุกเรื่อง น่าจะปรับเปลี่ยน ผมว่าต้องตรง แยกประเภทมาว่าใครจะผลิตอะไร ต่าง ๆ ออกมา มหาวิทยาลัยของรัฐ มหาวิทยาลัยของเอกชน อาชีวะ ทั้งครู ทั้งนักเรียน ทั้งแรงงานที่มีฝีมือ ต้องแบ่งแยกกันให้ทำ ผมขอร้องแล้วกัน ถ้าจะเอาแต่การเรียนให้มากขึ้น ตอบแทนให้มากขึ้น แล้วท่านรับผิดชอบกับเขาหรือไม่ เขามาเรียนกับท่าน เสียเงินเสียทองแล้ว จบไปแล้วไม่มีงานทำ ผมถามว่าท่านช่วยเราสร้างชาติหรือไม่ ท่านอาจจะไม่รู้ตัว ไม่ได้เจตนาอยู่แล้ว ผมเข้าใจ เพราะฉะนั้นรัฐบาลก็จะจัดสรรปันส่วนตรงนี้ให้ได้ ก็ต้องขอความร่วมมือ ผมบังคับท่านไม่ได้อยู่แล้ว แต่ท่านต้องเห็นปัญหาของประเทศ
 
อีกเรื่องหนึ่งการที่ผมให้เพิ่มวิชาประวัติศาสตร์ หน้าที่พลเมือง กฎหมายเบื้องต้น ค่านิยม ผมไม่ได้หมายความว่า แต่เดิมเรียนมากอยู่แล้ว แล้วให้เอาวิชานี้ไปเพิ่มอีก 4 – 5 วิชา ผมคงไม่เบาปัญหาขนาดนั้น เดิมท่านจำไว้ผมสั่งให้ท่านไปลดเวลาของเดิมให้มากที่สุด ให้เด็กมีเวลาว่างที่จะอยู่กับพ่อ – แม่ คิดบ้าง ทดลองปฏิบัติบ้างอะไรบ้าง ไม่ใช่ท่องกันมาอย่างเดียว ทำการบ้านสองอย่าง หมดแล้วหนึ่งวัน ผมบอกอย่างนั้น
 
เมื่อท่านลดตรงนั้นลงไปแล้ว ก็นำวิชาของผมที่ว่ามานี้ไปรวมกลุ่ม ทำไมจะต้องไปสอนอะไรกันมากมาย ไม่ใช่กฎหมายทั้งวิชา ไม่ใช่หน้าที่พลเมืองทั้งวิชา ไม่ใช่ค่านิยม 12 ประการ สอนกัน 4 - 5 ชั่วโมง ไม่ใช่ เข้าใจกันใหม่ด้วย ท่านก็รู้กันทั้งนั้น เพราะฉะนั้นลดเวลาให้ได้มากที่สุด แล้วไปใช้เวลาในการคิดในการทำ ต่างประเทศเขาสอนในห้อง แล้วเขาสอนวิธีการทำงานด้วย วันนี้จบมาแล้วมีความรู้แต่ทำงานไม่เป็น คิดไม่ออก ปัญหาของเรามีแค่นั้นหลัก ๆ
 
เพราะฉะนั้นปัญหาของเราจะต้องแก้ไขระยะนี้ให้เร็วที่สุดในเรื่องที่สามารถแก้ได้โดยทันที หลักสูตรทำอย่างไร แปลงให้ได้เดี๋ยวนี้ ไม่ใช่ไปวางแผน 5 ปี 10 ปี จะไปทันการอะไร ก็ทำในปีนี้ เดี๋ยวผมจะกวดขันในเรื่องนี้ ไม่อย่างนั้นก็ไม่มีผลสัมฤทธิ์อะไรในปีนี้ให้ผมจับต้องได้ และประชาชนข้างนอกก็รับไม่ได้ ในเรื่องของการแก้ไขโครงสร้างในการบริหารจัดการจะ 5 แท่ง 6 แท่ง จะ 10 แท่ง เหลือแท่งเดียว ส่งไปสภาปฏิรูปโน่น ถ้าอยากให้ทำตอนนี้ ส่งมาหาผมจะใช้มาตรา 44 ให้ ถ้าเหลือแท่งเดียวก็เอา
 
เพราะฉะนั้นทุกอย่างในการเปลี่ยนแปลงจากของเดิม กระทรวงศึกษาธิการ ฝ่ายสังคมจิตวิทยา ก็ต้องขออนุมัติผม นายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบด้วย ทุกเรื่อง เรื่องที่ติด ที่ผมกล่าวไปเมื่อสักครู่ อย่าพึ่งไปทำอะไรเองทั้งหมด ทุกคนตั้งใจ ผมเข้าใจ แต่ต้องตรงกับเจตนารมณ์ที่ผมต้องการ ผมมองในเชิงบริหาร ในเชิงปฏิบัติ ผลสัมฤทธิ์ ผมจะเอาวิชาการมาจับต้องด้วย ผมก็ถามท่านทุกอัน แต่สิ่งที่ผมต้องการจากทุกกระทรวงวันนี้ก็คือ การเร่งรัดดำเนินการให้เกิดผลเป็นรูปธรรมภายในปี 2559 เพราะผมจะต้องเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ
 
เพราะฉะนั้น รัฐบาลกำลังแก้ไขปัญหาทุกอัน ปัญหาภัยแล้งวันนี้ก็กำลังแก้ไขเรื่องการบริหารจัดการแหล่งน้ำที่มีอยู่ ต้นทุนที่มีอยู่ การปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน สิ่งเหล่านี้ทำไปหมดแล้ว หลายชุมชนยังมีการเบิกจ่ายล่าช้า 70%  เราก็มุ่งหวังให้มากกว่านี้ จริง ๆ ก็มากอยู่พอสมควร เพียงแต่ทำเป็นงวด ๆ งาน การเบิกเงินไปต้องเบิกตามงวดงาน ถ้าทำไม่เสร็จก็เบิกไม่ได้ ผมก็ไล่อย่างนี้ ทำไม่ได้ทำไมช้าหรือเปล่า ช้าเกินไปไหม ประสิทธิภาพดีหรือไม่ สิ่งเหล่านี้มีการตรวจสอบหรือไม่ อันไหนที่ตรวจสอบแล้วก็ให้ทำเร็ว ๆ ไป ไม่อย่างนั้นไม่เสร็จสักที ก็เบิกเงินไม่ได้ เงินก็ไม่ออกไปใช้จ่ายข้างนอก ผมไม่ได้หมายความว่าใครบกพร่อง สื่อกรุณาอย่าไปตีความให้ผมไปทะเลาะเบาะแว้งกับคนทุกคน ประเทศนี้ไม่รู้เป็นอะไร
 
เรื่องการเร่งบรรเทาความเดือดร้อนพี่น้องประชาชนในห้วงนี้ รัฐบาลก็หามาตรการทุกวัน เรื่องผลกระทบความเดือดร้อนทางด้านเศรษฐกิจ สภาวะภัยแล้ง ทั้งเรื่องการบริหารจัดการน้ำ การส่งเสริมการจ้างงานเพิ่มเติมให้กับพี่น้องที่ไม่สามารถทำการเกษตรได้ ก็จะไปจ้างให้ขุดแหล่งน้ำขนาดเล็ก โดยใช้แรงงานมีค่าจ้างให้ จะได้มีเงินมาใช้จ่ายในระหว่างที่ปลูกพืชไม่ได้ ก็คงช่วยกันเฉพาะในพื้นที่ที่ทำการเกษตรไม่ได้เลย ที่ทำได้วันนี้ฝนก็เริ่มลงแล้ว ก็ต้องยอมรับว่าจะช่วยกันอย่างไร จะมีการฝึกอาชีพ ฝึกงานเพิ่มเติม รวมทั้งมีการสนับสนุนการลงทุนสำหรับธุรกิจ SMEs และภาคเอกชน หรือ Social Business  เพื่อช่วยกระตุ้นภาคเศรษฐกิจที่ชะลอตัวในขณะนี้ ควบคู่กันไปด้วย
 
เรื่องการประหยัดน้ำ ก็อย่าตระหนกวันนี้ฝนเริ่มตกแล้วหลายจังหวัดด้วยกัน ปริมาณน้ำในเขื่อนบางเขื่อนก็สูงขึ้น ถึงแม้ว่าปริมาณยังน้อยอยู่ แต่สิ่งสำคัญก็คือเริ่มดีขึ้นแล้ว ถ้าเรียกร้องมากเกินไป ก็ไม่เกิดประโยชน์ ยังไงฝนก็ไม่ตก ถ้าตกแล้วค่อยพูดกัน แล้วก็บริหารจัดการใหม่ มีหลายเรื่องที่อยากจะเติมอีกเล็กน้อย ก็คือเมื่อฝนตกแล้วต้องระมัดระวังเรื่องวาตภัย คลื่นลมแรงในทะเล เดี๋ยวเกิดอุบัติเหตุอีก การท่องเที่ยวอีก อะไรอีก โดยเฉพาะพี่น้องชาวประมงน้ำตื้น ชาวประมงพื้นบ้านต้องระมัดระวัง
 
ขอให้ส่วนราชการทุกส่วนได้มีการเตรียมการการช่วยเหลือไว้ให้พร้อม มีการซักซ้อมไว้ด้วย ในเรื่องของการขุดลอกบ่อน้ำ ขุดลอกอะไรต่าง ๆ ทางฝ่ายความมั่นคง ฝ่ายเศรษฐกิจกำลังไปดำเนินการ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ก็ใช้งบประมาณของรัฐบ้าง งบประมาณของแต่ละหน่วยงานบ้าง ที่ให้ไปแล้วจะปรับเปลี่ยนดูบ้าง ทั้งนี้ก็เพื่อจะช่วยเหลือเกษตรกรที่มีความเดือดร้อนเป็นพื้นที่ ๆ ไป ไม่ใช่ว่าทุกพื้นที่ต้องได้เท่ากันหมด เป็นไปไม่ได้ วันนี้ต้องเผื่อแผ่แบ่งปันกันบ้าง
 
ในส่วนของการจัดการปฏิรูป การเปิดเวที เปิดโอกาส เปิดเวลา ให้ทุกพวกทุกฝ่ายมาพูดคุยกันนั้น ความมุ่งหมายก็คือ ผมต้องการให้โอกาสทุกคน และอาจจะมีการเปิดโอกาสให้นิสิต นักศึกษาทั้งที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยได้มาคุยกันออกสื่อ ทั้งสองฝ่ายก็มีทั้งสนับสนุน และไม่สนับสนุน ทั้งที่สนับสนุนรัฐบาล อีกพวกก็ไม่สนับสนุน ก็จะนำทั้งสองพวกมาพูดคุยกัน ไม่ใช่มาตีกัน แล้วก็ดูว่าจะทำความเข้าใจกันได้อย่างไร นักวิชาการก็มีทั้งเห็นด้วย และไม่เห็นด้วย
 
วันนี้ประเทศไทยค่อนข้างจะไปไหนได้ช้า อาจจะเป็นลักษณะของเราก็ได้ คือเราจะไม่ปล่อยวางเรื่องอะไรสักเรื่องหนึ่ง ทุกเรื่องก็เก็บมาเป็นปัญหาได้หมด เลยทำให้ทำงานอะไรไม่ได้ เมื่อ 2 คนเก่งทั้งคู่ก็ต้องคุยกันให้ได้ หรือ 3 คนคุย 3 คน 4 คนคุย 4 คน 100 คนก็คุย 100 คน ถ้าทุกคนมี 100 ปัญหาแล้วไปกันไม่ได้สักปัญหาหนึ่ง เดินไม่ได้สักเรื่อง คุยไปก็ไร้ประโยชน์ ตีกันทุกวัน ถ้า 100 คน 100 ปัญหาก็ลดลงให้เหลือสัก 20 ปัญหา แล้วทำอย่างไรให้ 80 คนรวมกันได้ 20 ก็ค่อย ๆ แก้ไป เดี๋ยวก็ลดลงเอง บางทีปัญหาไม่มี แต่ก็ต้องหาเรื่องใหม่มาจนได้ให้เกิดปัญหาเรื่องใหม่มาอีก ผมก็ตามแก้ทุกวัน
 
เรื่องการเตรียมการเข้าสู่ AEC เราก็คืบหน้าไปตามลำดับ เราได้วางแผนระเบียงเศรษฐกิจไว้หมดแล้ว เส้นทางรถไฟอะไรต่าง ๆ วางไว้หมดแล้ว แต่เราทำไม่เสร็จ เพราะพึ่งมาทำในสมัยนี้อย่างเป็นเรื่องเป็นราว เพราะฉะนั้นก็ตำหนิใครไม่ได้อยู่แล้ว
 
วันนี้อยากขอบคุณส่วนราชการ พลเรือน ตำรวจ ทหาร พี่น้องประชาชน นิสิต นักศึกษา ครู อาจารย์ นักวิชาการ ทุกคนที่มีส่วนได้ส่วนเสียและออกมาแสดงความคิดเห็นในขณะนี้ ผมคิดว่าทุกอย่างแนวโน้มน่าจะดีขึ้น มีความเข้าใจมากขึ้น อะไรมากขึ้น ลดความกดดันของผมลงไปพอสมควร อย่างไรก็ตามคนที่เคยกดดันอยู่แล้วก็กดดันอยู่เหมือนเดิม ผมก็ไม่รู้จะว่าอย่างไร ก็ช่วยกันไปดูแลก็แล้วกัน อย่าให้ผมต้องมาบังคับใช้กฎหมายมากนักเลย ทำให้เกิดปัญหาหมด เดี๋ยวก็เกิดความรุนแรงขึ้น กระบวนการยุติธรรมก็เสียหาย เจ้าหน้าที่ก็ทำงานไม่ได้ การปฏิรูปก็ไม่เกิด แล้วจะทำอย่างไรกัน ใครจะรับผิดชอบให้ผม
 
เพราะฉะนั้นใครทำก็รับผิดชอบก็แล้วกัน วันนี้หลายอย่างก็ชัดเจนขึ้น ในเรื่องของการตรวจสอบหลักฐานต่าง ๆ ก็รัดกุมขึ้น มีหลักฐานทางเทคนิคที่บอกว่าใคร ทำอะไร ที่ไหน เกี่ยวพันกันอย่างไร เดี๋ยวเขาแถลงรอฟังก็แล้วกัน อย่ามาอ้างว่าผมพูดเรื่อยเปื่อยอีก ถ้ามีก็ยอมรับกันบ้าง
 
ในส่วนของการจัดตลาดชุมชน ผมเป็นกังวลเหมือนกันที่ผมพยายามเปิดตลาดที่เรียกว่า “ตลาดคลองผดุงฯ” ไม่ใช่ตลาดผม ตลาดของประชาชน ผมต้องการนำร่องเท่านั้นเอง ให้มีการท่องเที่ยวมีการปฏิสันถารมาเจอกัน พูดคุยกัน พบกัน ซื้อของที่น่าสนใจ บางคนยังไม่รู้เลยว่าสิ่งนี้ทำมาจากประเทศไทย พึ่งรู้ และหลายอย่างที่ผมดู สินค้าเกี่ยวกับเรื่องสมุนไพร เกี่ยวกับเรื่องสปา เป็นมูลค่าปีละหลายร้อยล้าน จะเป็นพันล้านแล้วบางยี่ห้อ ไปดู ใครยังไม่เคยมา มาซะ ตลาดคลองผดุงฯ ต่างจังหวัด หรือ 4 มุมเมือง พื้นที่ของกรุงเทพฯ ช่วยไปจัดด้วย ไม่ว่าจะเป็นราชการ หอการค้า อุตสาหกรรม ร่วมกันจัดเองบ้าง อย่ารอรัฐบาลอย่างเดียว อย่ารอราชการอย่างเดียว ท่านก็มีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศกับผมไม่ใช่หรือ กำไรต่าง ๆ ท่านก็มีมาพอสมควร
 
วันนี้เศรษฐกิจแย่ ท่านเลยเรียกร้องให้ผมดูแลให้มากขึ้น ผมก็พยายามจะขับเคลื่อน แต่ในขณะเดียวกันท่านก็มีฐานะความเป็นอยู่ที่ดีกว่าคนอื่นอยู่แล้ว คนจนมาก ๆ รัฐบาลไม่มีเงินขนาดนั้น ท่านต้องช่วยผม เพียงแต่หาที่ให้เขาขายของแค่นี้ ท่านทำให้ได้ ได้หรือไม่ หรือไม่ก็ผลิตสินค้า หรือลดราคาสินค้าในทุกพื้นที่ให้ลงสัก 5% 10% ก็เป็นน้ำใจ อาจจะไม่มากมาย คงไม่ทำท่านขาดทุนจนล้มละลาย ผมขอร้อง ไม่ทำก็แล้วแต่ คนไทยเดือดร้อนอยู่ ขอให้ทางผู้ว่าฯ ทางหอการค้า อุตสาหกรรมทุกจังหวัดได้บูรณาการ ไม่รู้จะฝากใครก็ขอฝากท่าน บางทีเขาก็ขอแค่สถานที่ บางที่ก็ขอเงินทุนเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็ช่วยกัน ทุกคนมีองค์กรอยู่แล้ว ไปทำสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์ไม่เอา
 
เรื่องสุดท้าย มีการประกาศว่าจะหยุดงานตรงโน้นตรงนี้ หยุดการวิ่งรถ วิ่งอะไร อย่าทำ ผมเตรียมแผนไว้หมดแล้วทุกที่ ท่านหยุดก็ดี ถ้าหยุดผมก็มีรถมาวิ่งแทน มีรถตู้ รถเอกชน รถของประชาชนจะได้มีรายได้พิเศษ ท่านไม่เอารายได้ของท่านก็ตามใจ เพราะฉะนั้นอย่ามากดดันผม ก็ขอให้ทุกคนได้ร่วมมือกันอยู่ และปฏิบัติตามแผนงาน ตามสิ่งที่เราวางแผนไว้ให้ท่าน เพราะอะไรทำไมถึงบอกว่าผมถึงมากำหนดท่าน เพราะไม่เคยกำหนดกัน พอกำหนดแล้วก็เกิดปัญหา เมื่อเกิดปัญหาผมก็ต้องแก้ แล้วถ้าผมกำหนดอะไรไม่ได้เลย แล้วจะแก้ได้ไหม เพราะฉะนั้นอย่าทำ ผมไม่ได้ไปท้าทายท่านอยู่แล้ว เพียงแต่ผมเตือนท่านเท่านั้นเอง ทุกเรื่อง อะไรที่เป็นเรื่องทางกฎหมายอย่าทำ อย่าล้อเล่นกับกฎหมาย ประชาธิปไตยเดี๋ยวก็มาอยู่แล้ว มาวันนี้ก็ล่มจมกันวันนี้โดยที่ยังไม่ได้แก้ไข ผมถามว่าใครรับผิดชอบ ท่านรับผิดชอบไหม ผมจะบันทึกไว้ใครก็แล้วแต่ที่เรียกร้องในขณะที่ยังไม่เรียบร้อย ผมก็ไม่เคยไปบิดเบือนอะไรของท่านสักอย่าง ผมบิดเบี้ยวอะไรไม่ได้อยู่แล้ว เป็นไปตามรัฐธรรมนูญชั่วคราว
 
ขอขอบคุณ ขอให้ทุกคนอยู่ด้วยความสงบสุข แล้วอย่าตื่นตระหนก ทุกเรื่องที่เป็นปัญหาในประเทศมากพออยู่แล้ว เพราะฉะนั้นพยายามอย่านำประเทศไทยไปเกิดความขัดแย้งกับประเทศอื่นในโลก เราจะเป็นต้องปฏิบัติตามพันธสัญญา และเป็นไปตามประจักษ์พยาน เป็นไปตามหลักฐาน เป็นไปตามข้อกฎหมายระหว่างประเทศ กฎหมาย 2 ประเทศ หรือทวิภาคีอะไรก็แล้วแต่ จำเป็นต้องทำตามนั้น เป็นอย่างอื่นไปไม่ได้อยู่แล้ว และเราไม่ใช่ผู้ขัดแย้งใครทั้งสิ้น ต้องเข้าใจประเทศไทยอยู่บทบาทตรงไหน เพราะฉะนั้นเราทะเลาะกันเองพอไหว ผมพอรับได้ แต่เอาเราไปทะเลาะกับคนอื่น ประเทศโน้น ประเทศนี้ ผมรับไม่ได้ เรื่องบางเรื่องเป็นเรื่องที่เป็นอันตราย เป็นความอ่อนไหว เพราะฉะนั้นก็ช่วยผมหน่อย สื่อ ผมไม่ได้ไปทะเลาะกับท่านอยู่แล้ว เพียงแต่ว่าบางครั้งผมอธิบายยาก อธิบายแล้วอธิบายอีก ถามแล้วถามอีก ตอบแล้วตอบอีก ท่านก็เบา ๆ กับผมบ้างแล้วกัน ผมก็พยายามจะเบากับท่านอยู่แล้ว ขอบคุณ สวัสดีครับ ขอให้มีความสุขในวันหยุดราชการเสาร์ – อาทิตย์ ปลอดภัยทุกคน
 
 

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

พื้นที่ประชาสัมพันธ์