การเจรจาข้อตกลงนิวเคลียร์กับอิหร่านจะเปลี่ยนใจเกาหลีเหนือได้หรือไม่

ประชาไททำหน้าที่เป็นเวที เนื้อหาและท่าที ความคิดเห็นของผู้เขียน อาจไม่จำเป็นต้องเหมือนกองบรรณาธิการ

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ (ซ้ายไปขวา) จากจีน ฝรั่งเศส เยอรมนี สหภาพยุโรป อิหร่าน รัสเซีย สหราชอาณาจักร และสหรัฐอเมริกา ประกาศกรอบข้อตกลงในการเจรจาเรื่องโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน เมื่อ 2 เมษายน ทีผ่านมา โดยกรอบข้อตกลงในการเจรจานี้ได้กลายมาเป็นแผนปฏิบัติการร่วม ซึ่งลงนามไปเมื่อ 14 ก.ค. ที่ผ่านมา (ที่มา: วิกิพีเดีย/แฟ้มภาพ)

 

การเจรจาข้อตกลงด้านอาวุธนิวเคลียร์กับอิหร่านบรรลุผลสำเร็จในวันที่ 14 ก.ค. ที่ผ่านมา หลังจากตัวแทนจากกลุ่ม P5+1 (ประกอบด้วย รัสเซีย สหรัฐอเมริกา จีน ฝรั่งเศส สหราชอาณาจักร และเยอรมนี) และอิหร่านเจรจานานเกือบ 20 วันที่กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย การเจรจาครั้งนี้ เป็นผลสืบเนื่องจากการพยายามหาข้อตกลงเรื่องอาวุธนิวเคลียร์กับอิหร่านย้อนไปตั้งแต่ปี 2002 เมื่อประชาคมนานาชาติพบว่าอิหร่านมีแหล่งผลิตนิวเคลียร์สองแห่งอย่างลับๆ โดยไม่ประกาศแจ้งต่อทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (ไอเออีเอ) ส่งผลให้สหประชาชาติ สหภาพยุโรป สหรัฐอเมริกา รวมถึงญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ ประกาศคว่ำบาตรอิหร่านเพื่อป้องกันไม่ให้อิหร่านพัฒนาและผลิตอาวุธนิวเคลียร์

มาตรการคว่ำบาตรดังกล่าว อาทิ การห้ามการซื้อขายอาวุธหนัก และเทคโนโลยีการผลิตอาวุธนิวเคลียร์ การห้ามทำธุรกรรมกับธนาคารและสถาบันทางการเงินอิหร่าน และการห้ามซื้อขายน้ำมันกับอิหร่าน ทำให้อิหร่านสูญเสียรายได้จากการส่งออกน้ำมันเป็นจำนวนมาก ประมาณการณ์ว่าคิดเป็นเงินถึง 2.6หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2012 เพียงปีเดียว ทำให้เศรษฐกิจโดยรวมอ่อนลงมาก เกิดภาวะเงินเฟ้อถึงร้อยละ 40

ข้อตกลงที่บรรลุเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมานี้ จะค่อยๆ ยกเลิกการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจและพลังงานกับอิหร่าน โดยแลกกับการที่อิหร่านจะต้ชีอะฮ์องเคลื่อนย้ายเครื่องหมุนเหวี่ยง (Centrifuges) ที่ใช้ในการเสริมสมรรถนะแร่ยูเรเนียมให้เหลือเพียง 5,000 เครื่อง จาก 19,000 เครื่อง นอกจากนี้ จะต้องเปลี่ยนโรงงานผลิตนิวเคลียร์ในเขตโฟร์โดว์ให้กลายเป็นศูนย์วิจัย โดยจะมีไอเออีเอเป็นผู้ตรวจสอบดูแล และห้ามผลิตวัสดุฟิสไซล์ซึ่งใช้ผลิตนิวเคลียร์เป็นเวลา 15 ปี นอกจากนี้อิหร่านยังต้องลดปริมาณธาตุยูเรเนียมที่เข้มข้นต่ำ ให้เหลือ 300 กิโลกรัม จาก 10,000 กรัม และออกแบบเตาปฏิกรณ์ปรมานูในเขตอารัค เพื่อไม่ให้ผลิตพลูโตเนียมที่ใช้ในการผลิตอาวุธได้

แม้การเจรจาครั้งนี้ จะมีผู้คัดค้านหลายฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นอิสราเอล หรือฝ่ายรีพับลิกันของสหรัฐ เนื่องจากเชื่อว่าการยกเลิกการคว่ำบาตรจะทำให้อิหร่านได้รายได้มหาศาล ไม่ว่าจะจากการปลดล็อกการอายัดทรัพย์สินในต่างประเทศซึ่งมีมูลค่าถึงราวแสนล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือการค้าขายน้ำมัน ทำให้อิหร่านสามารถสนับสนุนกลุ่มติดอาวุธอิสลามสายชีอะฮ์์ในอิรัค และกลุ่มฮิซบัลเลาะห์ในเลบานอน ท่ามกลางความตึงเครียดของอิสลามสายซุนนีห์ และชีอะฮ์์ในตะวันออกกลางที่กำลังดำเนินอยู่

นอกจากนี้ ข้อตกลงยังถูกวิจารณ์ว่า หลังจากระยะเวลาราว 15 ปี เมื่อข้อตกลงนี้หมดเงื่อนไขลง ก็จะทำให้อิหร่านกลับมาผลิตอาวุธนิวเคลียร์ได้เหมือนเดิม อย่างไรก็ตาม หากประชาคมนานาชาติพบว่าอิหร่านทำผิดข้อตกลงดังกล่าว การคว่ำบาตรก็จะกลับมาทันที ประธานาธิบดีโอบามายังกล่าวว่า แม้ว่าข้อตกลงที่เวียนนาจะไม่สามารถทำให้อิหร่านยกเลิกโครงการนิวเคลียร์แบบถอนรากถอนโคน เนื่องจากอิหร่านจะยังสามารถเสริมสมรรถนะยูเรเนียมเพื่อใช้ทางด้านพลังงานและทางการแพทย์ แต่จะลดความสามารถในการผลิตอาวุธนิวเคลียร์ไปได้มากในอนาคต และยังต้องถูกตรวจสอบจากไอเออีเออย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ข้อตกลงดังกล่าวจะมีผลผูกมัดกับมติของสภาความมั่นคงแห่งสหประชาชาติอีกด้วย

 

ข้อตกลงกับอิหร่านจะมีผลกับเกาหลีเหนือหรือไม่

จนถึงปัจจุบัน สื่อเกาหลีเหนือยังไม่รายงานข้อตกลงนิวเคลียร์กับอิหร่าน รวมทั้งยังไม่แสดงความคิดเห็นอย่างเป็นทางการ และแม้ทางเกาหลีใต้จะมีความหวังว่าข้อตกลงกับอิหร่านจะช่วยกดดันเกาหลีเหนือให้กลับมาร่วมโต๊ะเจรจา 6 ฝ่าย ที่เริ่มขึ้นเมื่อปี 2003 เป็นต้นมา แต่นักวิเคราะห์มองว่าไม่น่าจะมีผลมากนักกับเกาหลีเหนือ แม้ว่าอิหร่านและเกาหลีเหนือจะคล้ายกันตรงที่เป็นประเทศที่ครอบครองพลังงานนิวเคลียร์และถูกคว่ำบาตรจากประชาคมนานาชาติยาวนานต่อเนื่อง แต่สำหรับอิหร่านแล้ว การยกเลิกการคว่ำบาตรนั้นถือเป็นแรงจูงใจที่จะทำให้อิหร่านยอมเจรจาตกลง เนื่องจากความเสียหายทางเศรษฐกิจมีผลกระทบอย่างมากซึ่งมีผลต่อประชาชนทั่วไปและกลุ่มธุรกิจต่างๆ ในอิหร่าน ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีเสียงและพลังทางการเมือง

นอกจากนี้ ประธานาธิบดีโรว์ฮานี ซึ่งชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีเมื่อปี 2013 เป็นต้นมา ได้หาเสียงจากนโยบายที่มุ่งยุติการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจและการยุติการถูกโดดเดี่ยวจากนานาชาติ ในขณะที่เกาหลีเหนือนั้นประชาชนไม่สามารถออกเสียงทางการเมืองได้แม้แต่น้อย นอกจากนี้ ความอ่อนแอของเกาหลีเหนือ ไม่ว่าจะในทางเศรษฐกิจ ทรัพยากร และทางการทหาร ทำให้ต้องรักษาอาวุธนิวเคลียร์เพื่อความอยู่รอดของระบอบคิม จอง อึน

สิ่งสำคัญที่ทำให้อิหร่านและเกาหลีเหนือแตกต่างกันในกรณีการเจรจาอาวุธนิวเคลียร์ ยังเกี่ยวเนื่องกับสถานะในการผลิตอาวุธของสองประเทศ และการเข้าร่วมสนธิสัญญาในเรื่องดังกล่าว โดยอิหร่านนั้นเป็นสมาชิกในสนธิสัญญาการไม่แพร่ขยายอาวุธนิวเคลียร์ (Nuclear Non-Proliferation Treaty) ในขณะที่เกาหลีเหนือเข้าร่วมเป็นสมาชิกในปี 1985 ทำผิดสัญญาในปี 1993 จากนั้นเข้าร่วมใหม่และลาออกจากสนธิสัญญาดังกล่าวในปี 2003 เกาหลีเหนือยังได้ทดลองขีปนาวุธในปี 2003, 2006 และ 2013 ซึ่งสร้างความไม่ไว้วางใจจากประชาคมนานาชาติเป็นอันมาก

อิหร่านเองยืนยันว่า โปรแกรมนิวเคลียร์ของตนมีจุดประสงค์ที่ใช้ในทางพลเรือน เช่น ในการทดลองทางวิทยาศาสตร์และการแพทย์ ในขณะที่เกาหลีเหนือนั้นเรียกร้องให้ประชาคมนานาชาติปฏิบัติกับตนเช่นประเทศที่มีแสนยานุภาพทางอาวุธนิวเคลียร์ และยังพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์อย่างเปิดเผย

สำหรับการคาดการณ์ว่าการเจรจาสำเร็จกับอิหร่าน จะทำให้สหรัฐหันมาเริ่มเจรจากับเกาหลีเหนืออีกครั้ง นักวิเคราะห์มองว่าคงไม่มีผลมากนัก เนื่องจากโอบามายังคงต้องโฟกัสกับการให้ข้อตกลงได้รับการอนุมัติในคองเกรส และหากว่าผ่าน ก็ยังต้องจับตาการดำเนินการข้อตกลงกับอิหร่านอย่างใกล้ชิดว่าจะได้รับการปฏิบัติตามมากน้อยเพียงใด นอกจากนี้ ปัญหาของกลุ่มไอซิส (ISIS) ในตะวันออกกลางน่าจะทำให้รัฐบาลสหรัฐให้ความสนใจกับนโยบายอื่นๆ ที่เร่งด่วนมากกว่าการเจรจากับเกาเหลีเหนือ

ทางเกาหลีใต้เองพยายามจะใช้โอกาสนี้เปิดการเจรจากับเกาหลีเหนือ โดยเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ผู้แทนพิเศษด้านสันติภาพและความมั่นคงของคาบสมุทรเกาหลีในรัฐบาลเกาหลีใต้ ได้เดินทางไปจีนเพื่อหารือด้านการลดอาวุธนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ และดูความเป็นไปได้ที่จะร่วมมือเปิดการเจรจากับเกาหลีเหนือ แต่เกาหลีเหนือยังไม่มีทีท่าที่จะเข้าร่วมเจรจา และปฏิเสธคำเชิญของรัฐบาลเกาหลีใต้ในการประชุมด้านความมั่นคงภูมิภาค (Seoul Defense Dialogue) ซึ่งจะจัดขึ้นในเดือนก.ย. นี้ และประณามการฝึกซ้อมร่วมทางการทหารระหว่างเกาหลีใต้และสหรัฐ ซึ่งเกาหลีเหนือมองว่าเป็นการขู่และสร้างภัยทางการทหาร

 

ความหวังของการเจรจาหกฝ่าย

สำหรับการเจรจาอาวุธนิวเคลียร์กับเกาหลีเหนือ ยังต้องจับตาการเจรจา 6 ฝ่าย อันประกอบด้วยจีน ญี่ปุ่น เกาหลีเหนือ เกาหลีใต้ รัสเซีย และสหรัฐอเมริกา ซึ่งยังไม่มีความคืบหน้ามากหนักตั้งแต่ปี 2008 เป็นต้นมา โดยเกาหลีเหนือมีจุดยืนว่า จะยอมเจรจาเรื่องความมั่นคงในภูมิภาค และเรื่องอื่นๆ ยกเว้นการลดการผลิตอาวุธนิวเคลียร์ สำหรับสหรัฐอเมริกาแล้ว การเจรจากับเกาเหลีเหนือซึ่งเอาแน่เอานอนไม่ได้กับการให้สัญญา มีความเสี่ยงสูงสำหรับรัฐบาลโอบามา เมื่อเทียบกับจีนที่แรงกดดันน้อยกว่า ในขณะที่ญี่ปุ่นซึ่งมีข้อบาดหมางจากเหตุการณ์ในอดีตที่เกาหลีเหนือลักพาตัวพลเรือนญี่ปุ่น และยังไม่ได้คำตอบจนถึงทุกวันนี้ ทำให้ญี่ปุ่นมีแนวโน้มไม่ยอมประนีประนอม ส่วนรัสเซียนั้นต้องการให้การเจรจาดำเนินต่ออย่างเร็วที่สุด เพื่อมุ่งร่วมมือกับเกาหลีเหนือในทางเศรษฐกิจ และมองว่าสหรัฐ นั้นทำให้ภัยจากเกาหลีเหนือดูร้ายแรงกว่าความเป็นจริง

สำหรับจีน ก็เป็นพันธมิตรกับและคู่ค้าทางเศรษฐกิจอย่างยาวนาน ซึ่งสามารถใช้อิทธิพลพูดคุยกับเกาหลีเหนือให้เข้าร่วมในการเจรจาได้ อย่างไรก็ตาม เนื่องจากเกรงว่าหากมีความไม่เสถียรภาพเกิดขึ้น จีนจะต้องได้รับผลกระทบจากผู้ลี้ภัยจากเกาหลีเหนือจำนวนมาก จึงยังคอยให้ความช่วยเหลือทางด้านพลังงานและด้านอาหาร จนกระทั่งในปี 2013 จีนจึงยอมลงมติสหประชาติเพื่อคว่ำบาตรเกาหลีเหนือ

และด้วยจุดยืนด้านผลประโยชน์ที่แตกต่างกันค่อนข้างมากในกลุ่มเจรจานี้ ทำให้การเจรจา 6 ฝ่ายยังดูไม่มีความคืบหน้าใดๆ ประชาคมนานาชาติจึงจำเป็นต้องหานโยบายอื่นๆ ที่จะแก้ไขปัญหาอาวุธนิวเคลียร์ ที่นอกเหนือไปจากการโดดเดี่ยว ซึ่งอาจส่งผลเสียมากกว่าผลดี เนื่องจากอาจทำให้เกาหลีเหนือสะสมอาวุธและทดลองขีปนาวุธเพื่อแสดงแสนยานุภาพ

วิธีที่ทำให้เกาหลีเหนือยอมเปิดรับความเปลี่ยนแปลงจากภายนอก อาจะทำได้ในหลายภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นในระดับรัฐบาล ภาคธุรกิจ และภาคประชาสังคม โดยเฉพาะกลุ่มที่ส่งเสริมด้านการแลกเปลี่ยนการศึกษา วัฒนธรรม ศิลปะ และการกีฬา เป็นต้น แม้การร่วมมือผ่านทางวิธีนี้ อาจจะไม่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนในระยะอันใกล้ แต่อย่างน้อย ก็น่าจะเป็นวิธีที่ยั่งยืนและสร้างความเปลี่ยนแปลงในทางรากฐาน มากกว่าการใช้อาวุธและกำลังทางทหารเพื่อจัดการกับรัฐเกเรเช่นเกาหลีเหนือ 

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์