คืนความสุขฯ ‘ประยุทธ์’ เปิด 5 พลังขับเศรษฐกิจ โอดมีคนขับรถชอบแกล้งนักปั่น

28 ส.ค.2558 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ “คืนความสุขให้คนในชาติ” ออกอากาศทางโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย

โดยมีรายละเอียดดังนี้ 

สวัสดีครับ พ่อแม่พี่น้องชาวไทยที่รักทุกท่าน เมื่อวันที่ 23 สิงหาคมที่ผ่านมา ผมได้นำคณะรัฐมนตรีที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งใหม่เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทเพื่อถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับหน้าที่ ณ ห้องประชุมสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ชั้น 14 อาคารเฉลิมพระเกียรติ โรงพยาบาลศิริราช ซึ่งก็ถือว่าเป็นพระมหากรุณาธิคุณล้นเกล้าล้นกระหม่อม เป็นสิริมงคลแก่ผมและคณะรัฐมนตรีอย่างสูงสุด

ปรับคณะรัฐมนตรีเพื่อให้สอดคล้องสถานการณ์

ส่วนในเรื่องของการปรับคณะรัฐมนตรีครั้งนี้นั้น ก็ปรับเพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ทั้งในประเทศ และสถานการณ์โลก และช่วงนี้ก็เป็นช่วงระยะที่ 2 ของรัฐบาลด้วย วันนี้โลกมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว สถานการณ์ทั้งภายในประเทศด้วย ก็มีการผันผวนอย่างต่อเนื่อง ทั้งเศรษฐกิจ สังคม จิตวิทยา ความมั่นคงด้วย ทั้งนี้ การเปลี่ยนคณะรัฐมนตรีของผมครั้งนี้นั้น ไม่หวังว่าจะทำให้เกิดแรงกระเพื่อมอะไรต่าง ๆ ทั้งสิ้น ผมต้องการสร้างความเชื่อมั่นให้ได้และก็สร้างความเชื่อมั่นในการทำงานของคณะรัฐมนตรีของเรา ทั้งในชุดที่ 1 ชุดที่ 2 และชุดที่ 3 ที่ผ่านมา จนถึงวันนี้ทุกอย่างทำต่อเนื่องกันมาโดยตลอด ชุดที่ผ่านมานั้น ก็เป็นผู้วางรากฐาน ทำงานท่ามกลางปัญหา ข้อขัดแย้งมากมาย ได้มีการกำหนดนโยบายใหม่ ๆ แก้ไขปัญหาเดิมที่ติดขัด นโยบายเร่งด่วนที่ผมได้กำหนดขึ้น และขณะนี้อยากให้รัฐมนตรีชุดใหม่นี้เข้ามาขับเคลื่อนทำให้เกิดเป็นรูปธรรมอย่างรวดเร็วขึ้น เดินหน้าสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน ภาคเอกชน รวมทั้งนักลงทุนทั้งไทยและชาวต่างประเทศ จะต้องมีการวางแผนการดำเนินการที่ชัดเจน กำหนดระยะเวลาที่จะได้ผลสัมฤทธิ์ที่จับต้องได้เป็นรูปธรรมในทุกมิติ ดูในเรื่องของความโปร่งใส มีประสิทธิภาพของการทำงาน ในเรื่องของโครงการทุกโครงการจะต้องปลอดจากการทุจริต

การประชุมคณะรัฐมนตรีครั้งล่าสุดนั้น ผมได้ย้ำถึงนโยบายของรัฐบาลนี้ ว่าเราจะไม่ยอมรับการทุจริตคอรัปชั่นโดยเด็ดขาด ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบใดทั้งสิ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในการแต่งตั้งข้าราชการการเมืองชุดใหม่นี้ ผมได้กำชับให้คณะรัฐมนตรีทุกคนเน้นความรอบคอบ และระมัดระวังในเรื่องของการแต่งตั้งที่ปรึกษาและตำแหน่งอื่น ๆ จะต้องไม่มีข้าราชการการเมืองคนใดไปแอบอ้างหรือไปกระทำการใด ๆ ที่ส่อไปในทางทุจริตเด็ดขาด รวมทั้งจะต้องวางบทบาทตนเองให้ถูกต้องเหมาะสม ไม่ใช่ไปนั่งเป็นประธานหัวโต๊ะสั่งการแทนรัฐมนตรีไม่ได้ ไม่มีอำนาจในการสั่งการแทนรัฐมนตรี เพราะมีรัฐมนตรีช่วยกันอยู่แล้ว การทำงานของข้าราชการนั้น ต้องเป็นไปตามสายบังคับบัญชาเท่านั้น ไม่ต้องเอาตำแหน่งหน้าที่ไปแสวงผลประโยชน์ส่วนตัว สร้างความสำคัญไม่ได้ทั้งนั้น ข้าราชการ การเมืองทุกคนนั้นจะต้องปฏิบัติหน้าที่ในกรอบของกฎหมาย ระเบียบ กติกา และประพฤติตนตามประมวลจริยธรรมของข้าราชการ การเมืองอย่างเคร่งครัด

ขอประชาชนเข้าใจ ไม่สามารถทำทุกอย่างให้รวดเร็วโดยที่ไม่มีการไตร่ตรอง

นอกจากนั้น ผมยังได้ย้ำให้กระทรวงต่าง ๆ สร้างการรับรู้กับประชาชนให้มากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในเรื่องของนโยบายของรัฐที่จะมีผลกระทบโดยตรงต่อความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชน เช่น เรื่องพลังงาน โรงไฟฟ้า โรงงานกำจัดขยะ และอื่น ๆ อีกมากมาย การปรับครั้งนี้ ก็อยากให้มองว่าไม่ใช่ว่าเราต้องการอำนาจ เพียงแต่จำเป็นต้องอยู่ในกลุ่มงานที่เหมาะสม ทหารจะอยู่ตรงไหน พลเรือนจะอยู่ตรงไหน ให้เหมาะสมกับระยะที่ 2 ในระยะที่ 1 เราจะเน้นเรื่องความมั่นคงเป็นหลัก เมื่อขณะนี้ ก็มีเสถียรภาพแล้ว เมื่อเริ่มต้นไปแล้ว ชุดต่อไปก็จะต้องให้เป็นผู้ที่มีความรู้ ความสามารถเข้ามาทำงานต่อ มีการปรับปรุง พัฒนาให้สอดคล้องกับสถานการณ์ ที่อาจจะมีผลกระทบ ในขณะนี้ก็คือเรื่องการหมุนเวียนที่จำเป็นต้องปรับออกไปบ้าง ไม่ได้ด้วยความขัดแย้งหรืออย่างอื่น ยังให้ความเคารพอยู่เสมอ และพร้อมที่จะรับฟังคำปรึกษาของท่านเหล่านั้น เพราะท่านทำงานกับผมในระยะแรกเป็นที่น่าพอใจ ที่ผ่านมานั้นต้องแก้ทั้งปัญหา แก้กฎหมาย กระบวนการบริหารจัดการทั้งหมด ที่วุ่นวายสับสนอยู่ การจัดระเบียบข้าราชการ ซึ่งอาจจะทำให้สังคม หรือประชาชนส่วนหนึ่งมีความรู้สึกว่าช้า ไม่ทันการ รัฐบาลนี้มีอำนาจมากมายทำไมทำช้า ไม่ทันใจ ก็ขอให้เข้าใจด้วย เราไม่สามารถทำทุกอย่างให้รวดเร็วโดยที่ไม่มีการไตร่ตรอง หรือใคร่ควรให้ดีที่สุด ไม่อย่างนั้นจะเกิดปัญหาในห้วงต่อไป

ระยะแรกนั้น การปฏิรูปในเชิงโครงสร้าง การปรับปรุงประสิทธิภาพเพื่ออนาคต ได้เริ่มกันไว้มากพอสมควรแล้ว ขณะนี้เป็นระยะต่อไปที่จะต้องเดินหน้าต่อ โดยเฉพาะในเรื่องของการปฏิรูป ซึ่งจะต้องนำแนวทางของสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) มาศึกษาดู อะไรที่ทำได้เราจะทำไปเลย ทั้งนี้จะต้องแบ่งระยะให้ถูกต้อง กำหนดโรดแมป กำหนดผู้กระทำ ความรับผิดชอบ ในช่วงที่ 2 ที่ผ่านมาก็ทำไปบ้างแล้ว วันนี้คณะรัฐมนตรี (ครม.) ใหม่เข้ามาก็กำลังทำต่อ

เพราะฉะนั้นบางอย่างทำได้เลย ก็ทำไปแล้ว บางอย่างที่กำลังเริ่มก็เริ่มอยู่ พูดหลายครั้งแล้ว บางอย่างก็มีการแก้ไขกฎหมาย ซึ่งจะต้องชัดเจนในสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ผ่านคณะกรรมการ กรรมาธิการ 3 คณะด้วยกัน กว่าจะออกมาเป็นกฎหมายได้ อะไรที่จำเป็นผมก็ใช้มาตรา 44 ไปก่อน แต่กฎหมายที่เราออกตามมาก็ทำนองเดียวกัน ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความรวดเร็วเป็นไปตามกฎระเบียบ

ปฏิรูปการทำงานของรัฐบาล เพื่อจะบูรณาการ ไม่แบ่งเป็นพรรค เป็นฝ่าย

เรื่องของการปฏิรูปการทำงานของรัฐบาลนั้น วันนี้ก็มีวัตถุประสงค์เพื่อจะบูรณาการการทำงานร่วมกันให้ได้ในทุกกระทรวง ในกระทรวงตนเองก็ต้องเป็นเรื่องของทุกกรม ไม่แบ่งเป็นพรรค เป็นฝ่าย แบบที่เคยเป็นมาในอดีต มีการจัดสรรแบ่งงบประมาณแยกไปทำกันเอง อย่างนั้นไม่ได้ เพราะฉะนั้นเราจะต้องทำให้เกิดการบูรณาการให้ได้ นี่คือสิ่งที่เรียกว่าปฏิรูปเหมือนกัน ไม่มีการทำงานซ้ำซ้อน ไม่สิ้นเปลืองงบประมาณ หากการบูรณาการทำไม่ได้จริง ๆ ทำให้รัฐต้องสูญเสียงบประมาณเป็นจำนวนมากโดยไม่จำเป็น ประชาชนไม่ได้รับประโยชน์อย่างเต็มที่ แทนที่จะนำงบประมาณตรงนี้ไปให้ตรงโน้นบ้างอะไรบ้าง ก็รวมไปบางที่บางทางจนไม่ทั่วถึง เพราะฉะนั้นต้องเชื่อมโยงกันให้ได้ ทั้งในส่วนการประสานงานระหว่างกระทรวง การประชุมร่วมกัน หรือแม้กระทั่งทาง social media ในเรื่องของการเชื่อมโยงทางระบบคอมพิวเตอร์ ฐานข้อมูล ต่าง ๆ ต้องใช้ร่วมกันทั้งหมด ไม่อย่างนั้นก็ต่างคนต่างทำ ไปไม่ได้

การบริหารจัดการระบบน้ำ

เรื่องของการบริหารจัดการระบบน้ำ วันนี้ก็ใช้คณะทำงานที่มาจากทุกกระทรวง เดิมตั้งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มีผู้รับผิดชอบเป็นทหาร วันนี้ใช้คณะทำงานของรัฐบาล มีรัฐมนตรีเป็นประธาน และมีผู้แทนจากทุกกระทรวงทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในส่วนของงานในแต่ละกลุ่มงานนั้น ไม่ว่าจะเป็นงานตาม routine ตาม Function อันนั้นเป็นเรื่องของการทำงานของรัฐบาลปกติอยู่แล้ว ในส่วนของนโยบายเร่งด่วน นโยบายใหม่ ๆ ก็จะมอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรีรับผิดชอบในเรื่องนั้น ๆ ในการกำกับดูแลเป็นส่วนรวม

กระบวนการจัดซื้อจัดหาต่าง ๆ

ผมก็เร่งรัดให้เร็วขึ้น ที่ผ่านมาไม่ค่อยชัดเจน วันนี้ต้องแก้ไขทั้งหมด ต้องเป็นไปอย่างโปร่งใส รวดเร็ว มีการตรวจสอบ บางโครงการที่จะต้องมีการตรวจสอบอย่างใกล้ชิด มีการนำหน่วยงานภาคนอกมาประเมิน มาตรวจสอบด้วย ต่างประเทศก็เอาเข้ามาด้วย เพราะฉะนั้นจะต้องมีการประสานงานระหว่างส่วนที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด ต่อเนื่อง

หลังจากที่มีการปรับคณะรัฐมนตรีไปแล้ว ขอกรุณาอดีตรองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี ได้กรุณาให้ทำความเข้าใจกับสื่อด้วย เพราะผมเองนั้นก็เป็นกังวลหลาย ๆ อย่าง ว่าจะไม่เข้าใจกันอีก ในส่วนของสื่อ ในส่วนของสังคม เพราะฉะนั้นในภาพรวมผมรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว ในเรื่องของการทำงานไม่ว่าจะเป็นรัฐมนตรีใดก็ตาม หรือรองนายกรัฐมนตรีท่านใดก็ตาม การตัดสินใจความรับผิดชอบอยู่ที่ผม เพราะฉะนั้นสิ่งใดก็ตามที่อาจจะไม่ตรงกับสิ่งที่ท่านคิด ท่านก็บอกผมมาเท่านั้นเอง ผมเป็นผู้กำหนดนโยบาย แต่จะต้องขับเคลื่อนทุกกระทรวงไปพร้อม ๆ กัน รองนายกรัฐมนตรีทุกกระทรวงก็ต้องไปขับเคลื่อนให้ผม ร่วมกับรัฐมนตรีแปลงนโยบายของผมไปสู่การปฏิบัติ จากนั้นก็จะส่งไปยังข้าราชการที่อยู่ข้างหน้าเป็นผู้ปฏิบัติ วันนี้ก็เน้นหนักในส่วนของผู้ว่าราชการจังหวัด ที่ต้องไปดูแลข้างล่างในพื้นที่ให้ชัดเจนขึ้น

ชี้เราติดกับดักตัวเอง ติดกับดักเรื่องกฎหมาย ติดกับดักเรื่องความคิด

ปัญหาในช่วงที่ผ่านมานั้นก็คือเริ่มต้นแล้ว การขับเคลื่อนยังเป็นไปได้อย่างช้าอยู่ ไม่รวดเร็ว ทุกกลุ่มงานต้องทำให้เร็วขึ้น ทั้งนี้ต้องอาศัยความร่วมมือข้าราชการ ประชาชน ที่มีส่วนร่วมกัน ปัญหาสำคัญคือหลายอย่างยังคงติดอยู่กับปัญหาเก่า ๆ เหมือนกับเราติดกับดักตัวเอง ติดกับดักเรื่องกฎหมาย ติดกับดักเรื่องความคิด ความไม่เข้าใจต่าง ๆ อะไรเหล่านี้ ความไม่ชัดเจน เพราะฉะนั้นทั้งสองฝ่าย ก็ต้องปรับเข้าหากัน ทั้งรัฐบาล ราชการ ประชาชน เราจะต้องลดปัญหาที่เกิดขึ้นให้ได้ ทั้งในส่วนของการทำงานของรัฐบาล ในส่วนของประชาชน มีส่วนร่วมให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้นว่า ควรจะทำอย่างไรตรงไหน ให้เดินหน้าไปได้แล้วกัน ไม่อย่างนั้นผลประโยชน์ชาติ โดยรวมไม่เกิดขึ้น ประชาชนก็เดือดร้อนเหมือนเดิม

อยากให้เชื่อมั่นในพื้นฐานและศักยภาพของประเทศไทยที่ยังดีอยู่

เรื่องการเดินหน้าเศรษฐกิจระยะต่อไป ผมทราบดีว่า ประชาชนมีความเป็นห่วง จากด้านการข่าวหรือเสพจากสื่ออะไรก็แล้วแต่ และกังวลในสภาพเศรษฐกิจในช่วงนี้ หลาย ๆ ประเทศ รวมถึงประเทศไทย ก็ย่อมจะได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายนอกประเทศ โดยเฉพาะเศรษฐกิจประเทศมหาอำนาจ เช่น จีน หรือทางยุโรป สหรัฐอเมริกา ก็มีปัญหากันพอสมควร  ซึ่งปัจจัยภายในประเทศของเราที่เกษตรกรต้องประสบกับปัญหาราคาพืชผลตกต่ำ  เพราะฉะนั้นเศรษฐกิจขณะนี้อาจจะนำไปสู่ความไม่เชื่อมั่น และมีผลกระทบต่อการลงทุนในประเทศ  เกิดการชะลอทำนองนี้ ผมอยากให้ทุกท่านเชื่อมั่นในพื้นฐานและศักยภาพของประเทศไทยที่ยังดีอยู่  รัฐบาลจะเร่งเข้าไปแก้ไขในจุดอ่อนต่าง ๆ เหล่านั้น และวางรากฐานสำหรับอนาคต ประคองเศรษฐกิจให้ผ่านช่วงวิกฤตินี้ไปได้ และก้าวไปได้อย่างมั่นคง

5 กลุ่มภารกิจขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

รัฐบาลมีนโยบายที่จะดูแลสภาพเศรษฐกิจของประเทศทั้งระบบ โดยแบ่งการขับเคลื่อนเป็น 5 กลุ่มภารกิจหลักที่ต้องขับเคลื่อนสัมพันธ์ไปด้วยกัน ให้เกิดเป็นรูปธรรม

กลุ่มภารกิจที่ 1 จะเป็นการดูแลช่วยเหลือเร่งด่วนเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องเกษตรกร และประชาชนผู้มีรายได้น้อย ผมถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญมากตั้งแต่ต้นแล้ว  เพื่อประคองให้เขาผ่านพ้นช่วงวิกฤติเศรษฐกิจขณะนี้ไปได้ด้วยดี

กลุ่มภารกิจที่  2 คือการดูแลเศรษฐกิจท้องถิ่น และภูมิภาคให้เข้มแข็ง ที่ผ่านมาการเติบโตของเศรษฐกิจไทย อิงกับภาคต่างประเทศ อย่างเช่น การส่งออกค่อนข้างมาก เราต้องปรับสมดุล สร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจจากภายใน โดยจะเน้นที่การเจริญเติบโตในท้องถิ่น ภูมิภาค การพัฒนา 76 จังหวัดให้มีความเข้มแข็ง สิ่งเหล่านี้จะเป็นพื้นฐานหลักที่จะช่วยสร้างงาน สร้างรายได้ให้แก่พี่น้องประชาชน และทำให้เศรษฐกิจของประเทศหมุนเวียนและขับเคลื่อนต่อไปได้อย่างยั่งยืน ไม่ว่าจะเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยว การทำกิจการเพื่อสังคม การผลิตสินค้า OTOP  เพื่อจะสร้างความเข้มแข็งให้วิสาหกิจชุมชนและสหกรณ์  รวมถึงเรื่องการส่งเสริมตลาดนัดชุมชน  เป็นต้น 

กลุ่มภารกิจที่ 3 จะมุ่งเน้นการยกระดับคุณภาพสินค้า ผ่านการส่งเสริมการแปรรูป/การทำ packaging  ให้กับสินค้าเกษตร ผลิตภัณฑ์ของ SMEs หรือแม้แต่สินค้าอุตสาหกรรม ที่จะต้องมีการวิจัยพัฒนาผลิตภัณฑ์ เพื่อเพิ่มมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้า ต้องมีการคิดค้นนวัตกรรมใหม่ ๆ อันจะเป็นการเพิ่มรายได้ให้แก่พี่น้องประชาชนผู้ผลิตสินค้า และจะช่วยทำให้เราสามารถแข่งขันกับสินค้าต่างประเทศได้  รวมทั้งการพัฒนาบุคลากรในท้องถิ่นให้ตรงกับความต้องการและเพิ่มขีดความสามารถ องค์ความรู้ให้กับแรงงาน ทั้งในภาคเอกชน และภาคบริการ 

กลุ่มภารกิจที่ 4 จะเป็นการส่งเสริมการลงทุนขนาดใหญ่ เพื่อเป็นการวางรากฐานอนาคตเศรษฐกิจของประเทศ  ทั้งในการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษ และการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน ให้เชื่อมโยงภูมิภาคต่าง ๆ เหล่านั้นเข้าด้วยกัน  ซึ่งอาจจะทำให้เร่งการเจริญเติบโตของเราไปสู่ภูมิภาคและภายในประเทศให้รวดเร็วยิ่งขึ้น พร้อมทั้งเป็นการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน โดยจะมีการลงทุนและพัฒนาอุตสาหกรรมเป็น Cluster ที่ควรจะส่งเสริมในแต่ละพื้นที่ ซึ่งการลงทุนนี้จะสัมพันธ์กับการพัฒนาท้องถิ่นที่จะต้องดำเนินการคู่ขนานกันไป

และกลุ่มภารกิจที่ 5  ด้านการต่างประเทศ ถือว่าเป็นส่วนสำคัญทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการส่งเสริมการค้าการลงทุนระหว่างกัน และการรักษาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

ผมอยากให้พี่น้องประชาชนเข้าใจว่า รัฐบาลตั้งใจอย่างเต็มที่ และการดำเนินการทั้งหมดที่กล่าวมา จะต้องเป็นไปอย่างมีธรรมาภิบาล และแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจได้อย่างยั่งยืน เป็นระบบ ไม่ว่าจะเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น หรือการวางรากฐานเพื่ออนาคต ที่มุ่งสู่การลงทุนในภูมิภาคและท้องถิ่น สร้างความเข้มแข็งให้ทุกจังหวัด ทั้ง  76 จังหวัด เพราะเมื่อท้องถิ่นเข้มแข็ง ทุกจังหวัดเข้มแข็ง ความเหลื่อมล้ำก็ลดลง ประเทศย่อมเจริญเติบโตไปด้วยความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนด้วยตัวเอง ผมอยากให้พี่น้องประชาชนมีความเชื่อมั่นในการทำงานของรัฐบาล ทั้งในช่วงที่ผ่านมาและช่วงนี้ และเชื่อมั่นในศักยภาพประเทศไทยของเรา และร่วมมือร่วมใจพัฒนาประเทศไปด้วยกัน

ความมั่นคง/การเฝ้าระวัง

เรื่องของความมั่นคง/การเฝ้าระวัง เป็นสิ่งที่จำเป็นจากเหตุการณ์ระเบิดที่เกิดขึ้น ผมและรัฐบาลขอแสดงความเสียใจ และขอขอบคุณพี่น้องประชาชนอีกครั้งที่ได้ให้ความร่วมมือ ได้ร่วมกันออกมาแสดงพลังของความสามัคคีต่อไป ก็ยังคงเป็นหน้าที่ของพวกเราทุกคนที่จะต้องช่วยกันนำพาประเทศไทยของเราให้ผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปได้ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องขอการเป็นเจ้าบ้านที่ดีต่อนักท่องเที่ยว การประชาสัมพันธ์สิ่งดี ๆ ของประเทศเรา หรือการสร้างความเชื่อมั่นกับชาวต่างประเทศให้กลับมา ทุกคนมีส่วนร่วม มีขีดความสามารถที่จะช่วยกันทำได้ สำหรับภาคเอกชน บริษัท ห้างสรรพสินค้า โรงแรม  รวมถึงร้านค้าทั่วไป ท่านก็สามารถช่วยรัฐบาลได้ โดยการติดตั้งเพิ่มจำนวนหรือเพิ่มประสิทธิภาพของอุปกรณ์เฝ้าระวัง เช่น กล้อง CCTV ตามพื้นที่ต่าง ๆ ขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ ตำรวจ ทหาร ในการติดตามคนร้ายที่มีความคืบหน้าตามลำดับ ต้องขอเวลาให้เจ้าหน้าที่ในการทำงานด้วย

ประวัติศาสตร์ “Bike for Mom ปั่นเพื่อแม่”

หลังจากกิจกรรมครั้งประวัติศาสตร์ “Bike for Mom ปั่นเพื่อแม่” เมื่อวันอาทิตย์ที่ 16 สิงหาคม 2558 ที่ผ่านมานั้น มีประชาชนทั่วประเทศ ทั้งภาครัฐ เอกชน ข้าราชการ คนพิการ นักกีฬา คนในวงการบันเทิง เด็ก ผู้ใหญ่ คนมีอายุ มากันหมดทุกวงการ ออกมาร่วมแสดงความจงรักภัคดีและพลังแห่งความสามัคคีหลายแสนคน ได้สร้างแรงบันดาลใจให้มือใหม่หัดปั่น และคนที่ไม่เคยปั่น ไม่เคยขี่จักรยานมาก่อน ให้หันมาสนใจมากขึ้น ธุรกิจด้านจักรยานก็ดีขึ้น การท่องเที่ยวในชนบทต่าง ๆ ก็ดีขึ้น มีการปฏิสัมพันธ์กันมากขึ้น ผมอยากให้พี่น้องประชาชนช่วยกันรักษากระแสในเรื่องของการปั่นจักรยาน หรือขี่จักรยานกันต่อไป และการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ เพื่อพบปะสังสรรค์ร่วมกันเป็นครอบครัว เป็นสังคมเล็ก ๆ ได้ ถ้าเป็นจักรยานมีโอกาสพูดคุยกันได้ยินเสียงกัน ขี่กันไปคุยกันไป แต่ก็ระมัดระวังรถ ให้ปลอดภัยก็แล้วกัน อย่าให้มีอุบัติเหตุ ขอให้เป็นจุดเริ่มต้นและเป็นแรงบันดาลใจให้ทำต่อไปให้สม่ำเสมอ ใครที่ทำอยู่แล้วก็ให้ช่วยกันชักชวนเพื่อนฝูง พี่น้อง มาเพิ่มสมาชิกให้มากขึ้น รัฐบาลเองก็อยากเห็นการขยายผลอย่างต่อเนื่อง โดยต้องการให้มีการรณรงค์เรื่องความสำคัญของการออกกำลังกาย

ชี้มีคนขับรถแกล้งนักปั่น

สำหรับการขยายถนนหรือจัดสรรให้มีเลนจักรยาน เพื่อให้ทุกคนได้มีโอกาสในการออกกำลังกาย ซึ่งต้องเป็นพื้นที่ที่ปลอดภัย และต้องช่วยกันกระตุ้นให้สังคมมีความเข้าใจถึงกฎระเบียบต่าง ๆ ผมเห็นคนขับรถบางครั้งก็ไม่ค่อยเกรงใจ เห็นจักรยานปั่นมา บางทีก็แกล้งกันบ้าง อะไรกันบ้าง มันไม่ใช่ ผมว่าเราต้องดูแลซึ่งกันและกัน การใช้ท้องถนนต้องใช้ร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ จักรยานยนต์ หรือจักรยาน คนเดินถนน เพราะทุกคนเป็นเจ้าของทั้งสิ้น

ในส่วนของสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงนั้น ก็สามารถทำให้เราลดค่าใช้จ่ายในเรื่องของการสาธารณสุขลงไป เรื่องการรักษาพยาบาล ถ้าเราป้องกันตัวเอง รู้ตัวเองก็จะไม่เกิดเหตุการณ์ที่ทำให้เกิดสุขภาพที่ย่ำแย่ไป หลายอย่างผมเตือนไปแล้ว เรื่องการสูบบุหรี่ การดื่มสุราต่าง ๆ เหล่านี้ ต้องลด ละ เลิก เพื่อจะให้มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง

การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์

เรื่องของการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ วันนี้ประเทศเราค่อนข้างได้เปรียบ เพราะเรามีป่าเขา เรามีพื้นที่ชายทะเล เรามีชนบทมากมาย ที่พร้อมจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ เพราะฉะนั้นก็อยากจะให้เร่งเพิ่มนักท่องเที่ยวตามจังหวัดต่าง ๆ ได้อีกด้วย วันนี้ก็เป็นสิ่งที่นิยมกันทั่วโลก การปีนเขา การไต่เขา การเดินป่าอะไรเหล่านี้ ผมคิดว่าเราทำได้ทั้งหมด แต่ต้องให้มีความปลอดภัย  ทั้งนี้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จะช่วยดำเนินการผลักดัน ทั้งเรื่องเส้นทางจักรยานเพื่อการท่องเที่ยว จำนวน 13 เส้นทาง ใน 13 จังหวัดของภาคกลาง เชื่อมโยงกันอย่างไร จะไปสถานที่ท่องเที่ยวอะไรบ้าง

นอกจากนี้ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาก็จะสนับสนุนให้แต่ละจังหวัดขับเคลื่อนการพัฒนาเส้นทางจักรยานมากขึ้น มีหลายจังหวัดทำไปแล้ว แต่ต้องพัฒนาให้ดีขึ้น อย่าให้มีเรื่องร้องเรียนอีกก็แล้วกัน ผมเห็นบางจังหวัดถูกร้องเรียนมาแล้ว คงต้องตรวจสอบ ทำให้เกิดความโปร่งใส ตั้งใจดีแต่อย่างทำให้เกิดความเสียหายก็แล้วกัน ทำอะไรก็ให้ดี ช่วงนี้ต้องเป็นอย่างนั้น เพราะฉะนั้นในส่วนของการใช้ประโยชน์ถนนเส้นทาง อย่างที่ผมเรียน ต้องถ้อยทีถ้อยอาศัย ช่วยกันดูแลกัน อย่าให้เกิดขึ้นมาอีก เสียใจกันทั้งครอบครัว ประเทศชาติ กรณีถ้าเป็นชาวต่างประเทศด้วย เสียชีวิตในประเทศไทยจากการขี่จักรยาน ต่อไปคงไม่ให้เกิดขึ้น ต้องช่วยกัน

สุดท้ายนี้ กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ร่วมกับองค์กรภาคีเครือข่ายต่าง ๆ กำลังจะจัดงานมหกรรมสมุนไพรแห่งชาติ ครั้งที่ 12 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นเวทีในการพัฒนาองค์ความรู้ด้านวิชาการ และขับเคลื่อนนโยบายและยุทธศาสตร์ในทุกระดับ รวมถึงเป็นการพัฒนาศักยภาพของบุคคลากรด้านการแพทย์แผนไทยที่เรามีอยู่แล้ว งานดังกล่าวจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 2 - 6 กันยายน 2558 ระหว่างเวลา 10.00 - 20.00 น. ณ ศูนย์การแสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี ซึ่งถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของการวิจัยและพัฒนาที่จะทำให้ทรัพยากรสมุนไพรของไทยที่มีอยู่เป็นจำนวนมาก รวมถึงภูมิปัญญาของไทย หมอ แพทย์แผนไทยเหล่านี้ไปสู่ตลาดสากล ผมขอเชิญชวนให้พี่น้องประชาชน ทั้งชาวไทย ชาวต่างประเทศไปร่วมงานดังกล่าว ทั้งนี้ เพื่อเป็นการสนับสนุนผลิตภัณฑ์จากสมุนไพรไทย และภูมิปัญญาท้องถิ่นของพี่น้องคนไทยกันเองด้วย (สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่ กรมการแพทย์และการแพทย์ทางเลือก โทร. 02-149-5696 หรือhttp//:natherbexpo.dtam.moph.go.th) ขอบคุณครับ ขอให้มีความสุขในวันหยุดสุดสัปดาห์ สวัสดีครับ

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์