อัพเดทล่าสุดเมื่อ 1 ชั่วโมง 46 นาที ที่ผ่านมา

ประยุทธ์คืนความสุข ได้ทีหลังให้ของขวัญปีใหม่ กระตุกปชช.คิด "ท่านได้ทำอะไรให้กับประเทศชาติ"

 
25 ธ.ค.2558 พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ “คืนความสุขให้คนในชาติ” ออกอากาศทางโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย โดยมีรายละเอียดดังนี้
 
 
ยินดีกับน้องแนท-ชมเด็กทำสื่อสร้างสรรค์
 
ในสัปดาห์สุดท้ายของปี 2558 นี้ ผมขอร่วมแสดงความยินดีกับ “น้องแนท”  นางสาว อนิพรณ์ เฉลิมบูรณะวงศ์ มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2015 ที่สามารถเข้ารอบ 10 คนสุดท้าย ในเวทีการประกวด Miss Universe 2015 ณ ประเทศสหรัฐอเมริกา ที่ผ่านมา พร้อมทั้งได้รับ “รางวัลชุดประจำชาติยอดเยี่ยม” ชุดตุ๊ก ตุ๊ก ไทยแลนด์ มาครองด้วย เป็นการสร้างความสุขและรอยยิ้ม สู่สังคมไทย ต้อนรับปีใหม่ ผมขอแสดงความยินดีด้วยใจจริง จากรัฐบาล จากประชาชนทุกคน
 
อีกเรื่องหนึ่งที่ผมอยากกล่าวถึงเป็นเรื่องดี ๆ มาจากสื่อสร้างสรรค์ที่นำเสนอข่าวของเด็กนักเรียนชาย 3 คน ได้แก่ ด.ช.วรรณกร คำมีมูล (น้องบอส) ด.ช. ทวีชัย ฟูซะ (น้องฟิวส์)  และ ด.ช. ทวีศักดิ์ ฟูซะ (น้องฟิล์ม) ที่ชักชวนกันมาทำประโยชน์เพื่อสังคม เพราะเห็นว่าถนนที่ตนต้องเดินไปรอรถโรงเรียนทุกวันนั้นสกปรก เยาวชน 3 คนนี้จึงรวมเงินค่าขนมกันเพื่อซื้ออุปกรณ์ทำความสะอาด ร่วมแรงร่วมใจช่วยกันถางหญ้าและกวาดถนนจนสะอาด ได้ทำมากว่า 2 เดือนแล้ว  สิ่งที่เด็กพูดกับสังคมนั้น ลึกซึ้ง กินใจ พวกเขาบอกว่า “เห็นว่าเราเป็นคนไทย อยากทำความดีเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในโอกาสเจริญพระชนมพรรษา 88 พรรษา และตั้งใจว่าจะทำความสะอาดถนนเส้นนี้ต่อไปเรื่อย ๆ โดยไม่หวังผลตอบแทน”  เป็นอย่างไร ผู้ใหญ่คิดอย่างไรกันบ้าง ผมขอชื่นชมและเป็นกำลังใจให้ กับทั้งเด็ก ๆ ผู้ปกครอง และครู อาจารย์ด้วย แล้วก็หวังว่าความดีจากจุดเล็กของเด็ก ๆ ทั้ง 3 คนนี้ จะเป็นแรงบันดาลใจให้กับผู้ใหญ่ และสังคมของเรา ให้ช่วยกันอยู่ร่วมกันอย่างมีน้ำใจ หันมาทำประโยชน์เพื่อส่วนรวม และมีความสุขกับการทำดี ระมัดระวังอันตรายบนถนนด้วย
 
ชี้ 31 ธ.ค.นี้เป็นวันก้าวสู่ประชาคมอาเซียนอย่างเป็นทางการ แนะปชช.ใช้ความพร้อมแสวงโอกาส
 
วันที่ 31 ธันวาคม 2558 นอกจากจะเป็นวันส่งท้ายปีเก่า  ยังเป็นวันที่ประเทศไทยและประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาคของเราก้าวสู่การเป็นประชาคมอาเซียนอย่างเป็นทางการ แต่ไม่ได้เป็นสิ่งที่น่าวิตก เพราะไม่ได้เป็นการเปลี่ยนแปลงอย่างพลิกฝ่ามือ ในวันเดียวเวลาเดียวหรือปีเดียว หากทุกภาคส่วน ได้มีการสร้างความตระหนักรู้ เตรียมความพร้อม ที่มีมาอย่างต่อเนื่อง บางอย่างก็สำเร็จไปแล้ว บางอย่างก็ยังไม่พร้อมอยู่ ไม่เป็นอะไร เราเริ่มต้นไปก่อน อะไรทำได้ทำก่อน อย่าไปกังวลว่าวันนี้ยังไม่พร้อม เราได้มีการเตรียมตัวพอสมควรในช่วง 2 ปีที่ผมเข้ามา ถ้าเราปรับตัวได้ไวดี มีภูมิคุ้มกัน แล้วก็สร้างความเข้าใจกันได้ ร่วมมือกันทุกอย่างก็จะเห็นการเปลี่ยนแปลง ในระดับมหภาค ที่ผ่านมานั้นได้มีการจัดตั้งเขตการค้าเสรีอาเซียน หรืออาฟตา (AFTA) เมื่อปี 2535 มีการพัฒนามาอย่างต่อเนื่องเรื่อยมา หลายอย่างต้องมีการปรับปรุงเพิ่มเติม ตอนนี้อาเซียนมีความตกลงเปิดเสรีทางการค้ากับ 6 ประเทศแล้ว ได้แก่ จีน ญี่ปุ่น สาธารณรัฐเกาหลี อินเดีย ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ และกำลังพัฒนาไปสู่การจัดทำความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค หรืออาร์เซป (RCEP) ซึ่งประกอบไปด้วยอาเซียน 10 ประเทศ จีน ญี่ปุ่น สาธารณรัฐเกาหลี อินเดีย ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ มารวมด้วย ซึ่งถ้ามองค่า GDP รวมกันเป็นหนึ่งในสามของ GDP โลก และครอบคลุมประชากรครึ่งหนึ่งของโลก
 
ดังนั้นพี่น้องและทุกภาคส่วน ควรใช้ความพร้อมของตนเอง ร่วมกันแสวงโอกาส ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ทั้งตนเอง องค์กร และประเทศชาติ ด้วยความรู้เท่าทัน มีการพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ ในส่วนของรัฐบาลเองนั้น ให้ความสำคัญอย่างมาก ในการเตรียม “กำลังคน – ทรัพยากรมนุษย์ – แรงงานมีฝีมือ” เพื่อเข้าสู่ตลาดแข่งขัน ภายใต้วิสัยทัศน์ “คนไทยมีศักยภาพพร้อมอยู่ในประชาคมอาเซียนอย่างมีคุณภาพ” โดยมุ่งเน้นในเรื่องของการ “เสริมสร้างความเข้าใจ ใฝ่รู้ภาษา มุ่งพัฒนาสัมพันธ์ รู้เท่าทันเทคโนโลยี สานสามัคคีอาเซียน” ด้วยการศึกษา ซึ่งเราจะมีกระทรวงศึกษาธิการเป็นผู้ดำเนินการหลัก โดยบูรณาการกับทุกกระทรวง และทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้กำหนดยุทธศาสตร์  6 ด้าน ดังนี้ (1) เสริมสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับประชาคมอาเซียนก่อน (2) ยกระดับคุณภาพและสร้างโอกาสทางการศึกษา (3) ผลิตกำลังคนให้มีทักษะสอดรับกับตลาดแรงงานอาเซียน (4) มีการพัฒนาการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (5) มีการพัฒนากลไกที่เกี่ยวข้องเพื่อรองรับการเคลื่อนย้าย/แลกเปลี่ยน  และ (6) เสริมสร้างเครือข่ายระหว่างกันในภูมิภาค
 
ทั้งนี้ จะมีการจัดตั้ง “ศูนย์อาเซียนศึกษา” จำนวน 447 ศูนย์ ทั่วประเทศ เพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาในระดับมัธยมศึกษาสู่ความเป็นนานาชาติ รองรับนักเรียนไทยและนักเรียนต่างชาติในประชาคมอาเซียน ให้สอดคล้องกับโครงการพัฒนาประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการศึกษาในภูมิภาค และให้มีการเทียบเคียงกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ สู่กรอบคุณวุฒิอ้างอิงอาเซียน ก็ต้องดูว่าใครเกี่ยวข้องตรงไหน ทั้งโรงเรียน ข้าราชการ ประชาสังคม ประชาชน ธุรกิจ และอะไรคือวิกฤต อะไรคือโอกาส ในการก้าวเข้าไปสู่การเป็นประชาคมอาเซียน เรามีความรู้แค่ไหน อย่างไร เข้าใจอย่างถ่องแท้หรือไม่ ที่ผ่านมาอาจจะเข้าใจว่า พูดภาษาอังกฤษได้อย่างเดียว ไม่ใช่หรอกครับ มีตั้งหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นความรู้และการยกระดับคุณภาพภาษาอังกฤษ
 
เรื่องของการพัฒนาฝีมือแรงงาน การเตรียมรับการเคลื่อนย้ายแรงงานที่มีคุณภาพอะไรเหล่านี้ มีตั้งหลายอาชีพที่เขากำลังเคลื่อนย้ายไปมา ถ้าเราไม่เตรียมการให้พร้อมตรงนี้ “ผลิตคนใหม่ รักษาคนเก่าไว้ให้ได้” คนของเราที่มีความสามารถก็จะไปหาอาชีพทำงาน - ทำการในต่างประเทศ บ้านเราก็จะขาดแคลนเข้าไปอีก รัฐบาลตั้งเป้าที่จะพัฒนาในเรื่องของทักษะภาษาอังกฤษ ในระยะแรกให้กับนักเรียน ครู ผู้บริหาร ประชาชนทั่วไป และให้สถานศึกษาจัดการเรียนการสอนที่เป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด หรือบางห้อง บางชั้น หรือการเรียนการสอนสองภาษา ทั้งหมดเป็นเรื่องความสมัครใจของเด็ก แล้วก็ตั้งศูนย์ที่เสริมสร้างความเข้มแข็งในการจัดการเรียนการสอนภาษาอังกฤษด้วย ให้กับผู้เรียน ทั้งระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา ระดับเขตพื้นที่และภูมิภาคทั่วประเทศ รวมทั้งโครงการการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม และบรรจุเนื้อหาในโครงการลดเวลาเรียนเพิ่มเวลารู้ เป็นต้น สำหรับภาษาประเทศเพื่อนบ้านอื่น ๆ เช่น จีน ญี่ปุ่น หรือภาษาอาเซียน อื่น ๆ ด้วย ก็จะเร่งดำเนินการควบคู่กันไปให้สอดคล้องกับความจำเป็นและความต้องการ ขอความร่วมมือภาคธุรกิจเอกชน สถานประกอบการให้ช่วยด้วย เพื่อประโยชน์ของประชาชน ประโยชน์ของแรงงาน สถานประกอบการธุรกิจที่มีหลายประเทศ ที่มีการใช้ภาษาแตกต่างกันเข้ามาลงทุน
 
ด้านการพัฒนาและยกระดับภาษาอังกฤษแก่กำลังคนอาชีวะจะมุ่งเน้นกลุ่มเป้าหมาย 4 กลุ่ม ได้แก่ (1) กลุ่มแรกนักเรียนนักศึกษา โดยมีการพัฒนาหลักสูตร English Program (EP) และ Mini English Program (MEP) ในสถานศึกษา 147 แห่งเป็นภาษาอังกฤษ เพื่อใช้ในการทำงาน ศัพท์ทางเทคนิควิชาชีพ ในการปฏิบัติงานจริง เพื่อให้กำลังคนสามารถสื่อสาร รับฟังคำสั่ง ตลอดจนสามารถถ่ายทอดได้ (2) คือครู พัฒนาทั้งครูที่สอนภาษาอังกฤษ ให้มีความเป็นเลิศด้านทักษะภาษาอังกฤษโดยตรง และพัฒนาครูผู้สอนวิชาชีพให้สามารถสื่อสารและถ่ายทอดได้ (3) คือผู้บริหารนั้น มีการจัดทำโครงการอบรมหลักสูตรภาษาอังกฤษเร่งรัดพิเศษ โดยสามารถลงทะเบียนเรียนผ่านสมาร์ทโฟนได้ และ (4) กำลังคนในสถานประกอบการ โดยร่วมมือกับสถานประกอบการ สมาคมและชมรมภาคอาชีพ นำร่องพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษแก่พนักงาน ที่กำลังจะเลื่อนเข้าสู่ตำแหน่งหัวหน้างานในอนาคตด้วย ข้อสำคัญจะให้เร็วก็คือ ฟังให้รู้เรื่องให้มากที่สุดก่อน พูดโดยไม่ต้องกลัวใคร ค่อย ๆ พัฒนาไป ผู้ฟังชาวต่างประเทศพยายามที่จะเข้าใจเราอยู่แล้ว จะผิดจะถูกก็ดีกว่าไม่แสดงออก ไม่กล้า เราจะได้แสดงให้เห็นถึงการเป็นเจ้าภาพที่ดี เจ้าบ้านที่ดี ในการที่เราจะเป็น “HUB” การท่องเที่ยว และการเป็นหัวหน้างาน ในสถานประกอบการ เพื่อเป็นการยกระดับรายได้ แต่ละวิชาชีพ มีการรับการถ่ายทอดเทคโนโลยีจากโรงงานจากต่างประเทศได้โดยตรง
 
มาตรการทางเศรษฐกิจ สร้างเสถียรภาพด้วยการรักษาความสัมพันธ์ และการเปิดตลาดใหม่
 
สำหรับมาตรการทางเศรษฐกิจ นอกจากการสร้างเสถียรภาพด้วยการรักษาความสัมพันธ์ ความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน และประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนแล้ว เรามีพันธมิตรเดิมอยู่แล้ว เราก็ต้องแสวงหาความร่วมมือ ใหม่ เปิดตลาดใหม่ ที่มีความสำคัญมาก ได้แก่  
 
1) การขยายความร่วมมือเพื่อนบ้านและอาเซียน ในสัปดาห์ที่ผ่านมาได้มีการประชุมคณะรัฐมนตรีร่วม ไทย – กัมพูชา ที่เรามีความสัมพันธ์นานกว่า 65 ปี ซึ่งครบรอบ 65 ปีเมื่อวันที่ 19 ธันวาคมนี้เอง บนพื้นฐานของการพึ่งพาและผลประโยชน์ร่วมกัน อย่างเท่าเทียม ได้บรรลุเห็นชอบร่วมกันในเรื่องต่าง ๆ หลายเรื่อง เช่น การผลักดันเป้าหมายขยายปริมาณมูลค่าการค้าและการลงทุนของสองประเทศเพิ่มขึ้นเป็น 3 เท่า ประมาณ 5,000 ล้านดอลล่าสหรัฐ ในช่วง 5 ปี การเชื่อมโยงกับการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ ทั้งสองฝั่ง การอำนวยความสะดวกด้านศุลกากร การคมนาคม การเพิ่มปริมาณการเดินรถ การเชื่อมโยงทางบกและเส้นทางรถไฟ เพื่อผลักดันให้ปริมาณการค้าสินค้าของสองประเทศเพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้ได้หารือเกี่ยวกับเรื่องการท่องเที่ยว พลังงาน แรงงาน การเกษตร และสาธารณสุข การแพทย์  ภายใต้แนวคิดและนโยบาย Thailand + 1 เพื่อดึงดูดนักลงทุนเข้ามาในประชาคมของเรา เป็นตลาดขนาดใหญ่มีประชากรรวมกว่า 600 ล้านคน
 
2) เรื่องของการรักษาตลาดที่มีอยู่แล้วเดิม อาทิ การส่งเสริมการค้า การลงทุน การอำนวยความสะดวกการค้าการลงทุน การสร้างความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างไทย – จีน ที่จะช่วยส่งเสริมและผลักดัน ด้านการค้าการลงทุน และความร่วมมือด้านเศรษฐกิจในด้านต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องให้เกิดผลเป็นรูปธรรม เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ทั้งสองประเทศ ได้มีการตั้งกลไกการประสานงาน เพื่อแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ในด้านการค้าและการลงทุน  มีการลงนามกรอบความร่วมมือ เพื่อกระชับความร่วมมือ อาทิ (1) การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางรถไฟ ภายใต้กรอบยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งของไทย พ.ศ. 2558 - 2565 และ (2) การซื้อขายข้าว 1 ล้านตัน และยางพารา  2 แสนตัน  (3) ส่งเสริมการท่องเที่ยว ตั้งเป้าหมายนักท่องเที่ยวจีน 10 ล้านคนในปีหน้า เป็นต้น
 
3) การเปิดตลาดใหม่ อาทิ ส่งเสริมความร่วมมือไทยกับประเทศต่าง ๆ ในหมู่เกาะแปซิฟิก ตะวันออกกลาง แอฟริกา และประเทศอินเดีย รัสเซีย กลุ่มประเทศที่นับถือศาสนาอิสลาม ในเรื่องของความร่วมมือทางด้านการเกษตร ประมง สุขอนามัยและสุขอนามัยพืช การพัฒนาการเกษตร และสาขาอื่น ๆ ที่สองฝ่ายสนใจร่วมกัน แลกเปลี่ยนประสบการณ์ซึ่งกันและกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งความร่วมมือในการพัฒนาอย่างยั่งยืนของทรัพยากรประมง การป้องกัน ยับยั้ง และขจัดการทำประมงที่ผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม ที่เรียกว่า IUU fishing มีการตรวจสอบย้อนกลับของการนำเข้า - ส่งออกวัตถุดิบการประมง การออกใบรับรองการจับสัตว์น้ำ การแลกเปลี่ยนข้อมูลที่จำเป็นเพื่อยืนยันความถูกต้องของเอกสาร การวิจัยและพัฒนา การประเมินทรัพยากรประมง การบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเล เป็นต้น
 
เผย  IUU จะเข้ามาตรวจสอบความก้าวหน้า ม.ค.นี้ ระบุต้องยอมรับในความบกพร่องที่มีมาอย่างยาวนานต่อเนื่อง
 
เรื่องประมงนี้ผมเป็นกังวลในเรื่องการตรวจสอบ หรือการที่จะเข้ามาตรวจสอบความก้าวหน้าในต้นเดือน มกราคม ประมาณวันที่ 20 มกราคม 2559 ซึ่งจะมีคณะทำงานของ IUU เข้ามา ช่วงนี้เราต้องยอมรับในความบกพร่องของเรา ที่มีมาอย่างยาวนานต่อเนื่อง เราต้องกำหนดเป้าหมายให้ชัดเจนในเรื่องของกฎหมาย เรื่องการบริหารจัดการ วิธีการ การลงโทษ การดูแลเหยื่อ การตรวจสอบการทำประมงทั้งหมด ทั้งระบบ แล้วก็ดูว่าเขาต้องการให้รัฐบาลแก้ไขอะไรที่เร่งด่วนในระยะแรกมากที่สุด รัฐบาลทำให้ได้มากที่สุดก็เป็นการดี และทำเสริมในเรื่องที่มีความจำเป็น ทุกอย่างต้องมีเวลาในการแก้ไข ถ้าเวลาน้อยก็แก้ไขได้บางเรื่อง แต่เรื่องอื่นเราก็ต้องทำคู่ขนานไปด้วย เพียงแต่ว่า ผมอยากแสดงให้เขาเห็นว่าเรามีความพยายามอย่างยิ่งยวด มีเจตนารมณ์ในการแก้ปัญหาอย่างแท้จริง
 
ในส่วนของการกระทำความผิดทางประมงนั้น ผมไม่อยากให้มองเฉพาะในทะเลอย่างเดียว บนฝั่งเช่นเดียวกัน เพราะว่าการค้าขายผลิตภัณฑ์ ผลิตผลทางการประมงก็มาขายบนฝั่งทั้งหมด โดยเฉพาะในประเทศไทย มีทั้งการรับซื้อจากท่าเรือ การแกะกุ้ง การคัดแยกปลา การนำสู่ภาคอุตสาหกรรม ซึ่งมีแรงงานจำนวนมาก เหล่านี้จะต้องได้รับการแก้ไขทั้งหมด ผมได้สั่งการไปแล้ว ทั้งในส่วนของศูนย์บัญชาการแก้ไขปัญหาการทำการประมงผิดกฎหมาย (ศปมผ.) ในส่วนของหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรง แล้วก็ให้ คสช. ไปช่วยด้วย จะต้องสรุปสถานการณ์ให้รัฐมนตรีทราบทุกสัปดาห์ ถึงความก้าวหน้าในการแก้ปัญหาทั้งทางบก และทางทะเล รวมความถึงในส่วนที่ต้องดำเนินการในส่วนที่ทาง IUU ได้เข้มงวดเร่งรัดมา
 
ฝากถึงเรือประมงที่มีขนาดใหญ่กว่า 60 ตันกรอส ต้องปฎิบัติตามอย่างเคร่งครัด ในส่วนที่ต่ำกว่า 60 ตันกรอส ก็ต้องแก้ไขในเรื่องของการจดทะเบียนเรือ การใช้เครื่องมือที่ถูกต้อง ในส่วนของประมงขนาดเล็กของเพื่อนบ้าน ขอความร่วมมือแค่ในเรื่องของเครื่องมือการทำประมง อย่าให้มีความขัดแย้งกันอีกเลย สงสารคนจนอยู่แล้ว เพียงแต่ว่าเราต้องมองภาพรวมของทรัพยากรเราในประเทศด้วย และการไปลงทุน ไปจับสัตว์น้ำ ในน่านน้ำเสรี ในน่านน้ำในอาณาเขตของคนอื่น จะต้องเคารพกฎหมาย เช่นนั้นในภาครวมสินค้าประมงของเราจะไม่สามารถไปขายในประชาคมอื่น ๆ ได้ ซึ่งเป็นผลเสียต่อมูลค่าของสินค้าประมงและรายได้ของประเทศเป็นจำนวนมาก
 
วันนี้เราต้องขยายการค้าการลงทุนในเรื่องของประมงนั้นไปยังประเทศในหมู่เกาะแปซิฟิก และหาแหล่งจับปลาในภาคอื่น ๆ ด้วย ทั้งหลาย ๆ อย่าง รวมไปถึงการค้าการลงทุน เศรษฐกิจเราต้องมีทั้งตลาดบน ตลาดกลาง ตลาดล่าง เพราะเรามีสินค้าทั้ง 3 ระดับ เช่น ข้าว เราก็มีข้าวหอมมะลิ ข้าวขาว ข้าวไรซ์เบอรรี่ ข้าวที่เป็นไปตามเอกลักษณ์ท้องถิ่น ซึ่งวันนี้ราคาข้าวขาวลดลงมาก มีปัญหากับประชาชน ได้ข่าวว่าโรงสีบางโรงสีกดราคาข้าวมาก กำลังให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ไปตรวจสอบ ให้ได้ข้อเท็จจริงมา จะเอาเปรียบเขาไม่ได้ และวันนี้ประชาชนที่เป็นชาวไร่ชาวนาน่าสงสารน่าเห็นใจ ต้องร่วมมือกับรัฐบ้างอย่ามุ่งแต่กำไรอย่างเดียว ไม่ได้มุ่งหวังให้ขาดทุนอยู่แล้ว แต่ต้องดูแลประชาชนร่วมกันด้วย เพราะเราเป็นประชารัฐ
 
เร่งแปรรูปยางพารา 
 
ในส่วนของยางพาราเราต้องเร่งการผลิตแปรรูปให้ได้โดยเร็ว ไม่ว่าจะเป็นที่นอนยาง ยางปูพื้นสนามกีฬาอื่น ๆ ปูพื้นห้องน้ำคนชรา หรือห้องอยู่อาศัยก็ได้ของผู้สูงอายุ เหล่านี้ต้องคิดใหม่ทำใหม่ทั้งหมด แต่อยากทำให้เร็ว เรามีการวิจัยพัฒนาเรื่องนี้มาหลายอย่างด้วยกัน แต่นำมาสู่การผลิตไม่ได้ วันนี้รัฐบาลนี้เรามีการวิจัยเรื่องยางมาประสานงานกับผู้กระกอบการไปแล้วก็ยังช้าอยู่ ขอให้ฝ่ายเศรษฐกิจของรัฐบาลลงไปดูร่วมกับกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ว่าจะทำอย่างไรให้เร็วขึ้นในการใช้ยางภายในประเทศให้มากขึ้น ถ้าเรารอในเรื่องของ Rubber City อย่างเดียวคงไม่ทันการ ต้องทำวันนี้ทันทีแล้วเกิดผลใน 1 ปี 6 เดือน ที่เราเหลืออยู่นี้ เราอาจจะต้องเพิ่มเครื่องจักรเครื่องมือ เพิ่มเงินทุน ในการผลิตสนับสนุนเรื่องแรงงาน เรื่องความรู้ ความทันสมัยให้กับเขาด้วยเพราะวันนี้เขามาร่วมมือกับเราแล้ว เราสร้างผู้ประกอบการรุ่นใหม่ขึ้นมาจำนวนมากพอสมควรในการจัดกิจกรรม อยากเร่งกิจกรรมที่ศักยภาพ มีวัตถุดิบมาก ๆ นี้ ไปแปรรูปให้ได้เพื่อจะเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ มีรายได้ และลดปัญหาเชิงโครงสร้างของเรื่องข้าว เรื่องยางที่มีเป็นจำนวนมาก
 
เรื่องของการเพิ่มศักยภาพเศรษฐกิจภายในประเทศ เราไม่ได้มีการพัฒนามาเป็นเวลานานอย่างเป็นระบบ เราต้องเพิ่มความเข้มแข็ง สร้างความมั่นคง และก็มีขีดความสามารถแก้ไขรอบด้าน โดยยิ่งการสร้างสิ่งใหม่ ๆ มาแข่งขัน ทั้งนี้รัฐบาลมุ่งส่งเสริมและพัฒนาระบบเศรษฐกิจฐานราก เพื่อแก้ปัญหาความยากจน ลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม ทุกคนต้องเข้าใจ สิ่งใดคือความเหลื่อมล้ำ สิ่งใดคือความเป็นธรรม สิ่งใดคือความยากจน สิ่งใดคือความแตกต่าง ช่องว่างเหล่านี้ พูดมากแล้ว ต้องนำไปสู่การปฏิบัติให้ได้ ข้าราชการก็ต้องปรับตัว รัฐบาลก็พยายามได้ให้แนวคิดนโยบายไปแล้ว แต่ผู้ปฏิบัติส่วนใหญ่ก็เป็นข้าราชการ
 
วันนี้ร่วมมือกับทุกภาคเอกชนไปด้วยในลักษณะประชารัฐ เพราะฉะนั้นต้องทำใหม่ คิดใหม่ ทำใหม่ อย่าทำแบบเดิม ถ้าทำแบบเดิมก็แบบเหมือนเดิม ก็ไม่สำเร็จ ไม่แข็งแรง ไม่มีอนาคต ประชาชนก็ยังช่วยตัวเองไม่ได้เหมือนเดิม เหมือนเราเลี้ยงไม่ให้เขาโต วันนี้ต้องให้ประชาชนเขาโตเร็ว ๆ ไม่ใช่โอบอุ้มดูแลกันไปตลอดวันหน้าเราจะโตไม่ทันเขา เราต้องสร้างการเติบโตจากภายใน ตั้งแต่เด็ก ชุมชน หมู่บ้าน ขึ้นมา อาทิเช่นวันนี้เรามีโครงการ  “หนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์” (OTOP) ที่ตอบโจทย์ดังกล่าวได้ดี เนื่องจากเป็นการหยิบยกภูมิปัญญาท้องถิ่น ที่สั่งสม เรียนรู้ ถ่ายทอด มาแต่อดีต นำมาสร้างสรรค์ พัฒนา สู่สินค้าและบริการของชุมชน หมู่บ้าน เพื่อสร้างอาชีพ กระจายรายได้ เชื่อมโยง ที่เรียกว่าแมทชิ่ง เป็นห่วงโซ่ ตั้งแต่ต้นทาง – กลางทาง – ปลายทาง
 
เสริมโครงการ OTOP ตามแนวพระราชดำริ สมเด็จพระนางเจ้าฯ 
 
การส่งเสริมโครงการ OTOP อาทิ งาน OTOP CITY 2015 ที่ผ่านมานั้น นับเป็นการดำเนินงาน ตามแนวพระราชดำริ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ที่ทรงมีพระดำริในเรื่องของการที่จะสร้างทำอย่างไรให้สินค้าภูมิปัญญาท้องถิ่น สินค้าที่เป็นเอกลักษณ์ของคนไทยในท้องถิ่นนั้นไปสู่สากล จะเห็นได้ว่าท่านจะทรงเริ่มในเรื่องของ หม่อนไหม ผ้าไหม การแกะสลัก การทำเครื่องเงิน เครื่องทอง ฯลฯ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นแรงบันดาลใจให้กับรัฐบาลในการที่จะขับเคลื่อนโครงการ OTOP ทรงเสริมแนวพระเสาวนีย์พระองค์ท่าน ให้ต่อเนื่องและยั่งยืน วันนี้โครงการส่งเสริมศูนย์ศิลปาชีพของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้ทรงมุ่งเน้นในการฝึกอบรมอาชีพให้กับราษฎรในถิ่นทุรกันดาร ทรงริเริ่มมากว่า 60 ปีแล้ว
 
ยก 'ประชารัฐ' คือกุญแจสู่ความสำเร็จ
 
ทั้งนี้ กุญแจสู่ความสำเร็จ คือ กลไกการทำงานของ “ประชารัฐ” ทั้งการบูรณาการและประสานสอดคล้องกันของหน่วยงานรัฐ เอกชน ประชาชน ทั้งแนวตั้ง - แนวนอน แม้กระทั่งสื่อที่สร้างสรรค์ ก็มีส่วนช่วยสร้าง “สังคมแห่งการเรียนรู้” คือ นำเสนอ ขยายผล ต่อยอดสาระ องค์ความรู้ ความสำเร็จจากจุดหนึ่ง เป็นแรงบัลดาลใจในอีกจุดหนึ่ง ของประชาชน ของเกษตรกร ของผู้ผลิตผู้ประกอบการ ของประเทศ
 
สำหรับช่วงสิ้นปีนี้ อากาศเปลี่ยนแปลงเข้าสู่ฤดูหนาว ขอให้ทุกคนรักษาสุขภาพ และโดยเฉพาะเทศกาลปีใหม่ การเดินทางสัญจรของพี่น้องประชาชน เพื่อไปท่องเที่ยว พักผ่อน กลับภูมิลำเนานั้น ก็ขอให้ดูแลตัวเองในอันดับแรก ด้วยการเตรียมร่างกายให้พร้อม พักผ่อนให้เพียงพอ สำหรับการเดินทางระยะไกล อย่าลืมตรวจสภาพยานพาหนะกันด้วย ทั้งนี้ ทางรัฐบาลได้เตรียมอำนวยความสะดวกให้กับพี่น้องประชาชน ตลอดเส้นทางของท่านจนถึงบ้าน ได้กลับไปกราบไหว้พ่อแม่ พบปะญาติพี่น้องอย่างมีความสุข ทั้งจุดพักผ่อนริมทาง  เส้นทางลัด – ทางเบี่ยง  ป้ายเตือน สัญญาณไฟจราจร และการตรวจระดับแอลกอฮอล์ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ “เมาแล้ว ไม่ขับ” อยากให้ทุกคนมีจิตสำนึกและช่วยกันสร้างกำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่ด้วย วันนี้เขาปฏิบัติหน้าที่ ปฏิบัติงานในการดูแล อำนวยความสะดวก ในช่วงปีใหม่ และการเสียสละความสุขของเขาที่จะต้องมา ตลอดเวลาที่ผ่านมาทั้งฝ่ายปกครอง พลเรือน ทหาร มูลนิธิต่าง ๆ เขาก็เสียสละเพื่อชาติมาทั้งสิ้น ให้กำลังใจเขาบ้าง
 
เตือนของขวัญที่รบ.ให้ปีใหม่ อยากให้ปชช.คิดว่า “ถ้าท่านอยากได้อะไรจากใคร ท่านก็ต้องให้เขาด้วย” 
 
ผมขอฝากข้อคิด เกี่ยวกับการมอบของขวัญว่าก็ให้เขาเป็นกำลังใจเล็กน้อย ไม่ต้องมีมูลค่ามากมาย เป็นการแสดงน้ำใจต่อกัน ไม่ใช่ตำหนิต่อว่าอะไรเขาตลอดเวลา คนเราก็ต้องการกำลังใจเหมือนกัน เขาก็มีปัญหามากมาย ท่านไม่เข้าใจหรอก ถ้าท่านต้องการแต่เพียงฝ่ายเดียว
 
ของขวัญวันนี้ผมอยากให้ท่านคิดว่า “ถ้าท่านอยากได้อะไรจากใคร ท่านก็ต้องให้เขาด้วย” เพราะฉะนั้นขอให้มอบของขวัญให้ซึ่งกันและกัน ประชาชน ข้าราชการ พลเรือน ตำรวจ ทหาร แล้วก็ทุกภาคส่วนที่เป็นคนไทยแล้วกัน มอบของขวัญให้กัน มอบด้วยใจ มอบด้วยอะไรก็แล้วแต่
 
(1) “ตนเอง” ก็คือ การสั่งสมความทางปัญญา นี่ให้กับตัวเอง มีสติในการรักษารับรู้ มีคุณธรรมจริยธรรม
 
(2) สำหรับของขวัญให้ “ครอบครัว” คือ การมอบเวลา ให้ความรัก ความเอาใจใส่ซึ่งกันและกัน ดูแลกันบ้าง ใกล้ชิดกัน บางทีก็ลืมไป
 
(3) ในเรื่องของ “มิตรสหาย ผู้ร่วมงาน คนรอบข้าง” ก็คือ การมอบความจริงใจ ให้เกียรติ และในเรื่องของมีความรู้  รัก สามัคคี
 
(4) ในส่วนที่เราจะมอบให้“สังคม ส่วนรวม ประเทศชาติ” ก็คือ การมีน้ำใจ การเสียสละผลประโยชน์ส่วนตัว การมีจิตสำนึกเป็นสาธารณะในส่วนที่เราจะมอบให้เพื่อประโยชน์คนส่วนใหญ่ ทั้งนี้ถ้าเราให้เขาไปแล้วในส่วนที่เราจะมอบให้ สิ่งที่ท่าน “เรียกร้อง” จะกลับมาเอง ไม่ใช่ว่าไม่เคยให้อะไรใครเขาเลย แล้วก็เรียกร้อง กดดันทุกอย่างในส่วนที่เราจะมอบให้ ไม่ช่วยกัน ถือว่าทุกคนต้องทำตามหน้าที่ บางทีก็กำลังใจด้วย
 
ผมไม่อยากให้ท่านใช้คำว่า ประเทศให้อะไรกับท่าน รัฐบาล คสช. นี้  ให้อะไรกับท่านบ้าง “ท่านคิดว่าวันนี้ ท่านได้ทำอะไรให้กับประเทศชาติ” และแผ่นดินที่ท่านอยู่อาศัย หากินมา มีรายได้มาก รายได้น้อย อะไรก็แล้วแต่ ก็เป็นที่ที่เรายืนอย่างเป็นอิสระ เสรีภาพ มาโดยตลอด ขอให้ท่านทำอะไรให้กับประเทศชาติ ลูกหลาน เผื่อแผ่คนอื่น ๆ ด้วย ในฐานะคนไทย ที่ต้องมีความรักชาติ รักสถาบันอย่างแท้จริง ขอให้พี่น้องประชาชนทุกคน มีความสุขกับครอบครัว พักผ่อนอย่างมีความสุข และพร้อมกันที่จะ “เดินหน้าประเทศไทย” ต่อไปอีกในปีหน้า ร่วมกับ คสช. และรัฐบาลต่อไป ขอบคุณครับ สวัสดีครับ
 
เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai