5 คนทริปรถไฟส่องราชภักดิ์ ไปสน.แต่ไม่รายงานตัว ยันไม่ผิดและไม่หลบหนี

‘จ่านิว’ นำทีมเพื่อนรวม 5 คน ที่ถูกหมายเรียกจากกรณีจัดทริปไปราชภักดิ์เมื่อ 7 ธ.ค.มาสถานีตำรวจแถลงข่าว ไม่ผิด ไม่หนี ไม่รายงานตัว เป็นหน้าที่พลเมืองต้องตรวจสอบผู้มีอำนาจ ส่วนอีก 6 คนมาตามหมายแล้วก่อนหน้า ด้าน ‘ไผ่ ดาวดิน’ เพิ่งลาสิกขา ทราบข่าวคดี ชี้ “เป็นเรื่องไร้สาระ”

8 ม.ค.2559 เมื่อเวลาประมาณ 13.55 น. กลุ่ม 'ส่องทุจริตราชภักดิ์' 5 คนเดินทางมาถึงหน้าสถานีตำรวจรถไฟธนบุรี เพื่อเข้าไปรับทราบข้อกล่าวหาในสถานีตำรวจ โดยมีประชาชนจำนวนหนึ่งรวมถึงอาจารย์มหาวิทยาลัยมารอมอบดอกไม้ให้กำลังใจด้วย นอกจากนี้ยังมีนักศึกษาจากกลุ่มดาวดินหลายคนเดินทางมาร่วมให้กำลังใจ โดยนายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือ ไผ่ ดาวดิน กล่าวว่า ไม่ทราบเรื่องตอนเพื่อนถูกจับเพราะบวชอยู่ แต่พอสึกแล้วได้ทราบข่าวรู้สึกว่าเป็นเรื่องไร้สาระมาก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตำรวจได้ออกหมายเรียก 11 คนที่ทำกิจกรรมนั่งรถไฟ ไปราชภักดิ์เมื่อวันที่ 7 ธ.ค. 2558 ให้มารายงานตัว ก่อนหน้านี้ซึ่งมีผู้มารายงานตัวแล้ว 6 คน อีก 5 คนที่เหลือแม้เดินทางมาสถานีตำรวจแต่ยืนยันว่าจะไม่เข้ารายงานตัว พวกเขาระบุว่าสิ่งที่ทำไม่ผิด การตรวจสอบอำนาจที่ไม่ชอบมาพากลเป็นสิ่งที่พลเมืองต้องทำ และการตรวจสอบคอร์รัปชันที่ผ่านมา กรณีของ กปปส. ไม่เคยมีใครถูกดำเนินคดีเพราะการตรวจสอบ

สิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ กล่าวว่า “ที่เราหลายๆ ฝ่ายต่อต้านทุจริตคอร์รัปชั่นต้องต่อต้านบนมาตรฐานเดียวกัน และผู้ที่จะไปตรวจสอบนั้นต้องได้รับการคุ้มครองมิใช่ถูกฟ้องร้องคดีความเหมือนวันนี้ วันนี้ผมขอยืนยันว่าสิ่งที่เราทำในวันที่ 7 นั้นมิใช่สิ่งที่ผิดกฎหมาย หากเป็นสิ่งที่เราในฐานะพลเมืองของรัฐพึงกระทำ ในฐานะที่เราอยู่ในสังคมนี้เราจะไม่ปล่อยให้ใครก็ตามที่ทำการทุจริตคอร์รัปชันลอยหน้าลอยนวลอยู่ในสังคมนี้ได้ และเราจะขอปฏิเสธกระบวนการทุกอย่างที่จะฟ้องร้องดำเนินคดีคนที่จะไปตรวจสอบทุจริตคอร์รัปชัน”

ชลธิชา แจ้งเร็ว กล่าวว่า “เราอยากรู้เหมือนกันว่าเพราะอะไรทำไมเราถูกตั้งข้อกล่าวหาแบบนี้ ทั้งที่สิ่งที่เราทำเป็นการทวงคืนสิทธิเสรีภาพให้กลับคืนมาในสังคมไทย เป็นการที่เราต้องการเข้าไปมีส่วนร่วมในการตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณของรัฐ ตรวจสอบคอร์รัปชันที่เกิดขึ้น แต่ปรากฏว่าสิ่งต่างๆ ที่เรากระทำถูกตั้งข้อกล่าวหา วันนี้เรายังยืนยันเหมือนเดิมว่า ประชาชนทุกคนควรเข้ามามีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทางบริหารประเทศด้วยตัวเอง และเกดยังยืนยันว่าวันนี้เกดก็จะเข้ามามีส่วนร่วมตรวจสอบ คสช.ที่ยึดอำนาจมา”

อภิสิทธิ์ ทรัพย์นภาพันธ์ กล่าวว่า “ยังสงสัยว่าทำไมเราต้องเป็นฝ่ายถูกกระทำตลอด ทั้งที่เรามาแสดงเจตจำนงในการเป็นประชาชน เราต้องการส่งเสริมการตรวจสอบในภาคประชาชน มีรัฐมนตรีบางท่านบอกว่าการตรวจสอบไม่ใช่หน้าที่ของนักศึกษา ไม่ใช่หน้าที่ของประชาชน เพราะมีองค์กรตรวจสอบอยู่แล้ว แสดงว่าท่านไม่ได้เข้าใจระบบการตรวจสอบในภาคประชาชนเลย การเมืองจะเข้มแข็งได้ต้องส่งเสริมการมีส่วนรวมของภาคประชาชน แต่ที่ผ่านมารัฐบาลทำให้เราเห็นแล้วว่า คนตรวจสอบกลับเป็นคนผิด แล้วก็จะมีคำถามจากอีกฝ่ายว่า จำนำข้าวทำไมคุณไม่ตรวจสอบ ผมมองว่าตรงนั้นมันอยู่ในกระบวนการของกฎหมายอยู่แล้ว แล้วที่ผ่านมาไม่มีใครตรวจสอบจำนำข้าวแล้วโดนดำเนินคดีเลยซักคนเดียว กลับกันกับราชภักดิ์ คนตรวจสอบกลับโดนดำเนินคดี โดนควบคุมตัวมาโดยตลอด ก็เลยคิดว่าครั้งนี้มันน่าสงสัยหรือเปล่า คุณกำลังปกปิดความผิดอะไรหรือเปล่า จึงเกรงกลัวต่อการตรวจสอบ วันนี้เรามาแสดงตัวเพื่อยืนยันให้เห็นว่าเราไม่ผิด เราไม่มีเจตนาหลบหนี เรามาด้วยเจตนาบริสุทธิ์”

ชนกนันท์ รวมทรัพย์ กล่าวว่า “วันที่ถูกควบคุมตัวเจ้าหน้าที่เขาบอกว่าจะไม่มีการแจ้งความดำเนินคดีใดๆ ทั้งสิ้น เราก็โอเคตามนั้น แต่หลังจากนั้นมาก็ได้รับหมาย มันทำให้เห็นว่า การส่งหมายมาในภายหลัง เขากำลังจะทำให้การตรวจสอบคอร์รัปชันกลายเป็นอาชญากรรม อาจเป็นการปกปิดคอร์รัปชัน ทำให้ผู้ตรวจสอบกลายเป็นอาชญากร เรามาตรงนี้เพราะต้องการมายืนยันว่า การตรวจสอบคอร์รัปชันไม่ใช่อาชญากรรม และพวกเราไม่ใช่อาชญากร”

กรกช แสงเย็นพันธ์ กล่าวว่า “ที่พวกเราไปทำกิจกรรมตรวจสอบอุทยานราชภักดิ์นั้น พวกเราต้องการแสดงให้เห็นว่า แม้ประเทศนี้จอยู่ภายใต้ระบอบเผด็จการ แต่ก็มีเสรีภาพและความโปร่งใส พวกผมแม้ไม่ได้มีหน้าที่ตรวจสอบโดยตรง แต่พวกผมมีหน้าที่ตอบลูกหลานในอนาคตว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นอย่างไร แล้วพวกผมจะทำยังไงในเมื่อไปตรวจสอบแล้วถูกดำเนินคดีแบบนี้ เราจะตอบลูกหลานเราในอนาคตยังไงว่าเกิดการทุจริตแล้วเรากลับนิ่งเฉย เราจะปล่อยให้ลูกหลานของเราเติบโตในสังคมเช่นนี้หรือ”

หลังการแถลงข่าวและให้กำลังใจ เวลาประมาณ 15.30 น. ทั้งหมดก็แยกย้ายออกจากสถานีตำรวจ

000

แถลงการณ์ผู้ได้รับหมายเรียกจากการเข้าร่วมกิจกรรมนั่งรถไฟไปอุทยานราชภักดิ์

เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2558  พวกเราได้เข้าร่วมกิจกรรม “นั่งรถไฟ ไปอุทยานราชภักดิ์ ส่องแสงหากลโกง” เพื่อแสดงความคิดเห็นต่อความไม่โปร่งใสและการทุจริตคอร์รัปชันในโครงการจัดสร้างอุทยานราชภักดิ์

สิ่งที่พวกเรากระทำเป็นเสรีภาพที่ประชาชนพึงมีตามระบอบประชาธิปไตย ในการที่จะตรวจสอบและตั้งคำถามต่อการดำเนินการต่างๆ ของภาครัฐว่าเป็นไปโดยสุจริต อีกทั้งยังเป็นการพิทักษ์ผลประโยชน์ของประชาชนด้วยกันเอง ให้ประชาชนมั่นใจได้ว่าเงินที่พวกเขาเสียสละให้ด้วยความไว้เนื้อเชื่อใจจะถูกนำไปใช้ตรงตามความมุ่งหมายอย่างแท้จริง

แต่สิ่งที่พวกเราได้รับกลับเป็นการแจ้งข้อหาจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ผู้ซึ่งมีส่วนรับผิดชอบต่อโครงการอุทยานราชภักดิ์ โดยอาศัยคำสั่งที่ คสช. เป็นผู้ออกเองและกระบวนการยุติธรรมที่อยู่ภายใต้การครอบงำของ คสช.ทั้งหมด

นี่หรือคือรางวัลที่พวกผู้ตรวจสอบการทุจริตคอร์รัปชันสมควรจะได้รับ?

พวกเราขอยืนยันว่าสิ่งที่พวกเรากระทำเป็นสิ่งที่ถูกต้องตามระบอบประชาธิปไตย และกระบวนการยุติธรรมที่คสช.หยิบยื่นให้พวกเราล้วนแต่เป็นกลไกของระบอบเผด็จการ พวกเราจึงไม่ขอเข้าร่วมในกระบวนการยุติธรรมดังกล่าวโดยเด็ดขาด

ในวันนี้ พวกเรามายังสถานีตำรวจแห่งนี้ไม่ใช่เพื่อรายงานตัว แต่เพื่อยืนยันว่าพวกเราจะไม่หนีไปไหนและจะขอดำเนินกิจกรรมเพื่อตรวจสอบและต่อต้านเผด็จการต่อไป หากจะจับกุมตัวพวกเราก็เชิญกระทำได้ พวกเราพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับความอยุติธรรม เพื่อให้คนไทยทุกคนได้รู้ว่าธาตุแท้ของเผด็จการนั้นเป็นเช่นไร

ผู้ได้รับหมายเรียกจากการร่วมกิจกรรมนั่งรถไฟไปอุทยานราชภักดิ์

กรกช แสงเย็นพันธ์

ชนกนันท์ รวมทรัพย์

ชลธิชา แจ้งเร็ว

อภิสิทธิ์ ทรัพย์นภาพันธ์

8 มกราคม 2559

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์