ตร.ปรามถึงบ้าน 'เอกชัย' ยันจะยื่นหนังสือนายกฯ ถอนหมุดใหม่

ตำรวจบุกบ้าน 'เอกชัย หงส์กังวาน' นักกิจกรรมทางการเมืองและอดีตผู้ต้องขังคดีการเมือง ขอให้หยุดยื่นหนังสือนายกฯ เรื่องหมุดใหม่พรุ่งนี้ เจ้าตัวยืนยัน ไม่หวั่นโดนรวบ
 
 
24 เม.ย.2560 เอกชัย หงส์กังวาน นักกิจกรรมทางการเมืองและอดีตผู้ต้องขังคดีการเมือง โพสต์ในเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า วันนี้ เวลาประมาณ 16.30 น.มีชาย 8 คนมายืนที่หน้าบ้านของเขา โดย 2 คนในจำนวนนั้นแต่งเครื่องแบบตำรวจ ตัวแทนของกลุ่มที่มาแจ้งกับเขาว่า มาจาก สน.ลาดพร้าวและต้องการพูดคุยด้วย แต่เขาปฏิเสธที่จะออกไปคุยนอกบ้านและสนทนาผ่านกระจกหน้าบ้านแทน เจ้าหน้าที่ถามถึงการเตรียมจะไปยื่นคำร้องเกี่ยวกับหมุดคณะราษฎร เขาปฏิเสธว่าจะไปยื่นหนังสือที่ทำเนียบรัฐบาลเกี่ยวกับหมุดใหม่ ไม่ใช่หมุดคณะราษฎรแต่อย่างใด จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ร้องขอไม่ให้เขาเดินทางไปทำเนียบรัฐบาลในวันพรุ่งนี้ แต่เขายังคงยืนยันที่จะไป
 
เอกชัยกล่าวว่า เขามีความกังวลเล็กน้อยที่จะถูกรวบตัว แต่เชื่อมั่นว่าการยื่นหนังสือถึงพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในประเด็นนี้ไม่ใช่สิ่งผิดกฎหมาย ดูได้จากกรณีที่ผ่านมารัฐใช้มาตรการปรับทัศนคติเท่านั้น
 
ก่อนหน้านี้เขาโพสต์เฟซบุ๊กว่า เขาไม่เห็นด้วยที่ประชาชนจะตกอยู่ในความหวาดกลัวมาตรการนอกกฎหมายอย่างการปรับทัศนคติ และยอมหยุดเคลื่อนไหวทุกอย่างโดยง่าย
 
"เอาเป็นว่า ถ้า 10 โมง ผมยังไม่ถึงทำเนียบรัฐบาล แสดงว่าผมน่าจะโดนรวบไปแล้ว เพราะผมยืนยันว่ายังไงก็จะไป" เอกชัยกล่าว
 
สำหรับข้อเรียกร้องของเขาคือ ขอให้รัฐบาลประกาศเจ้าของหมุดใหม่ทางสื่อสารมวลชนทุกช่องทางเป็นเวลา 7 วัน หากยังไม่มีผู้แสดงตัวเป็นเจ้าของ ขอให้รัฐบาลขุดหมุดใหม่ออกไปเก็บไว้ยังที่เหมาะสมก่อนเพื่อรอเจ้าของมารับคืนภายหลัง
 
"การดำเนินการเหล่านี้เป็นไปตามกฎหมายเพื่อการรักษาซึ่งนิติรัฐ อันเป็นส่วนหนึ่งของแนวทางการสร้างความปรองดองในหมู่ประชาชน" หนังสือระบุ โดยเอกชัยโพสต์หนังสือดังกล่าวไว้ในเฟซบุ๊กส่วนตัวเมื่อเวลาประมาณ 20.00 น.
 
ทั้งนี้ เอกชัย วัย 41 ปี เดิมมีอาชีพขายหวยบนดิน หลังการรัฐประหารในปี 2549 เอกชัยเริ่มสนใจการเมือง และชื่นชอบแนวทางของสุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์ เมื่อไปชุมนุมในเดือนมีนาคม 2554 เขาได้นำซีดีสารคดีการเมืองไทยของสำนักข่าว ABC ประเทศออสเตรเลีย และเอกสารวิกิลีกส์แปลไทยทำสำเนาไปขายชุดละ 20 บาทในที่ชุมนุม จนถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบล่อซื้อและจับกุม จากนั้นราว 2 เดือนถัดมา คดีก็เข้าสู่การพิจารณาของศาล โดยเอกชัยเป็นหนึ่งในผู้ต้องหาไม่กี่คนที่สามารถประกันตัวได้ตั้งแต่ชั้นสอบสวน โดยถูกคุมขังอยู่เพียงสัปดาห์กว่าๆ
 
ภายหลังการจับกุมเขาเคยให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนถึงมูลเหตุจูงใจในการขายซีดีและเอกสารดังกล่าวว่าต้องการให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร ซึ่งมุมมองจากสื่อต่างประเทศนั้นเป็นสิ่งน่าสนใจและอาจดีกว่าสื่อไทยซึ่งต่างเลือกข้างกันหมด
 
ในระหว่างต่อสู้คดี ทนายจำเลยได้ร้องขอให้ศาลออกหมายเรียกพยานสำคัญ 2 ปากคือ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ และพล.อ.อ.สิทธิ เศวตศิลา แต่หลังจากผู้พิพากษาหารือกับทนายจำเลยก็ยอมที่จะไม่เรียกพยานทั้ง 2 ปากดังกล่าว (อ่านรายละเอียด) จากนั้นวันที่ 28 มี.ค.2556 ศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุกจำเลย 5 ปีแต่ลดโทษให้เหลือ 3 ปี 4 เดือนเนื่องจากให้การเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาคดี (อ่านรายละเอียด) ต่อมาศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น ส่วนศาลฎีกาพิพากษาแก้เป็นจำคุก 2 ปี 8 เดือน เขาถูกคุมขังในเรือนจำจนครบโทษและได้ออกจากเรือนจำเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2558