ประยุทธ์เผยช็อปขีปนาวุธใช้จากงบประจำปีของกลาโหม - ยันปฏิรูปรถเมล์ตั้งใจดี

พล.อ.ประยุทธ์ เผยซื้อขีปนาวุธจากสหรัฐฯ มาจากงบประจำปีกระทรวงกลาโหม ไม่ได้เกี่ยวข้องกับงบกลาง หวังรักษาเสถียรภาพทางความมั่นคง ย้ำปฏิรูปรถเมล์ หวังดีในการทำสีสันต่าง ๆ หากไม่เห็นด้วยก็บอกมา ขณะที่วันแรก 8 สายรถเมล์โฉมใหม่ -คนสับสนไม่กล้าใช้บริการ

ที่มาภาพ เว็บไซต์ทำเนียบรัฐบาล

15 ส.ค. 2560 รายงานข่าวจากเว็บไซต์ทำเนียบรัฐบาลระบุว่า วันนี้ (15 ส.ค.60) เมื่อเวลา 13.30 น. ณ ห้องโถงตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีตอบข้อสงสัยของสื่อมวลชนเกี่ยวกับการจัดซื้อขีปนาวุธจากสหรัฐฯ โดยระบุว่า การจัดซื้อจรวดฮาร์พูน บล็อกทู RGM-84L จำนวน 5 ลูก และจรวดฝึกซ้อม ฮาร์พูน บล็อกทู RTM-84L จำนวน 1 ลูก เป็นการจัดซื้อในงบประมาณประจำปีของกระทรวงกลาโหม มิได้เกี่ยวข้องกับงบกลาง ซึ่งจัดซื้อตามโครงการต่อเรือฟริเกต ที่ครอบคลุมทั้งระบบเรือ ระบบเครื่องจักร ระบบเครื่องยนต์ ระบบการรบ และระบบอาวุธ

ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ เน้นย้ำว่า รัฐบาลมีความจำเป็นในการจัดซื้ออาวุธและยุทโธปกรณ์ต่าง ๆ มาแทนที่อาวุธและยุทโธปกรณ์ที่ชำรุดเสียหาย ซึ่งมีความสำคัญต่อการรักษาเสถียรภาพทางความมั่นคงให้แก่ประเทศ โดยสามารถนำไปใช้ในการฝึกรบร่วมกับนานาประเทศและช่วยป้องกันประเทศจากภัยอันตรายต่าง ๆ ได้

ยันปฏิรูปรถเมล์ตั้งใจดี 

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึงการปฏิรูปรถเมล์ว่า เป็นความปรารถนาดี ตั้งใจดี และเป็นการสร้างความรับรู้ให้กับประชาชนก่อนว่าจะมีการเปลี่ยนเส้นทางรถเมล์อย่างไร เพราะหากไม่ทำอะไรเลยก็โดนเล่นงานอีก ว่าไม่รู้เรื่อง ทำอะไรกันมา ยืนยันว่าเป็นความหวังดีในการทำสีสันต่าง ๆ หากไม่เห็นด้วยก็บอกมา

 “ประเทศไทยเปลี่ยนอะไรเร็ว ๆ ได้ไหม ผมจึงบอกเขาให้ไปสร้างการรับรู้ เขาก็คิดวิธีนี้ขึ้นมา เหมาะสมหรือไม่เหมาะสมผมไม่รู้ แต่สิ่งที่ผมย้ำวันนี้กับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ว่าผมจะต้องได้รถเมล์ 400 กว่าคันที่ซื้อแล้วมีปัญหามาให้ได้ในสิ้นปีนี้ จะทำอย่างไรให้มีรถเมล์เอ็นจีวีคันใหม่ให้คนไทยได้นั่งเป็นของขวัญปีใหม่ ซึ่งเขาก็บอกกับผมว่าทำได้” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมาก็มีปัญหาเรื่องราคากลางที่ทุกคนจะเอาถูกที่สุด ก็ต้องไปเอาบริษัทที่เคยทำมา ซึ่งบริษัทดังกล่าวเป็นราคากลางที่เสียภาษีเพียงแค่ 30 เปอร์เซ็นต์ เพราะเป็นบริษัทที่ใช้การประกอบรถ ส่วนบริษัทที่เสนอนำเข้าทั้งคันก็ใช้ไม่ได้ เพราะภาษี 100 เปอร์เซ็นต์ ราคาก็ต้องแพงกว่า ตนจึงให้ไปหารือกันมาว่าจะทำได้อย่างไร แต่ 400 กว่าคันต้องมีให้ได้ และอีกสิ่งหนึ่งที่ตนเป็นห่วงคือ กิจการประกอบรถเมล์ในประเทศ ที่ตอนแรกเราทำไม่ได้ วันนี้ตนบอกให้ไปเตรียม 1000 กว่าคัน เพื่อเตรียมการให้บริษัทของประเทศไทยเข้าสู่การประมูลนี้ด้วย จะได้สร้างอุตสาหกรรมในประเทศ ไม่ใช่ซื้ออย่างเดียว อย่างไรก็ตาม หลายเรื่องหากทำไม่ได้ก็ต้องนำร่องเข้ามา ศึกษา เปรียบเทียบ และออกแบบ เพราะหลายอย่างเราต้องทำใหม่ให้ทันสมัย เนื่องจากของเดิมอาจจะมาตรฐานไม่ถึงที่ทำมาจากต่างประเทศ

วันแรก 8 สายรถเมล์โฉมใหม่ -คนสับสนไม่กล้าใช้บริการ

วันเดียวกัน ไทยพีบีเอส รายงานด้วยว่า เป็นวันแรกที่กรมการขนส่งทางบก และ ขสมก. เตรียมทดลองเดินรถ 8 เส้นทาง ตามแผนปฏิรูประบบรถโดยสารประจำทางในเขตกรุงเทพและปริมณฑล ระหว่างวันที่ 15 ส.ค. - 15 ก.ย. นี้ เพื่อประเมินผล สร้างความรับรู้สู่ประชาชน และรับฟังความคิดเห็น ข้อเสนอแนะโดยกำหนดพื้นที่เดินรถเป็น 4 โซน ได้แก่ สีเขียว (G) สีแดง (R) สีเหลือง (Y) และ สีน้ำเงิน (B) 

ทั้งนี้โดยจะนำตัวอักษรของแต่ละโซนมาเป็นรหัสประจำสาย ต่อด้วยเลขสาย และหากรถสายนั้นๆ มีการใช้ทางพิเศษ หรือ ทางด่วน ก็จะมีตัวอักษร E (Express way) ต่อท้าย

จากการสำรวจวันแรกในช่วงเช้าวันนี้ ของการเปิดทดลองวิ่งรถเมล์สายใหม่ 8 สายแรกที่จะทดลองวิ่ง หลังปฎิรูปเส้นทาง พบว่า ผู้โดยสารส่วนใหญ่ไม่กล้าขึ้น เพราะไม่ทราบว่าคือรถเมล์อะไร และเส้นทางเดินรถ ทำให้จำนวนผู้โดยสารบนรถเมล์สายใหม่บางตา ขณะที่กระเป๋ารถเมล์ ต้องคอยตะโกนแจ้งผู้โดยสารเส้นทางเดินรถให้ผู้โดยสารเป็นระยะๆ

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์