4 ปี ปะทะรามคำแหง คนเจ็บ-ญาติผู้ตาย เผยคดีไม่คืบหน้า

ครบรอบ 4 ปี เหตุปะทะ ม.รามคำแหง - ราชมังคลา ช่วง กปปส.ชุมนุม 'พ่อ นศ.รามฯ' เผยคดีไม่คืบ ยังหวังรู้ใครเป็นคนยิงลูก - แท็กซี่แดงถูกรุมกระทืบคดีก็ยังเงียบ 'ธิดา' ชี้มูลเหตุหวังขยายความขัดแย้ง 

 
ภาพเหตุการณ์ชุลมุนบริเวณหน้ามหาวิทยาลัยรามคำแหง ช่วงเย็น วันที่ 30 พ.ย.56
 
ช่วงการก่อตัวของ กปปส. มีจุดที่สำคัญต่อการเคลื่อนไหวหลายจุด โดยจุดหนึ่งคือเหตุการณ์ความรุนแรงอันนำมาสู่การเสียชีวิตของประชาชนบริเวณมหาวิทยาลัยรามคำแหงและสนามกีฬาราชมังคลาในช่วงวันที่ 30 พ.ย. 56 ถึงวันที่ 1 ธ.ค. 56 นั้น ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 5 ราย นักศึกษา ม.ราม 1 คน ผู้ชุมนุมกลุ่ม นปช. 3 คน ขณะที่ไม่ทราบฝ่าย 1 คน และผู้บาดเจ็บอีกจำนวนไม่น้อย ในความรุนแรงนั้นด้านหนึ่งถูกนำไปใช้ปลุกปั่นแชร์กันต่อผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์กทวีความเกลียดชังเคียดแค้นโดยการกล่าวว่าเป็นการกระทำของฝ่ายตรงข้ามอย่างรวดเร็วในขณะนั้น ขณะที่กระบวนการที่อาจเคลื่อนไปอย่างล่าช้าและเหมือนไม่มีความคืบหน้าแม้เวลาผ่านมา 4 ปีแล้ว คือกระบวนการแสวงหาความจริงและความยุติธรรมจากเหตุการณ์นี้
 
ในวาระครบรอบ 4 ปี ประชาไทสัมภาษณ์ญาติของผู้เสียชีวิต และผู้บาดเจ็บ เพื่อสอบถามความคืบหน้าของคดี การชดเชยและความรู้สึกหลังเหตุการณ์ผ่านมา 4 ปี 

พ่อ นศ.รามฯ เผยคดีไม่คืบ ยังหวังรู้ใครเป็นคนยิงลูก

นราเมศ ธีระรังสิกุล บิดาของทวีศักดิ์ โพธิ์แก้ว นักศึกษารามที่ถูกยิงเสียชีวิตในเหตุการณ์ครั้งนั้น กล่าวว่า กรณีของเราไม่มีความก้าวหน้าเลย สอบถามทาง สน.หัวหมาก ครั้งหรือสองครั้ง เราไปพบ ผบ.ตร. และเชิญผู้กำกับ สน.หัวหมาก มาพบ เมื่อสอบถามกันไปมาก็ได้เพียงเท่านี้ในความคืบหน้าของการติดตาม
 
บิดาของทวีศักดิ์ กล่าวด้วยว่า ตนอยากรู้ว่าใครเป็นคนลงมือยิง หรือมีความคืบหน้าอย่างไร เคยมีทนายมาตามเรื่องกับตนประมาณ 6 เดือน เพื่อช่วยจี้ แต่ปรากฏว่าไม่ได้เรื่องอะไร อาจเพราะไปแล้วสาวไม่ถึงหรือทางตำรวจไม่มีหลักฐานจริง หรือไม่ดำเนินการนั้น ตนไม่ทราบได้เลย
 
นราเมศ กล่าวต่อว่ารัฐไม่มีมาตรการอะไรเยียวยาให้เลย มีให้เงินมาบางส่วน ประมาณ 2-3 แสน เขาบอกว่าได้สิทธิตามนั้นเอง และอยากให้คดีของลูกเป็นคดีตัวอย่างว่าการทำแบบนี้ไม่น่าจะเกิดขึ้นในประเทศนี่้อีกแล้ว ที่มีการชุมนุมและเกิดการฆ่ากัน
 
ไทยรัฐออนไลน์ เคยรายงานไว้ เมื่อวันที่ 11 ก.พ.58 ว่า มารดาของ ทวีศักดิ์ เข้ายื่นหนังสือและหลักฐานต่อ พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ ผู้ช่วย ผบ.ตร. และโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ขณะนั้น) เพื่อทวงถามความคืบหน้าของคดี ซึ่งขณะนั้น พล.ต.ท.ประวุฒิ เปิดเผยกับไทยรัฐออนไลน์ว่า ความคืบหน้าในคดีทวีศักดิ์ที่เสียชีวิตจากการถูกลอบยิงด้วยปืน ขนาด 11 มม. ในคืนวันที่ 30 พ.ย.56 บริเวณประตูทางออกด้านหลังมหาวิทยาลัย ใกล้กับจุดที่มีการชุมนุมของกลุ่ม นปช. เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ยึดอาวุธปืนที่คาดว่าคนร้ายอาจจะใช้ก่อเหตุยิงทวีศักดิ์เสียชีวิต แต่ผลการชันสูตรปรากฏว่า หัวกระสุนที่อยู่ในร่างผู้เสียชีวิตไม่ตรงกับอาวุธปืน จึงทำให้การจับกุมผู้ก่อเหตุเป็นไปได้ยาก และช่วงเวลานั้นเป็นเวลากลางคืน ดำเนินการจับกุมยากยิ่งขึ้น ยอมรับว่าบางคดีก็ต้องใช้เวลาสอบสวน เพราะเป็นเหตุการณ์ชุมนุม เเต่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ จะรีบดำเนินคดีนำผู้ทำความผิดมาลงโทษตามกฎหมายต่อไป
 

แท็กซี่แดงถูกรุมกระทืบ 4 ปีคดียังเงียบ

สมยศ วงษ์จันลา คนขับรถแท็กซี่ ซึ่งถูกรุมทำร้ายและทุบรถพร้อมทั้งโดนลากจากรถแล้วบังคับให้ถอดเสื้อออก จนได้รับบาดเจ็บสาหัส กล่าวถึงความคืบหน้าคดีตนเองนั้นว่า เรื่องเงียบไป ตั้งแต่ได้เงินเยียวยาหมื่นห้าก็เลยไม่ได้ตามต่อ พอไปขอค่าเยียวยาศูนย์ราชการอยู่สามสี่เดือนได้มาสามพันบาท หลังจากนั้นมาก็ไม่ได้ตามเรื่องคดีต่อเลย เพราะตนจำหน้าเขาไม่ได้จริงๆ ถ้าตนจำได้ก็คงจะจับหมด แต่บังเอิญว่าจำไม่ได้ 
 
"พอยกมือไหว้แล้วมันก็ต่อยตา ถอดเสื้อผ้าแล้วกระทืบ ถ้าผมไม่ขอชีวิตก็คงจะตายตั้งแต่วันนั้น ฟันผมหลุดหมด มือก็โดนฟัน ถ้าเพื่อนไม่โดดขวางไว้ผมคงตายไปแล้ว" สมยศเล่าถึงเหตุการณ์ พร้อมย้ำด้วยว่า แจ้งความที่ สน.หัวหมาก ไว้แต่ก็เงียบไปเลย ปกติตรงนั้นมีกล้องวงจรปิด แต่เขาก็ไม่ได้ติดต่ออะไรกลับมา ได้รับเงินเยียวยามาก็จบ 
 
สมยศ กล่าวถึงอาการตอนนี้ว่า ตาของตนใช้อ่านหนังสือไม่ได้ ก้านสมองก็เลอะเลือน ดื่มน้ำอัดลมไม่ได้เลย สมองไม่เหมือนเดิม ตาด้านขวาจะมองเห็น แต่ถ้าปิดด้านขวาอ่านด้านซ้ายไม่เห็นเลย ส่วนรถแท็กซี่นั้น ขายไปแล้ว เพราะไม่ขับแล้ว ขับไปก็มีแต่เรื่องแต่ราว ตอนนี้ทำธุรกิจเล็กๆ น้อยๆ พอเลี้ยงครอบครัวได้
 
"ฝากถึงคนที่ทำร้ายผม มันไม่ใช่คน คนเราคุยกันได้ คุยกันดีๆได้ ไม่ใช่เห็นผมแล้วทำร้ายกันเหมือนสัตว์ เหมือนลูกแกะที่โดนขยุ้ม ที่รอดมาได้เพราะเพื่อน แต่ตอนนี้ผมก็ไม่รู้ว่าเขาอยู่ไหน ผมกำลังจะมองเขา มันก็ต่อยตาผม" สมยศ กล่าวทิ้งท้ายในวาระ 4 ปี ที่เขาถูกทำร้าย
 

ธิดาชี้มูลเหตุหวังขยายความขัดแย้ง 

ขณะที่ ธิดา ถาวรเศรษฐ แกนนำ นปช. กล่าวว่า ยังไม่ทราบความคืบหน้าของคดีเลย ส่วนผู้เสียชีวิตนั้น นอกจาก 5 คนแล้ว ยังมี สนอง อินทรา ที่เสียชีวิตเนื่องจากเส้นเลือดในสมองแตกระหว่างเดินทางกลับบ้านด้วย พร้อมระบุด้วยว่า มีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนมากที่ถูกดักทำร้าย 
 
ธิดา มองว่า มันเป็นความต้องการขยายความขัดแย้ง ทั้งที่ นปช. ชุมนุมในพื้นที่ปิดและอยู่ห่างไกลกันกับ กปปส. แต่ปรากฏว่าคนของทาง กปปส. นำคนมา ขณะที่ นปช.อาจประมาทไปเกินไปหน่อยที่คิดว่าอยู่ไกลกันคงไม่มาหาเรื่อง ไม่มายุ่งกับเรา แต่ปรากฏว่ามีการปลุกระดมคนให้เข้ามา และจากที่สังเกตการตายหรือบาดเจ็บ ส่วนใหญ่เกิดที่หน้ามหาวิทยาลัยและตามซอย เขาไม่กล้าบุกเข้ามา แต่การทำร้ายคนข้างนอก ซึ่งตำรวจไม่สามารถทำอะไรได้นั้นชัดเจนว่ามันเป็นการพยายามกระทำต่อประชาชนที่มาชุมนุมโดยสงบ ต้องการหาเรื่องและสร้างขยายปัญหา และที่สุดเรายกเลิกการชุมนุม
 

คุก 3 ปี 4 เดือน 'อดิสรณ์' คดีลักทรัพย์รถบัสหน้าราม ของกลุ่มนปช.

สำหรับคดี สุรเดช คำแปงใจ อายุ 17 ปี (อายุขณะนั้น) ถูกพบเป็นศพในรถบัสโดยสารที่ นปช. โดยสารมาชุมนุมและถูกเผาบริเวณหน้า ม.ราม นั้น เมื่อวันที่ 16 ก.พ.58 มติชนออนไลน์รายงานว่า ศาลชั้นต้นพิพากษา คดีที่ อดิสรณ์ สีจันทร์ผ่อง หรือดำ อายุ 30 ปี ตกจำเลยคดีก่อความวุนวาย วางเพลิงเผารถบัสโดยสาร พร้อมทั้งลักทรัพย์ บริเวณหน้า ม.รามคำแหง โดยศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า จำเลยมีความผิดฐานร่วมกันลักทรัพย์ตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป โดยใช้ยานพาหนะตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 335 และ 336 เนื่องจากปรากฎภาพจำเลยขณะยกทรัพย์จริง ศาลจึงพิพากษาจำคุก 5 ปี แต่จำเลยให้เป็นประโยชน์ต่อรูปคดี จึงลดโทษ 1 ใน 3 เหลือจำคุก 3 ปี 4 เดือน และคืนทรัพย์สินทั้งหมดให้กับผู้เสียหายตามกฎหมาย ขณะที่ ข้อหาร่วมกันมั่วสุมตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปและใช้กำลังขู่เข็ญประทุษร้าย และกระทำการอย่างใดอย่างหนึ่งให้เกิดความวุ่นวายแก่บ้านเมือง และข้อหาร่วมกันวางเพลิงเผาทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า หลักฐานยังไม่ชัดเจน เนื่องจากภาพที่ปรากฎไม่บ่งชี้ว่าเป็นผู้ลงมือก่อเหตุ จึงพิพากษายกฟ้อง
 

ความคืบหน้าเมื่อครั้ง ตร. แถลง ก.พ.57

ส่วนรายละเอียดที่ทีมโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เคยแถลงความคืบหน้าไว้ เมื่อ 27 ก.พ.57 โดยกรุงเทพธุรกิจออนไลน์ รายงานว่า มีการออกหมายจับแล้ว10ราย จับกุมแล้ว 4 ราย รายละเอียดดังต่อไปนี้
 
1. คดีฆ่าผู้อื่นฯ (ทวีศักดิ์ โพธิ์แก้ว อายุ 21 ปี) นักศึกษาพีดีกรี มหาวิทยาลัยรามคำแหงและเป็นนักศึกษาเทคโนโลยีสยามบริหารธุรกิจชั้นปีที่ 1 ถูกยิงด้วยกระสุนปืนขนาด .45 บริเวณหน้าอกด้านซ้าย จำนวน 1 นัด เหตุเกิดที่บริเวณทางเท้าริมรั้วด้านหลังของมหาวิทยาลัยรามคำแหง ใกล้กับประตู 008 เมื่อวันที่ 30 พ.ย. 56 เวลาประมาณ 21.00 น. ความคืบหน้ารอผลรายงานสืบสวนบุคคลตามภาพในคลิปภาพวีดีโอ-ผลการตรวจที่เกิดเหตุได้ครบแล้ว การสอบสวนทำการสอบสวนพยานไปแล้วทั้งสิ้น จำนวน 11 ปาก ได้รับผลตรวจชันสูตรศพ ได้รับผลการตรวจที่เกิดเหตุ ได้รับผลการตรวจ วิถีกระสุน
คนร้ายอยู่ระหว่างการสืบสวนติดตาม ให้ฝ่ายสืบสวนส่งรายงานเป็นระยะ ยังไม่ปรากฏตัวผู้กระทำความผิด
 
2. คดีฆ่าผู้อื่นฯ (พลทหารธนะสิทธิ์ เวียงคำ อายุ 21 ปี) สังกัดศูนย์การทหารราบปราณบุรี ถูกยิงด้วยกระสุนปืนที่บริเวณศีรษะทะลุหมวกกันน็อค เหตุเกิดที่บริเวณกลางซอยแยก 14 ของซอยรามคำแหง 24 เมื่อวันที่ 1 ธ.ค.56 เวลาประมาณ 02.00 น. เมื่อวันที่ 22 ธ.ค.56 เจ้าพนักงานตำรวจได้ทำการจับกุมตัว 1.นภดล แก้วมีจีน อายุ 20 ปี อยู่บ้านเลขที่ 183 หมู่ 6 ต.ท่ายาง อ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช ตามหมายจับ ที่ 2485/56 ลง 22 ธ.ค.56 และ 2. ธีรภัทร ทองฤทธิ์ อายุ 20 ปี อยู่บ้านเลขที่ 246 หมู่ 5 ต.ในควน อ.ย่านตาขาว จ.ตรังตามหมายจับ ที่ 2484/56 ลง 22 ธ.ค.56 พร้อมด้วยอาวุธปืน รีวอลเวอร์ ขนาด .38 เครื่องกระสุนปืน จำนวน 6 นัด โดยกล่าวหาว่า ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตฯ
 
3. คดีฆ่าผู้อื่นฯ (วิโรจน์ เข็มนาค อายุ 43 ปี) ภูมิลำเนาอยู่ อ.บางบัวทอง จว.นนทบุรี ถูกกระสุนปืนยังไม่ทราบขนาดยิงเข้าที่หน้าอกด้านซ้ายทะลุหลัง ในขณะยืนอยู่บริเวณใกล้ทางลงประตู ดับเบิลยู(w) ก่อนถึงทางลาดประมาณ 2-3 เมตร ของสนามกีฬาราชมังฯ ตรงข้ามกับอาคารคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง (ซึ่งติดกับรั้วสนามกีฬาฯ ด้านทิศเหนือ) เหตุเกิดบริเวณหน้าอาคารสนามกีฬาฯด้าน ทิศเหนือ เมื่อวันที่ 1 ธ.ค.56 เวลาประมาณ 06.10 น. ความคืบหน้าสอบสวนพยานแล้ว จำนวน 11 ปากคงเหลือรายงานการตรวจวิถีกระสุนที่เกิดเหตุรายงานการตรวจที่เกิดเหตุรายงานการตรวจหัวกระสุนปืนจากอาคารเก่า
 
4. คดีฆ่าผู้อื่นฯ (วิศณุ เภาพู่ อายุ 26 ปี) ภูมิลำเนาอยู่เขตลาดกระบัง กทม. ถูกกระสุนปืนขนาด 9 มม. ที่บริเวณหน้าอกเหนือราวนมซ้ายกระสุนฝังใน เหตุเกิดบริเวณทางเท้า ริมถนนรามคำแหง บริเวณตรงข้ามปากซอยรามคำแหง 53 เมื่อวันที่ 1 ธ.ค.56 เวลาประมาณ 06.30 น.โดยผู้ตายเดินมากับเพื่อนชื่อ วรวิทย์ ตรีตระกูล เพื่อจะไปสังเกตการต่อสู้ก่อนกลับบ้านที่ลาดกระบัง สืบเนื่องจากขณะนั้นมีกลุ่มวัยรุ่นนักศึกษาเผชิญหน้าอยู่กับการ์ดเสื้อแดง ในทิศทางที่อยู่ด้านหน้าของผู้ตาย ความคืบหน้าสอบสวนพยานแล้ว จำนวน 8 ปาก ได้รับผลการตรวจชันสูตรศพแล้ว คงเหลือ สอบพยานเพื่อนผู้ตายเพิ่มเติม ถึงลักษณะการเดินรอผลการตรวจที่เกิดเหตุใหม่ผลตรวจเปรียบเทียบกระสุนปืนจาก สน.บางชื่อ
 
5. คดีวางเพลิงเผาทรัพย์เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต ( สุรเดช หรือเจ คำแปงใจ อายุ 17 ปี) เหตุเกิดที่บริเวณหน้าประตูทางเข้าสนามกีฬาฯ ประตู 1 เมื่อวันที่ 1 ธ.ค.56 เวลาประมาณ 15.30 น. โดยผู้ตายได้ออกจากบ้านย่านเอกมัย มากับเพื่อนชื่อ ฉัตรมงคล ปินนาค ใช้รถจักรยานยนต์ของฉัตรมงคล เป็นยานพาหนะ ผลการสอบสวน มีผู้กระทำความผิด จำนวน 15 คน ดังนี้ ออกหมายจับแล้ว 8 ราย จับกุมแล้ว 2 ราย 1. อดิสรน์  สีจันทร์ผ่อง อายุ 29 ปี ผู้ต้องหาที่ 1 (จับกุมตัวได้) 2. ชยันต์ หรือ จิมมี่ ศรีโมรา อายุ 15 ปี ผู้ต้องหาที่ 2 (เป็นเยาวชน จับกุมตัวได้)
 
 
 
เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์