โฆษก คสช. โต้ 26 ผู้บริหาร มธ. ระบุคนเท่ากันภายใต้กฎหมาย ไม่ยกเว้นกรณีใดเป็นพิเศษ

พล.ต.ปิยพงศ์ กลิ่นพันธุ์ ทีมโฆษก คสช. ระบุหลัง 26 ผู้บริหาร มธ. แถลงขอทบทวนการดำเนินคดีผู้จัดกิจกรรมเดินมิตรภาพ ชี้รัฐบาลเดินหน้าตามโรดแมปมาตลอด ไม่อยากให้บ้านเมืองวุ่นวาย ย้ำคนเท่ากันภายใต้กฎหมาย เมื่อทำผิดย่อมละเว้นไม่ได้

ภาพจาก: สำนักข่าวไทย

30 ม.ค. 2561 สืบเนื่องจากกรณีที่ 26 ผู้บริหารในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ร่วมกันออกแถลงการณ์ และยื่นต่อหัวหน้าคณะรักษาความวสงบแห่งชาติ (คสช.) เรียกร้องให้ คสช. ทบทวนการดำเนินคดีกับผู้จัดกิจกรรมเดินมิตรภาพ ล่าสุด พล.ต.ปิยพงศ์ กลิ่นพันธุ์ ทีมโฆษก คสช. ชี้แจงว่ากิจกรรมดังกล่าวมีมูลเหตุเริ่มต้นจากกลุ่มองค์กรเครือข่ายภาคประชาชน ในนาม People Go network ได้จัดกิจกรรมบริเวณด้านหน้ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ซึ่งเป็นเหตุการณ์ชุมนุมเรียกร้อง มีการกล่าวปราศรัย โจมตีรัฐบาล และ คสช. ซึ่งมีผู้ร่วมในเหตุการณ์ประมาณ 150 คน นำโดย อนุสรณ์ อุณโณ คณบดีคณะสังคมวิทยา และมนุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ซึ่งผู้บังคับกองพัน ทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานที่ 4 ปฎิบัติหน้าที่รับผิดชอบการรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ดังกล่าว ได้ดำเนินการแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษ ตามคำสั่ง คสช.ที่ 3/2558 ฐานร่วมกันมั่วสุม หรือชุมนุมทางการเมือง ณ ที่ใด ๆ ที่มีจำนวนตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป โดยไม่ได้รับอนุญาตจากหัวหน้า คสช. ซึ่งขั้นตอนดังกล่าว คือ พนักงานสอบสวนจะออกหมายเรียกมารับทราบข้อกล่าวหา แต่หากยังไม่มาพบ จะออกหมายเรียกครั้งที่ 2 และหากไม่ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่จะดำเนินการออกหมายจับทันที 

“ณ เวลานี้การที่คณะอาจารย์ได้มีหนังสือให้พิจารณาทบทวน จึงเป็นนิมิตหมายที่ดี ที่ครูอาจารย์ผู้ซึ่งเป็นขุมพลังปัญญาอันสำคัญยิ่ง และสามารถชี้แนะการปฏิบัติที่ถูกต้องเหมาะสม ให้แก่ นิสิต นักศึกษา และสังคม โดยใช้บรรยากาศการปรองดอง ความร่วมมือ ใช้สติปัญญาหันหน้าพูดคุย เพื่อหาทางออกที่เหมาะสม กับบรรยากาศของบ้านเมือง และนำพาประเทศชาติและสังคมก้าวข้ามผ่านความยากลำบากในช่วงเวลานี้ และนำพาชาติบ้านเมืองไปสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืนต่อไป อย่างไรก็ตาม การกำหนดบทเฉพาะกาลในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ที่ให้มาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวยังมีผลบังคับใช้ เป็นเครื่องแสดงเจตนาที่ชัดเจนว่าประเทศยังมีความจำเป็นในการมีกฎหมายเพื่อรักษาความสงบและความมั่นคงภายในอยู่ ส่วนท่านใดจะตีความเช่นไร ก็เป็นการเสนอความเห็นที่กระทำได้ แต่มิได้หมายความว่าจะทำให้กฎหมายขาดความศักดิ์สิทธิ์ไปได้” พล.ต.ปิยพงศ์ 

พล.ต.ปิยพงศ์ กล่าวด้วยว่า คสช.และรัฐบาลได้ดำเนินงานตามโรดแมปที่วางไว้ตลอดมา และทุกฝ่ายพยายามทำให้เกิดความเรียบร้อยอย่างดีที่สุด การแสดงออกที่อาจนำไปสู่ความขัดแย้ง หรือสร้างความอ่อนไหวต่อสถานการณ์ความสงบ อาจจะเป็นปัจจัยทำให้การเดินหน้าสู่โรดแมปไม่ราบรื่น ตามที่ประชาชนส่วนใหญ่คาดหวัง จึงอยากร้องขอให้การแสดงออกทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมายทุกประการอย่างถ้วนทั่ว ไม่ควรมีการเรียกร้อง หรือขอข้อยกเว้นว่าให้ใช้กฎหมายเฉพาะรูปแบบหนึ่งรูปแบบใดเท่านั้น เพราะทุกคนควรอยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกันอย่างเสมอภาคและเท่าเทียม อีกทั้งผู้ดำเนินกิจกรรมย่อมรู้อยู่แก่ตนเองว่ากิจกรรมที่ดำเนินการอยู่ เหมือนหรือแตกต่างจากกิจกรรมรณรงค์ประเด็นทางสังคมอื่นหรือไม่ ทั้งนี้ในส่วนของ คสช. ก่อนที่จะดำเนินการแจ้งความดำเนินคดี ได้มีการสังเกตการณ์ รวมทั้งพูดคุยเจรจา ขอความร่วมมือ เพื่อมิให้มีการกระทำที่ผิดกฎหมาย แต่เมื่อทางกลุ่มยังยืนยันที่จะทำต่อไป คสช.จึงไม่มีทางเลือกอื่นใด นอกจากสนับสนุนให้เกิดการบังคับใช้กฎหมาย ซึ่งผู้จะพิจารณาว่าจะมี ขึ้นกับการดำเนินคดีหรือไม่อย่างไร กระบวนการทางกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม ที่ คสช.จะไม่ก้าวล่วง

“อย่างไรก็ตาม คสช.ขอขอบคุณในความปรารถนาดี และการมีส่วนร่วมทางความคิดอันเป็นประโยชน์ยิ่งของคณะอาจารย์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ต่อการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาลและ คสช. มา ณ โอกาสนี้ และ คสช.จะพิจารณาโดยรอบคอบอย่างรวดเร็ว เพื่อทำให้ความสงบสุขของบ้านเมืองจะได้ดำเนินต่อไป และหากมีผลการดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องกับ คสช.อย่างไร จะแจ้งให้ท่านทราบในโอกาสแรกทันที” พล.ต.ปิยพงศ์ กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ผู้ที่ถูก คสช. แจ้งความนำเนินคดีฐานฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้า คสช. ฉบับที่ 3/2558 ทั้ง 8คน ประกอบด้วย

1.เลิศศักดิ์ คำคงศักดิ์ ผู้ประสานงานโครงการขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะด้านทรัพยากรแร่ กลุ่มนิเวศวัฒนธรรมศึกษา

2.อนุสรณ์ อุณโณ คณบดีคณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

3.นิมิตร์ เทียนอุดม ผู้อำนวยการมูลนิธิเข้าถึงเอดส์

4.สมชาย กระจ่างแสง มูลนิธิเข้าถึงเอดส์

5.แสงศิริ ตรีมรรคา ผู้ประสานงานกลุ่มคนรักหลักประกันสุขภาพ

6.นุชนารถ แท่นทอง เครือข่ายสลัม 4 ภาค

7.อุบล อยู่หว้า ผู้ประสานงานเครือข่ายเกษตรทางเลือก

8.จำนงค์ หนูพันธ์ เครือข่ายสลัม 4 ภาค

โดยในวันที่ 31 ม.ค. นี้ ทั้ง 8 คนได้เตรียมตัวเดินทางจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต เพื่อไปรายงานตัวและให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนที่ สภ.คลองหลวง โดยเริ่มออกเดินจากวิทยาลัยฯ ป๋วย ตั้งแต่เวลา 11.00 น.

เรียบเรียงจาก: สำนักข่าวไทย

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์