ศรีสุวรรณ เรียกร้องประยุทธ์ นำสับปะรดทำบาร์เตอร์เทรดกับอาวุธและดาวเทียม

ศรีสุวรรณ จรรยา คราวนี้มาในนาม เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เรียกร้องให้ ประยุทธ์นำสับปะรดและสินค้าเกษตรไปบาร์เตอร์เทรดซื้ออาวุธและดาวเทียมแทนที่จะใช้เงินซื้อในทริปไปเยือนอังกฤษ-ฝรั่งเศษ เพื่อแก้ปัญหาราคาผลผลิตไปด้วย

แถลงการณ์สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย

เรื่อง ขอเรียกร้องให้นายกฯนำสับปะรดและสินค้าเกษตรไปบาร์เตอร์เทรดซื้ออาวุธและดาวเทียมในคราวไปอังกฤษ-ฝรั่งเศษ

..............................................

ตามที่ปรากฏเป็นการทั่วไป ราคาสับปะรดตกต่ำที่สุดในรอบ 10 ปี ราคาหน้าสวนเหลือเพียงกิโลกรัมละ 1-2 บาทเท่านั้น ทำให้เกษตรกรบางจังหวัดต้องนำมากองแจกจ่ายให้กับผู้บริโภคเพื่อประชดการขาดความเหลียวแลของรัฐบาลนั้น

ปรากฎการณ์ดังกล่าวเป็นการสะท้อนให้เห็นถึงผลงานของรัฐบาลยุค คสช. ที่เด่นชัดยิ่ง ไม่เฉพาะสับปะรดเท่านั้นที่ราคาตกต่ำแต่พืชผลทางการเกษตรหลายชนิดก็ราคาตกต่ำไม่ต่างกัน เช่น ข้าว มันสำปะหลัง ยางพารา ปาล์มน้ำมัน มะพร้าว ข้าวโพด มะนาว ฯลฯ แม้นายกรัฐมนตรีจะยืนยันกับเกษตรกรในยามลงพื้นที่พบปะชาวบ้านว่าประเทศไทยเป็น “ครัวของโลก” แต่ก็เป็นเพียงลมปากของนักการเมืองที่ไร้ความสามารถและไร้ความรับผิดชอบเป็นอย่างยิ่ง

รัฐบาลมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการจัดการปัญหานี้มากมาย และสามารถล่วงรู้ปริมาณและสถานการณ์ของผลผลิตทางการเกษตรต่าง ๆ ล่วงหน้าแล้วก็ตาม เช่น สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า กระทรวงพาณิชย์ แต่ทว่ากลับไม่สามารถจัดการปัญหาผลผลิตล้นตลาด ราคาผลผลิตทางการเกษตรต่าง ๆ ตกต่ำได้ แม้จะกล่าวอ้างว่าเป็นยุคไทยแลนด์ 4.0 แต่ก็เป็นเพียงม๊อตโต้ของหน่วยงานราชการที่จะใช้เป็นข้ออ้างในการจัดซื้อจัดหาอุปกรณ์ทางเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้งานในหน่วยงานตน แต่งานที่จะเข้าไปจัดการแก้ไขปัญหาให้เกษตรกรยังเป็นเพียงเช้าชามเย็นชาม ในยุคไทยแลนด์ 1.0 เท่านั้น

ปัญหาสับปะรดและสินค้าเกษตรต่าง ๆ ตกต่ำเป็นความทุกข์ระทมของเกษตรกรซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศ ซึ่งควรที่นายกฯควรที่จะสั่งการให้หน่วยงานราชการต่าง ๆ เข้าไปช่วยดูแลแก้ไขให้เป็นการเร่งด่วน แต่ทว่านายกฯกลับโบ๊ยปัญหาและหนีไปอังกฤษและฝรั่งเศษเพื่อเซ็นต์สัญญาซื้อดาวเทียมธีออส 2 หรืออาจจะพ่วงด้วยการซื้อหาอาวุธยุทโธปกรณ์ด้วย โดยไม่สนใจเลยว่าปัญหาของเกษตรกรจะล้มหายตายจากไปอย่างไรก็ช่าง หรือนายกฯอยากจะซื้อดาวเทียมหรือซื้ออาวุธในคราวนี้ ก็ควรนำผลผลิตทางการเกษตรไปเจรจาซื้อขายแบบบาร์เตอร์เทรด (G to G) แทนมากกว่าที่จะหอบเอาเงินของชาติไปซื้อเขาเป็นอย่างเดียว จนมีหนี้สาธารณะสะสมมากว่า 5.18 ล้านล้านบาทในขณะนี้

นอกจากนั้น พรรคการเมืองทั้งหน้าใหม่และหน้าเก่า ที่ชูคอสลอนว่าสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรีในการเลือกตั้งครั้งหน้านี้ ควรที่จะออกมาแสดงความสามารถในการแก้ไขปัญหาสับปะรดและผลผลิตทางการเกษตรต่าง ๆ ตำต่ำว่าจะช่วยเกษตรกรได้อย่างไรด้วย ไม่ใช่จะแสดงความสามารถเพียงแค่เก่งในทางเชลียร์ หรือเก่งแต่การดูด แต่เพียงอย่างเดียว

แถลงมา ณ วันที่ 20 มิถุนายน 2561

นายศรีสุวรรณ  จรรยา

เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย

 

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์