จีนจับประชาชน 2 รายผู้ใช้ VPN ท่องเว็บ ชาวเน็ตสับ ลิดรอนเสรีภาพ-หลายมาตรฐาน

ทางการจีนเริ่มพยายามปราบปรามคนที่ใช้ "เครือข่ายส่วนตัวเสมือน" หรือ VPN ในการเข้าถึงเว็บไซต์ต่างๆ โดยที่ประชากรจำนวนหนึ่งของจีนใช้ VPN ในการฝ่าหรือหลบเลี่ยงการปิดกั้นอินเทอร์เน็ตโดยทางการจีน ล่าสุดรัฐบาลได้อ้างใช้กฎหมายความมั่นคงทางไซเบอร์ที่เพิ่งออกในปี 2560 จับกุมและลงโทษชาวเน็ตผู้ใช้ VPN สองราย

ที่มาภาพ: Pixabay

ทางการจีนลงโทษชาวเน็ตสองรายในประเทศตัวเองจากการที่พวกเขาใช้งาน "เครือข่ายส่วนตัวเสมือน" หรือ VPN ในการเข้าถึงอินเทอร์เน็ต ซึ่งเป็นสิ่งที่ประชากรในจีนร้อยละ 1-3 ทำแบบเดียวกันเพื่อทะลุผ่านระบบปิดกั้นเนื้อหาที่ถูกมองว่าอ่อนไหวของทางการจีนที่เรียกว่า "เกรตไฟร์วอลล์"

แม้ทางการจีนจะอนุญาตให้ใช้ VPN ได้ในบางบริบท ซึ่งส่วนใหญ่มักจะเป็นกรณีที่เอื้อให้หน่วยงานทางการและบริษัทเอกชนขนาดใหญ่ แต่ทางการจีนก็หันมาใช้ทรัพยากรจำนวนมากไปกับการควบคุมอย่างเข้มงวดไม่ให้ประชาชนสามารถใช้งานเครื่องมือเหล่านี้ได้ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา นอกจากนี้ยังมีการออกกฎหมายความมั่นคงไซเบอร์เมื่อปี 2560 ที่จำกัดเสรีภาพทางข้อมูลหนักขึ้น สั่งให้ผู้ใช้เน็ตต้องลงทะเบียนใช้งานด้วยชื่อจริง และระบุถึงการจำกัดการใช้งาน VPN จนทำให้บริษัทแอปเปิลถูกขอให้กำจัดแอพพลิเคชัน VPN ในร้านค้าแอพสโตร์ รวมถึงมีการจับกุมผู้ขาย VPN ที่ไม่มีใบอนุญาตหลายราย

อย่างไรก็ตาม กฎหมายความมั่นคงไซเบอร์นี้ไม่ได้ระบุให้การใช้ VPN ในระดับบุคคลมีความผิดทางอาญาโดยตรง ทำให้หลายคนเชื่อว่ายังสามารถใช้ VPN ได้ แต่ล่าสุดในช่วงเดือนที่แล้วจนถึงเดือนนี้ทางการจีนกลับทำการลงโทษชาวเน็ตสองรายผู้ใช้ VPN

กรณีแรกชื่อ ซูยุ่นเฟิง อายุ 30 ปี เขาใช้โปรแกรม Lantern Pro บนมือถือเพื่อเข้าถึงเว็บต่างๆ ได้โดยไม่ผ่านเซนเซอร์จากรัฐบาล ทางการมณฑลกวางตุ้งของจีนเปิดเผยว่ามีการสั่งปรับซูยุ่นเฟิง 1,000 หยวน (ราว 4,700 บาท) จากการใช้ VPN

ทั้งนี้ เมื่อฝ่ายรัฐบาลไม่สามารถอ้างความชอบธรรมจากกฎหมายความมั่นคงไซเบอร์ฉบับใหม่ได้ จึงหันไปอ้างใช้มาตรา 6 และ 14 ของ "กฎเกณฑ์สำหรับบทเฉพาะกาลการกำกับดูแลการบริหารจัดการโครงข่ายข้อมูลคอมพิวเตอร์ระดับนานาชาติในสาธารณรัฐประชาชนจีน" (Rules for Provisional Regulations of the Administration of International Networking of Computer Information in the People’s Republic of China) กฎหมายซึ่งออกมาตั้งแต่ปี 2539 ในมาตราที่ 6 ระบุว่าเมื่อมีการเข้าถึงโครงข่ายอินเทอร์เน็ตระดับนานาชาติจากภายในจีนจะต้องใช้บริการโทรคมนาคมที่ได้รับใบอนุญาตจากทางการจีนเท่านั้นและจำกัดห้ามไม่ให้เข้าถึงหรือสร้างช่องทางการเข้าถึงข้อมูลนานาชาติด้วยทางอื่น นั่นรวมถึงโปรแกรมอย่าง Lantern Pro ด้วย

นอกจากกรณีดังกล่าวแล้วยังมีอีกกรณีหนึ่งที่คล้ายกันคือกรณีของหวงเฉิงเฉิงถูกตำรวจเรียกตัวไปสอบปากคำในข้อหาเดียวกับซูยุ่นเฟิงเมื่อวันที่ 4 ม.ค. ที่ผ่านมาแต่เจ้าหน้าที่ไม่เปิดเผยรายละเอียดของคดี

ทั้งสองคดีแสดงให้เห็นว่าจีนกำลังทำให้ผู้ที่พยายามใช้ช่องทาง VPN จะถูกเล่นงานโดยอ้างกฎหมาย ซึ่งชาวเน็ตจีนจำนวนมากก็กังขาว่าเหตุใดบางคนได้รับคำสั่งอนุญาตให้ใช้ VPN ฝ่าเกรตไฟล์วอลล์ได้ แต่บางคนกลับถูกลงโทษ

หนึ่งในกลุ่มที่ได้รับอนุญาตให้ฝ่าเกรตไฟล์วอลล์ได้คือกลุ่มสื่อของภาครัฐ เช่น หูจื้อจิน หัวหน้ากองบรรณาธิการของสื่อโกลบอลไทม์เผยแพร่โพสต์ต่างๆ ผ่านทวิตเตอร์และช่องทางอื่นๆ ที่นอกเหนือจากโครงข่ายโทรคมนาคมของรัฐ ทำให้บล็อกเกอร์ด้านเทคโนโลยี วิลเลียม ลอง เรียกร้องให้จัดการกับหูจื้อจินด้วยมาตรฐานเดียวกันกับที่จัดการกับชาวเน็ตสองราย

ข่าวเรื่องนี้ก็อาจจะเริ่มทำให้ชาวเน็ตจีนมีความตื่นตัวมากขึ้น ในกระทู้ของโซเชียลมีเดียเว่ยป๋อมีชาวเน็ตจำนวนมากแสดงความไม่พอใจในเรื่องนี้ รวมถึงมีชาวเน็ตบางส่วนที่ประท้วงการกระทำของรัฐบาลโดยอ้างอิงรัฐธรรมนูญของจีนมาตรา 40 ที่ระบุว่าไม่ให้มีองค์กรหรือบุคคลใดๆ ก็ตามลิดรอนเสรีภาพของประชาชน

นอกจากนี้ยังเคยมีกรณีเมื่อปี 2559 ที่กลุ่มชาวจีนคนรักชาติรุ่นใหม่ เป็นผู้ใช้ VPN เองด้วย ชาวจีนกลุ่มนี้ใช้เครื่องมือดังกล่าวเพื่อเข้าถึงอินเทอร์เน็ตโลกอย่างเฟซบุ๊คเพราะต้องการแสดงความคิดเห็น "ปกป้องประเทศตัวเอง"

เรียบเรียงจาก

Chinese authorities go after citizens for using VPNs, skirting online censorship, Global Voices, Jan. 11, 2019

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น