แห่ลงทะเบียนวิ่งไล่ลุงกว่า 8 พัน ด้าน พล.อ.ประวิตร ไม่รับคำเชิญ เผยขนาดเดินยังไม่ไหว

แกนนำจัดกิจกรรมวิ่งไล่ลุงเผยยอดผู้ประสงค์ร่วมกิจกรรมหลังเปิดลงทะเบียนได้วันเดียวพุ่งกว่า 8 พัน พร้อมชวนอดีต กปปส. มาร่วมกิจกรรมและถ้านำนกหวีดมาด้วยสามารถแลกเปลี่ยนเป็นเหรียญปราบกบฎได้ ด้านพล.อ.ประวิตร ไม่ตอบรับคำเชิญ ระบุ เดินยังไม่ไหว จะไปวิ่งได้อย่างไร ยันไม่ส่งหน่วยงานความมั่นคงไปเกาะติด ส่วนพล.อ.อนุพงษ์ ย้ำไม่ต้องการเห็นการพาคนลงถนน เชื่อมีทางแก้ไขปัญหาด้วยวิธีอื่น

17 ธ.ค. 2562 สืบเนื่องจากการเตรียมจัดกิจกรรม วิ่งไล่ลุง ซึ่งมีการแถลงข่าวอย่างเป็นทางการเมื่อวานนี้(16 ธ.ค. ) ซึ่งแกนนำในการจัดกิจกรรมคือ ธนวัฒน์ วงศ์ไชย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พร้อมด้วย คณะกรรมการแนวร่วมสมาพันธ์ผู้จัดงานวิ่งไล่ลุงเพื่อประโยชน์ประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชนแห่งประเทศไทย โดยได้มีการเปิดเผยว่า กิจกรรมจะจัดขึ้นในวันที่ 2 ม.ค. 2563 เวลา 04.30 - 08.00 น. เริ่มรวมตัวที่สนามฟุตบอล ม.ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ในเวลา 04.30น. ก่อนจะออกวิ่ง ในเวลา 05.30 น. วิ่งไปตามเส้นทางถนนพระอาทิตย์ ป้อมพระสุเมรุ ป้อมมหากาฬ ถ.นครสวรรค์ ถ.พะเนียง ถ.หลานหลวง มาที่สะพานผ่านฟ้า ถ.ราชดำเนิน และหยุดเพื่อวิ่งวนซ้ายรอบอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย 3 รอบ เพื่อแสดงความไว้อาลัยต่อประชาธิปไตยในประเทศที่กำลังจะตาย ก่อนจะกลับมาที่ท่าพระจันทร์ รวมระยะทางรวมประมาณ 7 กิโลเมตรโดยประชาชนที่สนใจสามารถลงทะเบียนในเพจ 'วิ่งไล่ลุง' ไม่เสียค่าใช้จ่าย ส่วนผู้ที่ลงทะเบียนจ่ายเงิน 650 บาท จะได้รับเสื้อวิ่ง เหรียญสัญลักษณ์ และสติ๊กเกอร์งานวิ่ง หรือคนที่ไม่ได้วิ่ง ก็สามารถสั่งเสื้อยืด 'วิ่งไล่ลุง' ราคา 300 บาทได้ผ่านเพจเช่นกัน นอกจากนี้ ทางกลุ่มยังมีกิจกรรมพิเศษสำหรับผู้ที่เคยชุมนุมกับ กปปส. หากท่านนำภาพถ่ายที่ในม็อบ กปปส. หรือนกหวีดลายธงชาติ สามารถนำมาโชว์ได้ที่งานและแลกรับเหรียญปราบกบฎได้ทันที อีกทั้งการวิ่งนี้ยังมีแขกรัฐเชิญคนพิเศษที่จะมาเซอร์ไพรส์เป็นประธานปล่อยตัวนักวิ่ง โดยทีมงานใบ้ว่าเป็นคู่ปรับคนสำคัญที่ พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ชอบใจเท่าไหร่

นอกจากนี้ยังมีการประกาศเชิญชวน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ให้มาร่วมกิจกรรมด้วย ล่าสุดวันนี้ พล.อ.ประวิตร กล่าวถึงการเชิญให้ไปร่วมกิจกรรมผ่านสื่อมวลชนว่า ตนเองจะวิ่งไหวหรือไม่ ขนาดเดินยังจะไม่ไหว จะให้ไปร่วมวิ่งได้อย่างไร เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงการเตรียมประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินในพื้นที่กรุงเทพฯ พล.อ.ประวิตร ระบุว่า า ยืนยันว่าไม่มี ตนยังไม่ได้ทำอะไรเลยจะไปประกาศที่ไหนและไม่ได้มีการเตรียมการเพื่อรับมือม็อบ ส่วนกิจกรรมวิ่งไล่ลุงที่จะจัดกันนั้น ก็ไม่ได้มีการส่งหน่วยความมั่นคงไปเกาะติดสถานการณ์แต่อย่างใด

เมื่อถามต่อว่ามีการสั่งการให้จับตากลุ่มเสี่ยงในที่ประชุมทางไกลกับฝ่ายความมั่นคงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกจังหวัด เพื่อเตรียมมาตรการดูแลช่วงเทศกาลปีใหม่ เมื่อวันที่ 16 ธ.ค. ที่ผ่านมานั้น พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า กลุ่มเสี่ยงก็คือกลุ่มที่มาจาก 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่จะขึ้นมาซึ่งเราก็ป้องกันไม่ให้เขาขึ้นมา เมื่อถามย้ำว่าแสดงว่าเขาจะขึ้นมาก่อเหตุนอกพื้นที่ใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ใช่ ซึ่งเราก็เตรียมการเอาไว้

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่าหลังจากวานนี้ที่ได้มีการแถลงข่าวว่าจะมีการจัดกิจกรรม พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงกิจกรรม “วิ่งไล่ลุง” ที่เตรียมมีการจัดงานในวันที่ 12 ม.ค. 2020 ว่าฝ่ายจัดยังไม่ได้มีการยื่นเรื่องขออนุญาตจัดงาน และอาจมีความผิด  ล่าสุดวันนี้ ธนวัฒน์ วงค์ไชย ผู้แทนกลุ่มกิจกรรมวิ่งไล่ลุง ได้ชี้แจงว่าตนและทางกลุ่มได้ ได้ทำตามขั้นตอนกฎหมาย ยื่นเอกสารขออนุญาตกองบัญชาการตำรวจนครบาลแล้ว ตั้งแต่วันที่ 6 ธ.ค. แต่ยังไม่ได้รับคำตอบใดๆ จากเจ้าหน้าที่ และเพิ่งทราบเหตุผลจากสื่อว่าทางตำรวจให้สัมภาษณ์เช่นนี้ ไม่แน่ใจว่านี่คือความพยายามในการสกัดกั้นไม่ให้เราจัดงานวิ่ง โดยใช้อำนาจรัฐเข้ามาแทรกแซงอีกหรือไม่ ประการใด

เขายืนยันด้วยว่า ทำตามขั้นตอน ตามกติกาที่เผด็จการขีดเขียนไว้ทุกประการตั้งแต่ต้น มีเพียงเจ้าหน้าที่รัฐและผู้มีอำนาจเท่านั้นที่กำลังบิดพลิ้วต่อกติกาที่ตนเองขีดเขียนขึ้นมาในเวลานี้

ทั้งนี้ ธนวัฒน์เปิดเผยกับประชาไท เมื่อเวลา 16.15 น. ว่า ตอนนี้มีจำนวนผู้ลงทะเบียนร่วมกิจกรรมแล้วทั้งสิ้นกว่า 8,000 คน

อย่างไรก็ตาม พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนวันนี้ด้วยว่า ไมเห็นด้วยกับการนำมวลชนลงถนน หรือก่อม็อบ เพราะเวลานี้ ประเทศมีความลำบาก ยุ่งยากมามากแล้ว มีบทเรียนมากมาย การลงถนนไม่ใช่ทางออกและยังส่งผลกระทบ

พล.อ.อนุพงษ์ เห็นว่ายังมีทางอื่นที่จะแก้ไขกันได้ อีกทั้งประเทศชาติยังมีปัญหาอีกมากมาย โดยเฉพาะปัญหาด้านเศรษฐกิจ รวมถึงปัญหาภัยแล้งที่ประชาชนและเกษตรกรเดือดร้อน เราต้องแก้ปัญหากันมาก ซึ่งสภาพการเมืองของประเทศไทย ไม่มีความจำเป็น เพราะเรายังมีหนทางที่เดินไปได้ ไม่จำเป็นต้องไปเดินบนถนน ส่วนหากจัดกิจกรรมจะต้องขอพื้นที่ กทม.หรือไม่ พล.อ.อนุพงษ์ ระบุว่า ต้องไปดูข้อกฎหมายว่าจะต้องขออนุญาตใคร ถ้าไม่ขอก็อาจมีความผิด ไม่ส่งผลดีและจะนำมาซึ่งเงื่อนไข การจะทำอะไรก็ต้องไปขออนุญาตให้ถูกต้อง 

เรียบเรียงบางส่วนจาก : voice online

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

พื้นที่ประชาสัมพันธ์