ดูรากเหง้าปัญหาการเมืองโบลิเวีย เมื่อรัฐบาลใหม่ฆ่าประชาชน 'เยี่ยงสุนัข'

สื่อนอกรายงานเรื่องของรัฐบาลหลังการรัฐประหารในโบลิเวีย ที่มีการใช้กำลังทหารปราบปรามสังหารผู้ชุมนุมต่อต้าน มีนักกิจกรรมรายงานถึงการใช้กำลังสังหารผู้ประท้วงปิดโรงงานเชื้อเพลิงในเมืองของชนพื้นเมือง การปราบปรามแม้กระทั่งการจัดพิธีศพอย่างสงบเพื่อรำลึกถึงผู้เสียชีวิต โดยมีการเรียกร้องให้หัวหน้าข้าหลวงใหญ่ด้านสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติเข้าไปตรวจสอบและมีการแทรกแซงเพื่อแก้ไขความขัดแย้ง

26 ธ.ค. 2562 หลังมีการรัฐประหารโค่นล้มอดีตผู้นำอีโว โมราเลส ประชาชนในโบลิเวียก็พากันชุมนุมประท้วงรวมถึงการเรียกร้องให้นัดหยุดงานประท้วงในระดับประเทศ โดยที่การประท้วงปิดทางเข้าออกโรงงานเชื้อเพลิงเซนคาตา ในเมืองเอลอัลโต เมืองของกลุ่มชนพื้นเมือง ก็เป็นส่วนหนึ่งของการประท้วงสไตรค์ในครั้งนี้

ในการประท้วงครั้งนั้นประชาชนในพื้นที่เอล อัลโต วางแผงกั้นปิดล้อมทางเข้าออกโรงงานเซนคาตา ทำให้รถบรรทุกเชื้อเพลิงเข้าออกโรงงานไม่ได้เพื่อเป็นตัดทรัพยากรเชื้อเพลิงหลักของโบลิเวีย ฝ่ายรัฐบาลจากการรัฐประหาร ของโบลิเวียก็ส่งกองกำลังทั้ง เฮลิคอปเตอร์ รถถัง และทหารติดอาวุธหนัก เข้าไปปราบปรามประชาชนผู้ประท้วงในวันที่ 18 พ.ย. ที่ผ่านมา

หลังจากนั้นในวันที่ 19 พ.ย. ก็เกิดเหตุรุนแรงขึ้นจากการที่ทหารยิงแก็สน้ำตาก่อนที่จะยิงกระสุนจริงเข้าใส่ผู้ชุมนุม มีเดีย เบนจามิน จากองค์กร Code Pink เล่าว่าเธอไปถึงในเหตุการณ์หลังจากการกราดยิงเกิดขึ้นไม่นาน คนในพื้นที่พาเธอไปที่คลินิคที่มีแพทย์และพยาบาลกำลังพยายามรักษาผู้บาดเจ็บอย่างสุดความสามารถภายใต้สภาพที่ยากลำบากจากการขาดแคลนอุปกรณ์ทางการแพทย์ เธอเห็นผู้คนจำนวนหนึ่งเสียชีวิตจากรอยกระสุนหลายรอย มีแม่คนหนึ่งร้องไห้ให้กับลูกชายที่ถูกยิงพร้อมกับบอกว่า "พวกเขาฆ่าทำเหมือนพวกเราเป็นสุนัข" มีตัวเลขออกมาหลังจากนั้นระบุว่ามีผู้เสียชีวิต 8 ราย

หลังจากนั้นหนึ่งวันโบสถ์ในท้องถิ่นก็กลายเป็นที่เก็บศพชั่วคราว มีผู้คนหลายร้อยคนรวมตัวกันเพื่อช่วยปลอบใจครอบครัวของผู้เสียชีวิตและบริจาคเงินค่าโลกศพและค่าฌาปนกิจให้ รวมถึงร่วมกันประณามรัฐบาลที่ทำการโจมตีใส่ผู้ชุมนุม และประณามสื่อในประเทศที่ไม่ยอมบอกเล่าความจริงเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้น ส่วนหนึ่งเป็นเพราะรัฐบาลรักษาการจากการรัฐประหารข่มขู่คุกคามนักข่าวว่าจะฟ้องร้องข้อหายุยงปลุกปั่นถ้าหากพวกเขาทำข่าวการประท้วงโดยอ้างว่าเป็นการ "เผยแพร่ข้อมูลเท็จ" ทำให้สื่อจำนวนมากไม่ไปทำข่าวในที่ชุมนุม

แต่เบนจามินก็บอกว่าในความเป็นจริงแล้วเป็นฝ่ายรัฐบาลเองต่างหากที่เผยแพร่ข้อมูลเท็จ จากการที่รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหม เฟอร์นานโด โลเปซ แถลงอ้างในสิ่งที่เหลวไหลมากว่าทหาร "ไม่ได้ยิงกระสุนเลยแม้แต่นัดเดียว" และอ้างว่า "กลุ่มก่อการร้าย" พยายามใช้ระเบิดไดนาไมต์ฝ่าเข้าไปในโรงงานเชื้อเพลิง

พื้นเพของรัฐประหารล่าสุดในโบลิเวียนี้มาจากความขัดแย้งไม่ลงรอยกันในเรื่องผลการเลือกตั้งเมื่อช่วงปลายเดือน ต.ค. ที่ผ่านมา จากการที่มีข้ออ้างว่าโมราเลสทำการโกงการเลือกตั้ง และองค์การรัฐอเมริกัน (OAS) ที่ส่งผู้แทนเข้าไปตรวจสอบการเลือกตั้งก็รายงานว่ามีการโกงการเลือกตั้ง แต่ศูนย์เพื่อการวิจัยเศรษฐกิจและนโยบายจากสหรัฐฯ ก็โต้แย้งว่าข้ออ้างเรื่องการโกงการเลือกตั้งไม่เป็นความจริง

รัฐประหารหรือไม่ แล้วไง ดูสาเหตุ-คำถามเชิงโครงสร้างในการเมืองโบลิเวียสีเทา

หลังจากที่มีการรัฐประหาร อดีตประธานาธิบดี อีโว โมราเลส  ก็หนีออกจากประเทศเพราะถูกคุกคามเอาชีวิต โมราเลสเป็นผู้ที่มีภาพลักษณ์ดี ในฐานะที่ทำให้ประเทศกลับมามีเสถียรภาพหลังจากผ่านรัฐประหารมาหลายครั้ง เป็นผู้นำประเทศคนแรกที่เป็นชนพื้นเมือง และสามารถลดคระดับความยากจนและความเหลื่อมล้ำได้

หลังจากโมราเลสออกจากประเทศ รัฐบาลรักษาการก็แต่งตั้ง ส.ว. เจนีน อันเยซ ขึ้นดำรงตำแหน่งรักษาการประธานาธิบดีทั้งที่ไม่ได้รับการโหวตอนุมัติจากสภา รายงานของเบนจามินตั้งข้อสังเกตอีกว่ารัฐบาลรักษาการของโบลิเวียพยายามผลักดันแนวคิดแบบคริสเตียนเป็นใหญ่ให้อยู่เหนือชนพื้นเมืองและส่งผลให้เกิดการเหยียดเชื้อชาติเพิ่มขึ้นต่อกลุ่มชาติพันธุ์ผู้ที่ประท้วงเรียกร้องให้เคารพในวัฒนธรรมและประเพณีของพวกเขา

หลังจากการรัฐประหารในโบลิเวียก็มีการกดขี่และละเมิดสิทธิมนุษยชนจากคำสั่งของรัฐบาล โดยมีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 33 ราย บาดเจ็บอย่างน้อย 804 ราย และถูกจับกุมอย่างน้อย 1,511 ราย จากการสำรวจข้อมูลเมื่อปลายเดือน พ.ย. ที่ผ่านมา เบนจามินระบุว่าความขัดแย้งนี้มีทีท่าว่าจะเลวร้ายลงเรื่อยๆ นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมชาวโบลิเวียจำนวนมากถึงพยายามเรียกร้องให้นานาชาติเข้ามาแทรกแซงช่วยเหลือ

เบนจามินระบุว่าเธอเคยเรียกร้องให้ มิเชล บาเชเลต์ ข้าหลวงใหญ่ด้านสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติและอดีตประธานาธิบดีชิลี เข้าร่วมเยี่ยมชมสิ่งที่เกิดขึ้นบนภาคพื้นดินในโบลิเวียจากที่สำนักงานข้าหลวงใหญ่ฯ กำลังส่งเจ้าหน้าที่เชิงเทคนิคมาที่โบลิเวียแต่สถานการณ์ในตอนนี้ต้องการคนที่มีตำแหน่งสำคัญมากอย่างบาเชเลต์มาเอง เพื่อให้เกิดความยุติธรรมเชิงฟื้นฟูเหยื่อจากความรุนแรง และเพื่อให้เกิดการเจรจาหารือยุติความตึงเครียดให้โบลิเวียกลับสู่ประชาธิปไตยได้

สำหรับกรณีความขัดแย้งในโบลิเวียนั้นมีปมความซับซ้อนในหลายๆ ด้าน นิตยสารฝ่ายซ้าย Dissent นำเสนอว่าสื่อกระแสหลักอาจจะมองเรื่องการปราบปรามผู้ชุมนุมเป็นความขัดแย้งทางเชื้อชาติสีผิวที่ "จู่ๆ ก็ปะทุขึ้นให้เห็น" แต่ความขัดแย้งทางเชื้อชาตินี้มีการพยายามจุดกระแสมานานแล้วโดยกลุ่มลัทธิคนขาวเป็นใหญ่ที่มีลักษณะข้ามชาติไปถึงในโบลิเวียและมีการจัดการวางแผนอย่างจริงจัง

ขณะเดียวกัน Dissent ก็เตือนว่าฝ่ายโบลิเวียและพรรคการเมืองสังคมนิยม MAS ในโบลิเวียเองก็มีปัญหา และขอให้ฝ่ายซ้ายทั่วโลกไม่ละเลยการวิจารณ์ในเรื่องนี้ ไม่มองแค่ภาพโรแมนติคว่าโมราเลสเป็นตัวแทนของชนพื้นเมืองและคนจน เพราะว่าในช่วงเวลาที่พรรค MAS เป็นรัฐบาล ก็ได้ละทิ้งกลุ่มชาติพันธุ์ฝ่ายซ้ายเช่นกัน

ฝ่ายขวาในโบลิเวียมีการเตรียมการมาเป็นเวลานานในซานตาครูซ เมืองใหญ่ทางเศรษฐกิจของโบลิเวีย อาศัยความไม่พอใจในโมราเลสเพื่อให้ขบวนการตัวเองเติบโตขึ้น รวมถึงมีแหล่งเงินจากนักธุรกิจชนชั้นนำในซานตาครูซคอยหนุนหลัง รวมถึงการใช้เทคโนโลยีและทรัพยากรที่ได้รับมาจากสหรัฐฯ ในการพัฒนาธุรกิจต่างๆ ของซานตาครูซเองอย่างอุตสาหกรรมน้ำตาลทำให้เกิดกลุ่มคณาธิปไตยคอยหนุนหลังฝ่ายขวาเหล่านี้ และกองทัพเองโบลิเวียเองก็รวบเข้าไปอยู่ในการวางแผนการรัฐประหารครั้งล่าสุดที่มีการวางแผนอย่างจริงจังนี้ด้วย

นอกจากการวางแผนจัดการของฝ่ายขวาแล้ว รัฐบาลโมราเลสเองก็อ่อนแอลงเพราะตัวเขาและนักการเมืองพรรคของเขาทำให้ฝายซ้ายและชนพื้นเมืองรู้สึกแปลกแยก นักวิชาการที่เป็นชนพื้นเมืองไอมารา ซิลเวีย ริเวรา คุซิคังควี กล่าวว่ากุญแจสำคัญคือการที่โมราเลสใช้อำนาจในการสร้างความแตกแยกและลดกำลังลงในการเคลื่อนไหวทางสังคมที่เป็นฝ่ายซ้ายผู้สนับสนุนเขา การทำเช่นนี้ทำให้เกิดหนทางความเป็นไปได้แบบเดียวและไม่อนุญาตให้มีเสรีภาพ

เรียบเรียงจาก

They’re Killing Us Like Dogs: A Massacre in Bolivia and a Plea for Help, Medea Benjamin, Mint Press News, Dec. 22, 2019

The Roots of the Right-Wing Coup in Bolivia, The Dissent, Dec. 23, 2019

ข้อมูลเพิ่มเติมจาก
https://en.wikipedia.org/wiki/2019_Bolivian_protests

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์