อินเดียนัดหยุดงานใหญ่สุดในโลก ประท้วงนโยบายรัฐบาล คนร่วม 250 ล้านคน

สหภาพแรงงาน 10 แห่งในอินเดียนัดหยุดงานประท้วงพร้อมกัน เพื่อประท้วงนโยบายของรัฐบาลนเรนทรา โมดี ที่ไม่ตอบโจทย์ปัญหาเศรษฐกิจชะลอตัวและการว่างงาน รวมถึงประท้วงในเรื่องที่ไม่ปฏิบัติตามข้อเรียกร้อง 12 ข้อของสหภาพฯ ที่ต้องการให้ปรับค่าแรงขั้นต่ำ ปรับสวัสดิการหลังเกษียณอายุ และกระบวนการปฏิรูปแรงงาน

ภาพการชุมนุมประท้วงส่วนหนึ่ง (ที่มา: Centre of India Trade Union)

9 ม.ค. 2563 เมื่อวานนี้ (8 ม.ค.) แรงงานในอินเดียทำการนัดหยุดงานประท้วงครั้งใหญ่ที่สุดในโลก โดยที่มีสหภาพแรงงาน 10 สหภาพประกาศประท้วงทั้วประเทศในแบบที่เรียกว่า "ภารัต บันด์" มีแรงงานราว 250 ล้านคนเข้าร่วม พวกเขาประท้วงแสดงความไม่พอใจต่อนโยบายของนายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี ทั้งในเรื่องเศรษฐกิจและในเรื่องสวัสดิการสังคม โดยกล่าวหาว่าโมดีเน้นเรื่องการแปรรูปเป็นเอกชนมากเกินไป แต่ไม่ได้ใส่ใจในเรื่องการจ้างงานและการเติบโตทางเศรษฐกิจ

แรงงานที่ร่วมกันนัดหยุดงานในครั้งนี้มีทั้งแรงงานจากภาคส่วนการคมนาคมขนส่ง ภาคการธนาคาร แรงงานเหมืองถ่านหิน ซึ่งสหภาพระบุว่ามีคนทำงานภาคส่วนธนาคารอย่างน้อย 500,000 คน ร่วมมือกับแรงงานราว 600,000 คนจากภาคส่วนเหมืองถ่านหิน

กลุ่มสหภาพแรงงานกล่าวหาว่ารัฐบาลกลางของอินเดียเพิกเฉยต่อ "ข้อเรียกร้อง 12 ข้อ" ของสหภาพแรงงาน ในข้อเรียกร้องเหล่านี้ประกอบด้วยการขอให้มีการขึ้นอัตราค่าจ้างขั้นต่ำรายเดือนเป็นเดือนละอย่างน้อย 21,000 รูปี (ราวเกือบ 9,000 บาท) เพิ่มการจ้างงาน ยกเลิกนโยบายการใช้วิธีจ้างแบบเหมาช่วงกับลูกจ้างถาวร รวมถึงให้เงินเดือนกับสวัสดิการแก่ลูกจ้างแบบเหมาช่วงเทียบเท่ากับลูกจ้างทั่วไปกับงานที่มีลักษณะเดียวกัน ให้มีการหารือกันในหลายระดับในเรื่องปฏิรูปแรงงาน ห้ามไม่ให้มีการแปรรูปรัฐวิสาหกิจเป็นของเอกชน และเรียกร้องระบบบำนาญแบบถ้วนหน้า

อินเดียกำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อทางเศรษฐกิจ จากการที่เศรษฐกิจชะลอตัว มีความชะงักงันในภาคส่วนการจ้างงาน และมีปัญหาว่างงานเกิดขึ้นมาก มีคนว่างงานคิดเป็นร้อยละ 7.7 ของประเทศจากการประเมินในเดือน ธ.ค. 2562 ในประเทศที่มีประชากรราว 1,300 ล้านคน ขณะที่การเติบโตทางเศรษฐกิจมีโอกาสจะอยู่ที่ร้อยละ 5 ในปีงบประมาณนี้ ซึ่งจะถือว่าต่ำที่สุดในรอบ 11 ปี

ศูนย์เพื่อสหภาพแรงงานอินเดียซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มที่เข้าร่วมประท้วงระบุว่า "รัฐบาลอินเดียล้มเหลวในการจัดการกับปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจ ขณะเดียวกันก็มุ่งแต่จะแปรรูปภาคส่วนรัฐวิสาหกิจและขายทรัพยากรธรรมชาติกับทรัพย์สินของสาธารณะให้กับเอกชน สิ่งเหล่านี้ถือว่าเป็นการลดทอนผลประโยชน์ของประเทศและการพัฒนาประเทศ"

ซี.เอช. เวนกาตาชาลัม เลขาธิการใหญ่ของสมาคมลูกจ้างธนาคารทั้งหมดของอินเดีย กล่าวว่า นโยบายของรัฐบาลโมดีทำให้เกิดการหดตัวของเศรษฐกิจและสร้างหนี้สินให้กับธนาคาร รัฐบาลจึงควรมีการดำเนินการเพื่อกระตุ้นอุปสงค์การบริโภคโดยการให้ผลประโยชน์กับผู้ใช้แรงงาน

เรียบเรียงจาก

World’s largest strike stops India: 250 million workers out against Modi, AsiaNews, Jan. 8, 2020  

12 point charter of demands of joint trade union movement, Centre of India Trade Union

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์