นักเศรษฐศาสตร์อเมริกันชี้ บรรษัทใหญ่สร้างภาพว่าต้านเหยียดผิว

นักเศรษฐศาสตร์ อดีต รมว.แรงงานสหรัฐฯ วิจารณ์บรรษัทหลายแห่งในสหรัฐฯ ออกมาพูดถึงเรื่อง #BlackLivesMatter แค่เพียงสร้างภาพ แต่ในการปฏิบัติแล้วยังกดขี่คนงานที่เป็นคนผิวสี ทั้งนี้ยังวิจารณ์รัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าดำรงการเหยียดผิวเอาไว้เพื่อกลบปัญหาอื่นๆ รวมถึงปัญหาการความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ

ในช่วงที่กระแส #BlackLivesMatter กำลังกลายเป็นที่สนใจของประชาชน มีหัวหอกของบรรษัทใหญ่หลายแห่งออกมาพูดในทำนองต่อต้านการเหยียดเชื้อชาติและสนับสนุนความเป็นธรรมทางเชื้อชาติสีผิว เช่นผู้อำนวยการใหญ่ของธนาคารการลงทุนเจพีมอร์แกนเชส หรือแลร์รี ฟิงค์ ซีอีโอของกองทุนการลงทุนแบล็กร็อคที่ต่างก็แสดงออกในเชิงต่อต้านการเหยียดเชื้อชาติสีผิว หรือทางสตาร์บัคที่ประกาศจะยืนหยัดร่วมกันกับคนดำทั้งที่เป็นพนักงาน ลูกค้า หรือคนในชุมชน ประธานของธนาคารโกลแมน แซคส์ เดวิดโซโลมอนก็พูดแบบเดียวกันว่าเขาเจ็บปวดกับเหยื่อของการเหยียดเชื้อชาติสีผิวในสหรัฐฯ ที่ถูกสังหาร

แต่โรเบิร์ต ริช นักเศรษฐศาสตร์ผู้เคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงแรงงานสหรัฐฯ ได้ออกมาวิจารณ์ว่าเศรษฐีเหล่านี้แค่ออกมาสร้างภาพเท่านั้น เพราะในความเป็นจริงแล้วเศรษฐเหล่านี้ทำให้ชีวิตของคนผิวสียากลำบากชึ้น เช่นกรณีของเจพีมอร์แกน พวกเขามีมาตรการในแบบที่ทำให้คนดำกู้ยืมได้ยากลำบากขึ้นอย่างการชาร์จดอกเบี้ยคนดำในราคาที่สูงกว่าคนขาวรวมถึงบางกรณีก็ปฏิเสธให้คนดำกู้ยืมแต่กลับให้คนขาวกู้ยืมได้ในกรณีแบบเดียวกัน จนทำให้เคยมีการฟ้องร้องเรื่องการเลือกปฏิบัติต่อคนดำเมื่อปี 2560

ริชยังแฉอีกว่ากรณีของกองทุนแบล็กร็อคก็เป็นหนึ่งในนักลงทุนเรือนจำเอกชนรายใหญ่ที่สุดที่มีการคุมขังคนดำและคนละตินจำนวนมาก ริชพูดถึงกรณีสตาร์บัคว่ามีการห้ามไม่ให้บาริสตาของตัวเองสวมชุดที่มีคำว่า Black Lives Matter หรือ "ชีวิตคนดำก็มีความหมาย" อันเป็นสโลแกนต่อต้านการใช้ความรุนแรงเกินกว่าเหตุต่อคนดำ นอกจากนี้ยังมีกรณีการเหยียดสีผิวเกิดขึ้นจากการที่ผู้จัดการสตาร์บัคกล่าวหาว่าลูกค้าคนดำ "บุกรุก" และปฏิเสธไม่ให้เข้าใช้ห้องน้ำเดียวกับลูกค้าคนขาว

ในกรณีของโกลด์แมนแซคส์ ก็เคยมีกรณีที่ผู้บริหารที่เป็นคนดำ เฟรเดอริค บาบา วิจารณ์ผู้จัดการบริษัทว่าไม่ยอมสนับสนุนคนทำงานธนาคารตัวเล็กๆ ที่มีพื้นเพมาจากผู้มีความหลากหลายทางเพศหรือเชื้อชาติสีผิว

ริชระบุอีกว่าขณะเดียวกับที่กลุ่มบรรษัทออกมารักษาภาพลักษณ์ของตัวเองในช่วงที่มีการเรียกร้องอย่างหนัก พวกเขาก็ดำเนินการเบื้องหลังโดยการล็อบบีกับรัฐบาลเพื่อให้มีการปรับลดภาษีพวกเขาจำนวนมากและพยายามสกัดกั้นไม่ให้มีการเก็บภาษีจากความมั่งคั่ง การที่บรรษัทเหล่านี้เลี่ยงภาษีกลายเป็นการทำให้ประเทศไม่มีงบประมาณมากพอจะพัฒนาโรงเรียนให้ชุมชนที่ยากจน ทำให้ขาดงบประมาณในการให้บริการสวัสดิการสุขภาพที่ดีพอ และไม่สามารถจัดหาที่อยู่อาศัยที่ผู้คนสามารถเข้าถึงได้

"ซีอีโอเหล่านี้ต่อต้านค่าแรงที่ยังชีพได้และรายได้ขั้นพื้นฐานแบบถ้วนหน้าสำหรับประชาชน พวกเขาไม่ต้องการปฏหมายต่อต้านการผูกขาดที่จะกลายเป็นสิ่งขัดขวางอำนาจทางตลาดของพวกเขา ดังนั้นทำให้ผู้บริโภคต้องจ่ายหนักขึ้น" ริชกล่าว รวมถึงยังพูดถึงการขัดขวางกระบวนการอื่นๆ ที่กลายเป็นการทำให้คนดำและคนผิวสีน้ำตาลต้องรับภาระมากขึ้น

ที่น่าสังเกตสำหรับริชคือการที่กลุ่มคนรวยเหล่านี้ไม่ออกปากต่อต้านการเหยียดเชื้อชาติสีผิวของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้ที่อาศัยวาทะแบบทฤษฎีสมคบคิดในเชิงเชื้อชาติสีผิวที่ส่งเสริมแนวคิดของกลุ่มที่เชื่อว่าคนขาวเป็นใหญ่ ริชมองว่านี้เป็นเรื่องที่ยิ่งกว่าการมือถือสากปากถือศีลจากการที่กลุ่มคนรวยล้นฟ้ามีทรัพย์สินและอำนาจมากในระดับที่ไม่เคยเป็นมาก่อนในช่วงตลอดกว่า 200 ปีที่ผ่านมา ในระดับที่จะส่งผลต่อเรื่องการควบคุมการออกกฎหมายและจัดการระบบให้เอื้อต่อผลประโยชน์ของตัวเอง

นับตั้งแต่ที่มีการระบาดหนักของ COVID-19 จนถึงตอนนี้กลุ่มเศรษฐีเหล่านี้มีความร่ำรวยมากขึ้น 565,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในขณะที่ชาวอเมริกัน 42.6 ล้านคนต้องแจ้งรับสวัสดิการคนว่างงาน การสูญเสียงานส่งผลอย่างมากต่อกลุ่มคนดำ และช่องว่างความมั่งคั่งทางเชื้อชาติสีผิวในสหรัฐฯ ก็ถ่างกว้างมากขึ้นเรื่อยๆ

ดังนั้นแล้วริชจึงมองว่าการที่คนรวยและนักการเมืองอย่างทรัมป์จงใจปล่อยให้การเหยียดเชื้อชาติสีผิวในระบบยังดำเนินต่อไปกลายเป็นการบีบให้คนจนทั้งคนขาวและคนดำไม่หันมามองการฉกฉวยรีดไถทรัพยากรของคนรวยเหล่านี้ ไม่มองว่าระบบตลาดปัจจุบันถูกดัดแปลงให้เอื้อต่อกลโกงของพวกเขา และทำให้คนหลงเชื่อไปว่าตัวเองได้รับรายได้ตามความสามารถซึ่งไม่จริงเพราะผู้คนเหล่านี้อยู่ภายใต้ระบบที่ไม่เป็นธรรม

ริชยังวิจารณ์ทรัมป์อีกว่า ทรัมป์เป็นประธานาธิบดีที่เอื้อประโยชน์ให้กับระบบพวกพ้องชนชั้นนำมากที่สุดไม่ใช่แค่เรื่องการปรับลดภาษีให้ชนชั้นนำเหล่านี้ แต่ยังระงับกฎหมายก้าวหน้าที่สร้างความเป็นธรรมอื่นๆ ด้วย

เรียบเรียงจาก
Trump stokes division with racism and rage – and the American oligarchy purrs, The Guardian, 14-06-2020

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์