เปิดไทมไลน์ชวนสงสัย หลังอัยการสั่งไม่ฟ้องทุกข้อหา ‘บอส อยู่วิทยา’ ขับรถชนตำรวจตาย

12 มิ.ย. อัยการมีหนังสือสั่งไม่ฟ้องทุกข้อหา หลังจากนั้น 1 ก.ค.63 ตร.เผยสอบถามไปยังบางประเทศ 27 มิ.ย.63 อัยการเองแจงตามตัว ย้ำอายุความฟ้องได้ถึง ก.ย. 70 ขณะที่ 25 มิ.ย.63 ป.ป.ช. เพิ่งชี้มูล 'อดีตผบก.น.5' พร้อมพวกผิดวินัยไม่ร้ายแรง ช่วยหลบหนี ส่วนก่อนหน้านั้น 30 เม.ย.63 'ครอบครัวอยู่วิทยา' ตอบรับประยุทธ์ หนุนเงินทุนเบื้องต้น 300 ล้าน

 

24 ก.ค.2563 หลังจากสำนักข่าว ซีเอ็นเอ็น รายงานเมื่อ 23 ก.ค.ที่ผ่านมา โดยอ้างการให้สัมภาษณ์ของ พ.ต.อ. สัมพันธ์ เหลืองสัจจกุล ผกก.สน.ทองหล่อ ที่ระบุว่า ตำรวจได้รับแจ้งจากสำนักงานอัยการเรื่องการตัดสินใจไม่สั่งฟ้องวรยุทธ อยู่วิทยา หรือ บอส ในทุกข้อกล่าวหา เมื่อ 12 มิ.ย. ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ได้แจ้งเรื่องนี้ต่อวรยุทธ และเพิกถอนหมายจับแล้ว นั้น

ย้อนไปเมื่อ 3 ก.ย. 2555 วรยุทธ ตกเป็นผู้ต้องหาเกี่ยวกับคดีขับรถยนต์เฟอร์รารี่ ที่เฉี่ยวชนรถจักรยานยนต์ของ ด.ต.วิเชียร กลั่นประเสริฐ ผบ.หมู่ ป.สน.ทองหล่อ ซึ่งออกมาปฏิบัติหน้าที่ จนเสียชีวิต และ วรยุทธ ถูกตั้งข้อหาขับรถขณะมึนเมา, ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย, ขับรถเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนด เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และไม่หยุดรถให้ความช่วยเหลือผู้ถูกชน

แม้หนังสือจากอัยการจะออกเมื่อวันที่ 12 มิ.ย. ที่ผ่านมา แต่ในทางสาธารณะช่วงเวลานั้น ทางการไทยกลับดูมีท่าทีจริงจังที่จะตามตัวมาดำเนินคดีอยู่ 

1 ก.ค.63 : ตร.เผยสอบถามไปยังบางประเทศ

1 ก.ค.63 PPTV Online รายงานว่า พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนะเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) เปิดเผยว่า ล่าสุดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ทำหนังสือสอบถามไปยังบางประเทศ ไม่ขอเปิดเผยว่าประเทศใด แต่เป็นประเทศที่เราพบความเคลื่อนไหวของวรยุทธ เพื่อสอบถามข้อมูลของวรยุทธ แต่ยังไม่ได้รับคำตอบ ขณะเดียวกันก็ทวงถามจากอินเตอร์โพล หรือตำรวจสากล ที่มีประเทศสมาชิก 194 ประเทศ เพื่อขอให้ติดตามข้อมูลให้ช่วยตามตัว คุมตัว อย่างต่อเนื่อง ก็ยังไม่ได้รับคำตอบเช่นกัน

รองโฆษก สตช. ยืนยันว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติไม่นิ่งนอนใจในการติดตามตัว โอกาสที่จะได้ตัว หรือไม่ได้เป็นไปได้ทั้งนั้น เหมือนกับผู้ต้องหาที่หลบหนีไปต่างประเทศรายอื่นๆ บางรายก็ได้ตัว บางรายก็ไม่ได้ เป็นเรื่องของประเทศนั้นๆว่าจะติดตามตัวให้หรือไม่ เราไม่สามารถควบคุมได้ แต่ยืนยันว่าพยายามติดตามตัวอย่างต่อเนื่อง

27 มิ.ย.63 : อัยการแจงตามตัว ย้ำอายุความฟ้องได้ถึง ก.ย. 70 

27 มิ.ย.63 ไทยโพสต์รายงานว่า ประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวถึงขั้นตอนการติดตามตัววรยุทธ ผู้ต้องหา ที่อัยการสั่งฟ้อง (เมื่อปี 2558) ในคดีขับรถ (รถสปอร์ตเฟอร์รารี่) โดยประมาททำให้ผู้อื่น (ดาบตำรวจทองหล่อ) ถึงแก่ความตาย (ถ.สุขุมวิท) หลังจากที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ได้มีมติวันที่ 26 มิ.ย.2563 ชี้มูลความผิดวินัยไม่ร้ายแรงและประมาทเลินเล่อในหน้าที่ราชการ ในส่วนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ 7 คน ไม่ดำเนินการตามขั้นตอนคดีให้ครบถ้วนเป็นเหตุให้ผู้ต้องหาหลบหนี ว่า สำนวนคดีของ วรยุทธ อัยการสำนักงานคดีอาญากรุงเทพใต้ ได้มีคำสั่งฟ้องในข้อหา ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 291 มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี ซึ่งตามกฎหมายจะมีอายุความในการติดตามตัวผู้ต้องหามาดำเนินคดีเพื่อยื่นฟ้องศาลภายใน 15 ปี นับตั้งแต่วันเกิดเหตุเมื่อวันที่ 3 ก.ย. 2555 ดังนั้นคดีจึงจะครบกำหนดที่จะขาดอายุความในวันที่ 3 ก.ย. 2570 เท่ากับนับจากนี้จึงมีเวลา 7 ปีที่จะติดตามตัวผู้ต้องหามายื่นฟ้องต่อศาลตามคำสั่งฟ้องขอบอัยการดังกล่าว

ประยุทธ ยังกล่าวอธิบายขั้นตอนการติดตามตัวอีกว่า เมื่ออัยการได้มีคำสั่งฟ้องแล้ว แต่ตัวของวรยุทธ ได้หลบหนี ขณะที่คดีมีหมายจับที่ศาลได้ออกไว้แล้ว หากพบว่าวรยุทธ อยู่ในประเทศไทย เจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งเป็นผู้มีอำนาจหน้าที่ถ้าเจอตัวที่ไหนก็สามารถจับกุมตัวมาส่งให้อัยการยื่นฟ้องต่อศาลได้ทันที แต่ปัจจุบันเท่าที่ทราบจากสื่อปรากฏข้อเท็จจริงว่าวรยุทธได้หลบหนีอยู่ต่างประเทศ ดังนั้นเมื่อตัวผู้ต้องหาอยู่ต่างประเทศก็ต้องขอให้ส่งผู้ร้ายข้ามแดน

25 มิ.ย.63 : ป.ป.ช.ชี้มูล 'อดีตผบก.น.5' พร้อมพวกผิดวินัยไม่ร้ายแรง ช่วยหลบหนี

25 มิ.ย.63 กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ รายงานว่า ณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิดในคดีที่มีการกล่าวหา พล.ต.ต.กฤษฏิ์ เปียแก้ว เมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 5, พ.ต.อ.สุคุณ พรหมายน รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 5, พ.ต.อ.ไตรเมต อู่ไทย รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 5, พ.ต.อ.ชุมพล พุ่มพวง ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลทองหล่อ,พ.ต.อ.สัมฤทธิ์ เกตุแย้ม,พ.ต.ท.วิบูลย์ ถิ่นวัฒนากูล และ พ.ต.ท.วิรดล ทับทิมดี ฐานกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ หรือกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ในการยุติธรรม กรณีสอบสวนช่วยเหลือ วรยุทธ ไม่ให้ถูกดำเนินคดีขับรถขณะเมาสุรา ขับรถเร็วเกินกว่าอัตรากฎหมายกำหนด และไม่ดำเนินการออกหมายจับวรยุทธ เพื่อให้ได้ตัวมาส่งพนักงานอัยการฟ้องดำเนินคดีตามกฎหมายเป็นเหตุให้ผู้ต้องหาหลบหนี 

คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติว่า มีมูลความผิด โดยแยกเป็นกรณี ประกอบด้วย 1.กรณีมีเจตนาละเว้นไม่ดำเนินคดีกับวรยุทธในความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด และ 2.กรณีไม่นำรายงานผลการคำนวณความเร็วของกองพิสูจน์หลักฐานซึ่งพบว่า วรยุทธ ขับขี่รถยนต์ ด้วยความเร็วโดยเฉลี่ย 177 กิโลเมตรต่อชั่วโมง มาประกอบการทำความเห็นในทางคดีนั้น ป.ป.ช.มีมติว่า พ.ต.ท.วิรดล ทับทิมดี มีมูลความผิดทางวินัยไม่ร้ายแรง ฐานไม่ปฏิบัติหน้าที่ราชการด้วยความตั้งใจอุตสาหะ เพื่อให้เกิดผลดีหรือความก้าวหน้าแก่ราชการ เอาใจใส่ ระมัดระวังรักษาผลประโยชน์ของ ทางราชการ และประมาทเลินเล่อ ในหน้าที่ราชการตาม พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 มาตรา 78 (9) ทั้งนี้ ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 23 วรรคสอง

ส่วนกรณีละเว้นไม่ดำเนินการออกหมายจับวรยุทธนั้น ป.ป.ช.มีมติว่า พ.ต.อ.ชุมพล พุ่มพวง พ.ต.อ.สัมฤทธิ์ เกตุแย้ม พ.ต.ท.วิบูลย์ ถิ่นวัฒนากูล และพ.ต.ท.วิรดล ทับทิมดี มีมูลความผิดทางวินัยไม่ร้ายแรง ตาม พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 มาตรา 78 (9)

ส่วนกรณีคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนร่วมลงนามในสำนวนการสอบสวนคดีจราจร 632/2555 ของสถานีตำรวจนครบาลทองหล่อนั้น ป.ป.ช.มีมติว่า พล.ต.ต.กฤษฏิ์ เปียแก้ว พ.ต.อ.สุคุณ พรหมายน และพ.ต.อ.ไตรเมต อู่ไทย ในฐานะผู้บังคับบัญชา ไม่กำกับดูแล ติดตามเพื่อให้การสอบสวนเป็นไปโดยถูกต้องรอบคอบและเป็นธรรมเพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายอันถือเป็นความบกพร่องซึ่งมีมูลความผิดทางวินัยไม่ร้ายแรง ตาม พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 มาตรา 78 (9) เช่นกัน

โดย ป.ป.ช.มีมติให้ส่งรายงานสำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน และคำวินิจฉัยไปยังผู้บังคับบัญชาเพื่อดำเนินการทางวินัยกับ พล.ต.ต.กฤษฏิ์ เปียแก้ว, พ.ต.อ.สุคุณ พรหมายน, พ.ต.อ.ไตรเมต อู่ไทย, พ.ต.อ.ชุมพล พุ่มพวง, พ.ต.อ.สัมฤทธิ์ เกตุแย้ม, พ.ต.ท.วิบูลย์ ถิ่นวัฒนากูล และพ.ต.ท.วิรดล ทับทิมดี ตามฐานความผิดดังกล่าว ตามพ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและ ปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 91 (2)

30 เม.ย.63 : 'ครอบครัวอยู่วิทยา' ตอบรับประยุทธ์ หนุนเงินทุนเบื้องต้น 300 ล้าน

30 เม.ย. 63 ไทยโพสต์รายงานว่า ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล เฉลิม อยู่วิทยา หนึ่งในมหาเศรษฐีเมืองไทย ที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ทำจดหมายขอความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาและช่วยเหลือประชาชน จากผลกระทบการแพร่ระบาดโควิด-19 ได้มอบหมาย ตัวแทนเข้ายื่นหนังสือตอบรับแก่นายกฯ โดยเสนอแผนทุ่มงบประมาณ 300 ล้านบาท ช่วยเหลือประชาชนภายใต้โครงการ “พึ่งตน เพื่อชาติ” ทั้งนี้มี พล.ต.อธิสิทธิ์ ไชยนุวัติ คณะทำงานนายกรัฐมนตรี เป็นตัวแทนรับหนังสือ 

ขณะที่วันนี้ (24 ก.ค.63) เดลินิวส์ออนไลน์ รายงานว่า  พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. ว่าทางเราได้รับเรื่องของคำสั่งเด็ดขาดสั่งไม่ฟ้องจากสำนักงานอัยการสูงสุด ทำให้ต้องถอนหมายจับในประเทศไทยที่ยังมีอายุความ และต้องประสานไปยังตำรวจสากลเพื่อถอนหมายอินเตอร์โพลทั้งหมด เช่นเดียวกับในส่วนของการส่งผู้ร้ายข้ามแดนก็ต้องถูกยกเลิกเช่นเดียวกัน 

วันนี้ เพจ ห้องสมุดสัญญา ธรรมศักดิ์ โพสต์ข้อความว่า การสั่งฟ้องหรือไม่ฟ้องคดีอาญาเป็นดุลพินิจของอัยการ เมื่อสั่งแล้วไม่มีองค์กรใดเปลี่ยนแปลงได้นอกจากผู้บังคับบัญชาในองค์กร ทั้งนี้ เป็นไปตามหลักประกันความอิสระของอัยการ อย่างไรก็ตามการใช้ดุลพินิจก็เป็นเรื่องการใช้ความเห็นของอัยการแต่ละคนซึ่งเป็นเรื่องอัตวิสัยอาจมีความผิดพลาดได้ การเปิดช่องให้มีการตรวจสอบควบคุมการสั่งคดีของอัยการจึงมีความสำคัญยิ่งเพื่อให้การสั่งคดีของอัยการจะดำรงไว้ซึ่งความถูกต้องเป็นธรรม โปร่งใส ตรวจสอบได้

แสดงความคิดเห็น

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

พื้นที่ประชาสัมพันธ์