ผู้ปราศรัย #ม็อบ2ธันวาไล่จันทร์โอชา เข้ารับทราบข้อหา ม.112 - เยาวชน 17 โดนเพิ่มอีก 1 รวม 40 คน

จิรฐิตา 1 ในผู้ปราศรัยเวที #ม็อบ2ธันวาไล่จันทร์โอชา ที่แยกลาดพร้าวเข้ารับทราบข้อหา ม.112 อีก 1 คน คนแจ้งความเป็นสมาชิกกลุ่มพลังประชาชนปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ (พปปส.) ล่าสุดผู้ต้องหาคดี ม.112 รวม 40 คนแล้ว มีเยาวชนอายุ 17 อีกเพิ่มอีก 1 คน

จิรฐิตา ภาพโดยศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน

5 ม.ค.2564 ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน รายงานว่า จิรฐิตา (สงวนนามสกุล) อดีตนักศึกษามหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เดินทางไปสน.พหลโยธิน เพื่อเข้ารับทราบข้อกล่าวหาหมิ่นประมาทกษัตริย์ ตามประมวลกฎหมายอาาญามาตรา 112 จากการขึ้นปราศรัยในการชุมนุม #ม็อบ2ธันวาไล่จันทร์โอชา เมื่อวันที่ 2 ธ.ค.2563 ที่ห้าแยกลาดพร้าว ซึ่งในคดีนี้ยังมีผู้ต้องหาอีก 5 คนที่เข้ารับทราบข้อกล่าวหาไปแล้ว

'รุ้ง-บอย' เข้ารับทราบข้อกล่าวหา ม.112 จาก #25พฤศจิกาไปSCB และ #2ธันวาไปห้าแยกลาดพร้าว

ศูนย์ทนายฯ รายงานอีกว่า คดีนี้ผู้ที่แจ้งความดำเนินคดีคือ ชุติมา เลี่ยมทอง กับพวก เป็นสมาชิกของกลุ่มพลังประชาชนปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ (พปปส.)

พนักงานสอบสวนแจ้งข้อหาทั้งหมด 8ข้อหา หมิ่นประมาทกษัตริย์, ยุยงปลุกปั่น มาตรา 116, ชุมนุมมั่วสุมตั้งแต่ 10 คน มาตรา 215, ไม่เลิกชุมนุมตามคำสั่งเจ้าพนักงาน มาตรา 216, กีดขวางจราจร มาตรา 385, ไม่แจ้งจัดชุมนุมตามพ.ร.บ.ชุมนุมฯ พ.ศ.2558, ใช้เครื่องขยายเสียง มาตรา 4พ.ร.บ.โฆษณาโดยเครื่องขยายเสียง และชุมนุมกันจำนวนมากมีโอกาสติดต่อโรค ตามพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ

พนักงานสอบสวนบรรยายพฤติการณ์ว่าจิรฐิตาได้ปราศรัยเล่าเหตุการณ์ตำรวจสลายการชุมนุมที่หน้ารัฐสภาเมื่อวันที่ 17 พ.ย.2563 ว่าเป็นความรุนแรง และกล่าวถึงการใช้มาตรา 112 ดำเนินคดีต่อผู้ที่ออกมาเรียกร้องการปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ และการเลือกข้างทางการเมืองของสถาบันกษัตริย์ และการตัดสินของศาลที่อ้างว่ากระทำภายใต้พระปรมาภิไธย

พนักงานสอบสวนระบุว่า คำปราศรัยดังกล่าวทำให้ประชาชนทั่วไปฟังแล้วเกิดความรู้สึกดูหมิ่น เกลียดชัง ขาดความศรัทธาในสถาบันพระมหากษัตริย์ จึงเป็นการร่วมกันหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ดูหมิ่น หมิ่นประมาทสถาบันพระมหากษัตริย์ และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และมีเจตนาร่วมกันทำให้ปรากฏแก่วาจา เพื่อยุยงให้ประชาชนแสดงออกถึงการวิพากษ์วิจารณ์และดูหมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์ และเพื่อให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน

ทั้งนี้จิรฐิตาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา และปฏิเสธจะลงลายมือชื่อในบันทึกการแจ้งข้อกล่าวหา แต่ได้เขียนข้อความ “ศักดินาจงพินาศ ประชาราษฎร์จงเจริญ” ลงไปแทน โดยตำรวจกำหนดวันยื่นคำให้การเป็นหนังสือเพิ่มเติมภายในวันที่ 3 ก.พ. 64 และได้ให้ปล่อยตัวผู้ต้องหาไป โดยไม่มีการควบคุมตัวไว้

ศูนย์ทนายความฯ รายงานอีกว่า ตั้งแต่มาตรา 112 เริ่มถูกนำกลับมาใช้ ณ ปัจจุบันมีคดีที่ประชาชนทั่วไปเป็นผู้แจ้งความดำเนินคดีแล้ว 12 คดี จากคดีมาตรา 112 ทั้งหมด 25 คดี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์คดีมาตรา 112 ในช่วงปีใหม่ที่ผ่านมานอกจากจิรฐิตา ยังมีเพิ่มมาอย่างน้อยอีก 2 คน ทำให้เวลานี้มีผู้ต้องหาในคดีมาตรา 112 รวมแล้ว 40 คน โดยมีนัท (สงวนนามสกุล) แอดมินเพจ คณะราษฎร จากเหตุขายปฏิทินเป็ด ที่บนปฏิทินมีเขียนว่า “ปฏิทินพระราชทาน”

ศาลให้ประกันตัว แอดมินเพจคณะราษฎร หลังถูกดำเนินคดี ม.112 จากการขายปฏิทินรูปเป็ด

ส่วนอีก 1 คน เป็นเยาวชนอายุ 17 ปี ชื่อธนกร ภิระบัน โดยเมื่อวันที่ 3 ม.ค.เขาโพสต์ภาพหมายที่ออกโดยสน.บุปผารามเรียกให้เข้ารับทราบข้อหาในวันที่ 11 ม.ค.2564 ในหมายระบุว่าชื่อผู้แจ้งความคือ จักรพงศ์ กลิ่นแก้ว พบว่าเป็นแกนนำกลุ่มศูนย์รวมประชาชนปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ (ศปปส.)

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์