สาดแก๊สน้ำตา-กระสุนยางใส่กลุ่มสื่อ ลูกนัทต้องผ่าตัด DemAll ประณามใช้ความรุนแรง

13 ส.ค. 2564 ตร.แถลงใช้มาตรการสลาย #ม็อบ13สิงหา จากเบาไปหนัก 'ลูกนัท' ถูกโลหะหุ้มแก๊สน้ำตากระแทกเบ้าคิ้วต้องเข้าห้องผ่าตัด ขณะที่สื่อยืนรวมกลุ่มหลบฝนถูกยิงแก๊สน้ำตา-กระสุนยางใส่ เจ็บอย่างน้อย 2 สมาพันธ์สื่อไทยเพื่อประชาธิปไตย-สมาคมนักประชาธิปไตยชาวไทยไร้พรมแดนประณามการใช้ความรุนแรง

ตร.แถลงใช้มาตรการจากเบาไปหนัก ยึด จยย. 14 คัน

แนวหน้าและมติชนออนไลน์รายงานว่า ที่บริเวณแยกสามเหลี่ยมดินแดง พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้สัมภาษณ์สรุปเหตุการณ์การชุมนุมของกลุ่มทะลุฟ้าว่า การปฎิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจในช่วงเย็นของวันนี้ จากที่มีการประกาศเชิญชวนให้ร่วมชุมนุมตั้งแต่เวลา 15.00 น. บริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ โดยกลุ่มผู้ชุมนุมได้เริ่มรวมตัวกันตั้งแต่เวลา 14.30 น. เป็นต้นมา และได้จัดกิจกรรมเผาผลไม้

จากนั้นเวลา 16.00 น. ได้เริ่มเคลื่อนขบวนมายังบริเวณแยกสามเหลี่ยมดินแดง โดยกลุ่มผู้ชุมนุมได้เริ่มขว้างปาสิ่งของโยนระเบิดปิงปอง และยิงกระสุนลูกแก้ว ซึ่งเป็นสิ่งที่เตรียมมาเพื่อปะทะกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ

รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติกล่าวว่า ตำรวจได้ประกาศให้ยุติการชุมนุมหลายครั้ง แต่ผู้ชุมนุมบางส่วนยังคงปักหลักอยู่ในพื้นที่ แม้ฝนตกก็พยายามขว้างปาสิ่งของ ยิงแสงเลเซอร์ใส่ตำรวจ ทำให้ตำรวจจำเป็นต้องบังคับใช้กฎหมายอย่างเป็นขั้นเป็นตอน ตั้งแต่การใช้กระสุนยาง ไปจนถึงแก๊สน้ำตา โดยยืนยันว่าได้เริ่มจากมาตรการจากเบาไปหาหนัก และใช้เครื่องมือควบคุมฝูงชนที่ได้มาตรฐานสากล ใช้กันหลายประเทศทั่วโลก

เมื่อถามถึงกรณีที่ธนัตถ์ ธนากิจอำนวย หรือลูกนัท แกนนำกลุ่มสลิ่มกลับใจ ถูกยิงเข้าที่บริเวณเหนือคิ้วขวาจนเลือดอาบ พ.ต.อ.กฤษณะ กล่าวว่า ต้องขอตรวจสอบก่อนว่ามาจากสาเหตุใด ซึ่งวันนี้มีความเป็นพิเศษคือผู้ชุมนุมพยายามโจมตีเจ้าหน้าที่จากหลายทิศทาง ส่วนการที่เจ้าหน้าที่ขึ้นไปบนทางด่วน จะเป็นไปตามมาตรฐานสากลหรือไม่นั้น ก็ถือว่าเป็นไปตามสถานการณ์ จุดไหนที่สามารถดำเนินการและยับยั้งได้เราก็ต้องดำเนินการ

ส่วนเฟซบุ๊กของธนัตถ์รายงานว่า ลูกโลหะแก๊สน้ำตาถูกยิงเข้ามาที่เบ้าคิ้ว ทำให้เกิดบาดแผลรูปครึ่งวงกลมที่เบ้าคิ้ว ทีมแพทย์ค่อนข้างกังวลว่า การบาดเจ็บนั้นอาจก่อความเสียหายให้แก่ดวงตา หลังตรวจดวงตาเบื้องต้น พบก้อนเลือดกีดขวางจำนวนมาก ต้องวางยาสลบและนำตัวเข้าห้องผ่าตัด

ต่อมา เวลา 20.30 น. มติชนออนไลน์รายงานว่า ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วย พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รอง ผบช.น.ในฐานะโฆษก บช.น. และ พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ร่วมแถลงสรุปสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มทะลุฟ้าเมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา

พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวว่า จากกรณีกลุ่มผู้ชุมนุมกลุ่มทะลุฟ้านัดหมายกันในเวลา 15.00 น. บริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิเพื่อเดินไปยังบ้านนายกรัฐมนตรี โดยระหว่างทางได้พยายามรื้อทำลายแนวกั้นของเจ้าหน้าที่ตำรวจบริเวณถนนวิภาวดีรังสิต นอกจากนี้ยังได้ใช้หนังสติ๊ก ลูกแก้ว ลูกหิน ระเบิดเพลิง ระเบิดควัน ระดมยิงใส่เจ้าหน้าที่ ทางตำรวจได้ประกาศเตือนผู้ชุมนุมให้ยุติการกระทำ

กระทั่งเวลา 17.20 น. ตัวแทนกลุ่มทะลุฟ้าได้ประกาศยุติการชุมนุม แต่ยังคงมีผู้ชุมนุมบางส่วนยังปักหลักอยู่สามเหลี่ยมดินแดง บางส่วนขว้างปาสิ่งของและจุดไฟเผาสิ่งของบริเวณใต้ทางด่วนดินแดง ริมถนนวิภาวดีรังสิต ต่อมาเวลา 18.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ออกมารักษาความสงบเรียบร้อย และรักษาพื้นที่บริเวณแยกสามเหลี่ยมดินแดงเป็นที่เรียบร้อย

พล.ต.ต.ปิยะกล่าวว่า จากการกระทำดังกล่าว พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น. ได้สั่งการให้สถานีตำรวจในพื้นที่รับผิดชอบดำเนินคดีกับกลุ่มผู้ชุมนุมที่ก่อเหตุตามกฎหมายโดยเคร่งครัด ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจยึดรถจักรยานยนต์ จำนวน 14 คัน นำมาตรวจสอบเพื่อดำเนินคดีกับกลุ่มผู้กระทำความผิดตามกฎหมาย

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนสามารถจับกุมตัวผู้กระทำผิด 1 ราย ที่มาชุมนุมบริเวณสามเหลี่ยมดินแดง เมื่อวันที่ 7 ส.ค. 2564 ได้ทำร้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจ และทำลายทรัพย์สินทางราชการเสียหาย โดยผู้ต้องหารายนี้เป็นหนึ่งในแกนนำและผู้สั่งการให้ก่อความไม่สงบเรียบร้อยบริเวณสามเหลี่ยมดินแดง แจ้งข้อหาร่วมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปก่อความไม่สงบเรียบร้อยในบ้านเมืองโดยมีสถานะเป็นผู้สั่งการ ร่วมกันทำร้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งปฏิบัติงานตามหน้าที่ และฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ

ตั้งแต่ปี 2563 ดำเนินคดีรวม 313 คดี เฉพาะครึ่งหลังปี 64 จับกุมแล้ว 134 คน

โฆษก บช.น. ยังสรุปภาพรวมการดำเนินคดีกับผู้ชุมนุมตั้งแต่ 18 ก.ค. 2563 บช.น. ดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดทั้งสิ้น 313 คดี สอบสวนเสร็จสิ้นแล้ว 199 คดี อยู่ระหว่างการสอบสวน 114 คดี ขณะที่การดำเนินการตั้งแต่ 1 ก.ค. 2564 ถึงปัจจุบัน ดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดทั้งสิ้น 35 คดี มีผู้ต้องหา รวม 297 คน ทำการจับกุมแล้ว 134 คน โดย บช.น. จะดำเนินการสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานและพิสูจน์ตัวบุคคลมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

มีรายงานด้วยว่า ฝ่ายสืบสวน สน.ลาดพร้าว และ กก.สส.บก.น.4 จับกุมตัววิทย์สรัช สงวนนามสกุล ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลอาญาที่ จ.1321/2564 ลงวันที่ 12 ส.ค. 2564 ฐานร่วมกันมั่วสุมกันตั้งแต่สิบคนขึ้นไปใช้กำลังประทุษร้าย ขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย หรือกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดให้เกิดการวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง โดยมีหน้าที่เป็นผู้สั่งการในการกระทำความผิดฯ กรณีร่วมชุมนุมบริเวณแยกสามเหลี่ยมดินแดง เมื่อ 7 ส.ค. 2564 โดยผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ พร้อมระบุว่า ตนเองไม่ได้เป็นผู้สั่งการและมาร่วมชุมนุมเท่านั้น

ยิงแก๊สน้ำตา-กระสุนยางใส่สื่อที่รวมตัวหลบฝน เจ็บอย่างน้อย 2 คน

นอกจากนี้ มติชนออนไลน์ยังรายงานด้วยว่า เวลา 18.25 น. ที่ตึกไทยวิวัฒน์ประกันภัย มีผู้ชมนุมรวมทั้งสื่อมวลชนเข้าหลบฝน ต่อมามีกลุ่มวัยรุ่นวิ่งฝ่าสายฝนบอกว่าตำรวจไล่มา ทำให้ผู้ชุมนุมต่างกรูกัน บ้างก็วิ่งเข้ามาหลบฝนใต้ตึกไทยวิวัฒน์ บ้างก็วิ่งฝ่าฝนย้อนกลับไปทางอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ

ต่อมา มีการยิงแก๊สน้ำตาและกระสุนยางเข้ามาใกล้กับจุดที่สื่อมวลชนหลบฝน ทำให้สื่อมวลชน ผู้ชุมนุม วิ่งขึ้นไปหลบตรงอาคารลานจอดรถ ซึ่งใต้อาคารคละคลุ้งไปด้วยแก๊สน้ำตา มีผู้ได้รับบาดเจ็บใช้ห้องน้ำประจำจุดแต่ละชั้นล้างตา รายงานข่าวแจ้งว่านักข่าววอยซ์ทีวี และช่างภาพหญิงสำนักข่าวแห่งหนึ่งโดนกระสุนยางยิงเจ็บเล็กน้อย ขึ้นมาหลบบนตึกอาคารจอดรถ บางส่วนหลบบนชั้น 5 อาคารไทยวิวัฒน์ประกันภัย

ทั้งนี้ ผู้เห็นเหตุการณ์ระบุว่า นักข่าวพยายามชูป้ายบอกว่าเป็นสื่อแต่ไม่เป็นผล

DemAll ประณามใช้ความรุนแรงสลายการชุมนุมเพิ่มความขัดแย้ง

ด้านสมาพันธ์สื่อไทยเพื่อประชาธิปไตย (DemAll) แถลงประณามการกระทำของรัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในการใช้ความรุนแรงภายใต้บริบทความขัดแย้งทางความคิดในสังคม เพิ่มความโกรธแค้นและขยายความขัดแย้ง และสลายการชุมนุมโดยปราศจากความเคารพในหลักสิทธิเสรีภาพตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ

จรัลเรียกร้องกษัตริย์-ตร. เคารพเสรีภาพการชุมนุม

ขณะที่สมาคมนักประชาธิปไตยชาวไทยไร้พรมแดน โดยจรัล ดิษฐาอภิชัย ออกแถลงการณ์ประณามการปราบปรามอย่างรุนแรง และเรียกร้องให้กษัตริย์วชิราลงกรณ์ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติเคารพเสรีภาพในการชุมนุม ปล่อยผู้ถูกจับ และชวนจับตาไม่ให้รัฐบาลไทยใช้สถานการณ์โรคระบาดละเมิดสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชน

Association des Démocrates Thaïlandais Sas Frontières

แถลงการณ์กรณีการปราบปรามขบวนการนักศึกษา

ความไร้ประสิทธิภาพและการลุแก่อำนาจของรัฐบาลไทยในช่วงการระบาดของไวรัสโควิด 19 ทำให้ประชาชนผู้รักประชาธิปไตยหลายหมื่นคน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นนักเรียนนักศึกษา ได้ชุมนุมกันอย่างสงบ เมื่อวันที่ 1, 3, 7 และ 10 สิงหาคม 2564 พวกเขาประท้วงอย่างสงบต่อการจัดการที่ผิดพลาด ไม่มีความสามารถ การดำเนินการฉีดวัคซีนท่ีไร้ประสิทธิภาพและการทุจริตของรัฐบาล

ผู้ประท้วงเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีประยุทธ์ จันทร์โอชา ลาออก ตัดลดงบประมาณของสถาบันกษัตริย์และกองทัพ และจัดลำดับความสำคัญของการจัดซื้อวัคซีนโดยเฉพาะ mRNA ด้วยปัจจุบันประเทศไทยพึ่งพาวัคซีนซีโนแวคของจีน และแอสตร้าเซเนกาเท่านั้น และที่สำคัญวัคซีนแอสตร้าแซเนกาดำเนินการผลิตภายใต้ใบอนุญาตของบริษัท Siam Bioscience ซึ่งเป็นบริษัทที่กษัตริย์ไทยเป็นเจ้าของ แต่มีปริมาณน้อยกว่าที่คาดไว้มาก รวมทั้งไม่มีประสบการณ์ด้านนี้มาก่อน นอกจากนี้รัฐบาลไทยยังตัดสินใจผิดพลาดที่ไม่เข้าร่วมโครงการโคแว็กซ์ตั้งแต่ต้น

เมื่อเกิดการประท้วงอย่างสันติ แทนที่จะเคารพเสรีภาพในการแสดงออกของผู้ประท้วง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) กลับใช้แก๊สน้ำตา รถฉีดน้ำ และกระสุนบาง เพื่อปราบปรามพวกเขา ผู้ประท้วงหลายร้อยคนถูกจบ บาดเจ็บ และผู้นำประท้วงสำคัญ เช่น ทนายอานนท์ นำภา นายพริษฐ์ ชีวารักษ์ นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา ถูกจับ และไม่ให้ประกันตัว ต้องถูกจับติดคุกอีกครั้งอย่างไม่ยุติธรรม สถานการณ์ปราบปรามนักศึกษาประชาชนยังดำรงอยู่

สมาคมขอประณามการปราบปรามอย่างรุนแรง และเรียกร้องให้กษัตริย์วชิราลงกรณ์ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติเคารพเสรีภาพในการชุมนุมของคนไทยทั่วไป และต้องปล่อยผู้ถูกจับกุมคุมขังทุกคน

สมาคมฯ ขอเรียกร้องให้ปะชาชนคมระหว่างประเทศติดตามการจัดการโรคระบาดของรัฐบาลไทยเพื่อให้แน่ใจว่าคนไทยทั้งรวยและยากจนสามารถเข้าถึงโปรแกรรมการรรักษาพยาบาลและการฉีดวัคซีนได้อย่างเท่าเทียมกัน และเพื่อให้มั่นใจว่ารัฐบาลที่ปกป้องจะไม่ใช้การระบาดใหญ่ของโควิด 19 เป็นข้ออ้างการละเมิดเสรีภาพการแสดงออกของประชาชนไทยและสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานอีกต่อไป

จรัล ดิษฐาอภิชัย

ประธานสมาคมฯ

วันที่ 11 สิงหาคม 2564

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์