ครูในรัฐมิสซูรีลาออกหลังเขตการศึกษาบังคับห้ามแขวนธง Pride

ครูในรัฐมิสซูรีลาออกหลังจากที่คณะบริหารประจำเขตการศึกษาสั่งให้เขาถอดธงไพรด์ที่แสดงออกถึงการสนับสนุนความหลากหลายทางเพศออก และสั่งห้ามไม่ให้เขาพูดคุยให้คำปรึกษาเรื่องเพศวิถีหรือ "รสนิยมทางเพศ" ในโรงเรียน

จอห์น เอ็ม วอลลิส เป็นครูอายุ 22 ปีที่สอนเรื่องการปาฐกถา การละคร และตำนานนานาชาติ สอนอยู่ที่โรงเรียนนีโอโช เขาแขวนธงสีรุ้งในชั้นเรียนในวันแรกที่สอนเพื่อสร้างบรรยากาศการต้อนรับสำหรับนักเรียนทุกคน ซึ่งวอลลิสบอกว่านักเรียนก็รู้สึกได้ถึงเรื่องนี้ มีนักเรียนประมาณ 5 คนที่มาบอกขอบคุณเขาโดยตรงในเรื่องที่เขาแขวนธงไพรด์สีรุ้งที่แสดงการสนับสนุนผู้มีความหลากหลายทางเพศ

"พวกเขา(นักเรียน) บอกว่า 'ขอบคุณที่แขวนธง เราไม่รู้ว่าจะไปพึ่งใครที่ไหนได้อีก' " วอลลิสกล่าว

แต่หลังจากที่วอลลิสแขวนธงสนับสนุนความหลากหลายทางเพศไปได้แค่สองวัน ในวันที่ 26 ส.ค. เขาก็ถูกเรียกตัวให้เข้าพบกับคณะผู้บริหารที่บอกกับเขาว่าพ่อแม่ผู้ปกครองเด็กโทรมาแสดงความกังวลในเรื่องนี้ โดยผู้ปกครองพวกนี้อ้างว่าวอลลิสอาจจะ "เป็นไปได้ที่จะสอนให้ลูกเป็นเกย์"

วอลลิสเปิดเผยว่าเขาเคยขอคณะผู้บริหารว่าอยากจะแขวนธงสีรุ้งมาก่อน โดยที่กลุ่มคณะผู้บริหารก็แนะนำว่าอย่าทำแต่ก็ไม่ได้เอ่ยปากห้ามโดยตรง ทำให้เขาแขวนธงไพรด์เหนือกระดานขาวพร้อมทั้งป้าย 2 ป้ายที่เขียนเหมือนกันว่า "ในชั้นเรียนนี้ ต้อนรับสำหรับทุกคน"

คณะผู้บริหารอ้างว่าชั้นเรียนควรจะ "เป็นกลางทางการเมือง" แต่เรื่องความหลากหลายทางเพศไม่ใช่ประเด็นทางการเมืองแต่เป็นประเด็นทางสิทธิมนุษยชน ถึงแม้วอลลิสจะตอบกลับผู้บริหารไปแบบนี้แต่ฝ่ายคณะผู้บริหารก็ยังคงอ้างว่าควรจะมี "ความเป็นกลาง" ในทางสิทธิมนุษยชน ทั้งๆ ที่เรื่องความเป็นกลางในแง่สิทธิมนุษยชนไม่มีอยู่จริง

วอลลิสเล่าว่าหลังจากที่ถูกสั่งถอดธงไพรด์ออกไปแล้ว ก็มีนักเรียนเข้ามาถามเขา "ทุกชั่วโมง" ในวันที่ 30 ส.ค. ว่าธงและป้ายหายไปไหนแล้ว ซึ่งวอลลิสก็เล่าตามความจริงไปว่าเขาถูกเรียกพบและถูกสั่งให้นำออก

ในวันถัดจากนั้นวอลลิสก็ถูกกดดันเพิ่มเติมจากการที่มีคนเรียกตัวเขาให้เข้าพบกับ จิม คัมมินส์ ศึกษาธิการเขตนีโอโช คัมมินส์บอกว่ามีพ่อแม่ผู้ปกครองหลายคนที่โทรหาอ้างว่าวอลลิส "ผลักดันวาระประเด็นในชั้นเรียน" นอกจากนี้ยังขอให้วอลลิสลงนามในจดหมายที่สั่งห้ามไม่ให้เขาพูดคุยปรึกษาเรื่องเกี่ยวกับ LGBTQ+ ในชั้นเรียน และขู่ว่าจะไล่วอลลิสออกถ้าหากฝ่าฝืนในเรื่องนี้

คำสั่งห้ามไม่ให้มีการศึกษาเรียนรู้เรื่องความหลากหลายทางเพศในชั้นเรียนเช่นนี้ทำให้วอลลิสตัดสินใจลงนามในจดหมายแต่ก็ยื่นลาออกจากงานสอนในวันถัดจากนั้น วอลลิสบอกว่าเขามีแผนการจะยังคงสอนอยู่ต่อไปจนถึงวันที่ 30 ก.ย. นี้แต่ในวันที่ 2 ก.ย. คณะผู้บริหารก็บอกเขาว่าพวกเขาหาคนมาแทนเขาได้แล้วและเขามีเวลาภายในวันนั้นในการเก็บของออกจากชั้นเรียน ไม่กี่วันหลังจากนั้นวอลลิสก็เล่าเรื่องเหล่านี้ผ่านทางทวิตเตอร์

วอลลิสเล่าว่าเขาเติบโตขึ้นในเขตนีโอโชโดยต้องปกปิดตัวเองมาเป็นผู้มีความหลากหลายทางเพศ  ทำให้จดหมายที่ผู้บริหารบีบบังคับให้เขาทำนั้นเป็นเรื่องที่ทำให้เขาเสียใจ นอกจากนี้ยังวิจารณ์อีกว่าการใช้คำบางอย่างของคณะผู้บริหารในจดหมายแสดงให้เห็นว่าคระผู้บริหารเหล่านี้ขาดความเข้าใจในเรื่องความหลากหลายทางเพศ เข้าใจผิดว่าชาว LGBTQ+ เลือกที่จะเป็นไม่ใช่ว่าพวกเขาเป็นผู้มีความหลากหลายทางเพศมาตั้งแต่แรกแล้ว

นอกจากนี้วอลลิสยังได้ยื่นคำร้องต่อสำนักงานด้านสิทธิพลเมืองของกระทรวงศึกษาธิการโดยระบุว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นเป็นการกีดกันเลือกปฏิบัติในการจ้างงานจากเพศวิถีของเขา จากนั้นวอลลิสก็วางแผนจะย้ายไปที่เซนต์หลุยส์เพื่อฝึกฝนเป็นโค้ชด้านปาฐกถาและการโต้วาที แต่เขาไม่อยากสอนในโรงเรียนระดับประถมศึกษาอีกแล้ว

ในช่วงที่วอลลิสพบปะกับคณะผู้บริหารศึกษาธิการเป้นครั้งแรก เขาได้เน้นพูดถึงความสำคัญในการที่นักเรียนชาว LGBTQ+ จะรู้สึกว่าตัวเองไม่ถูกกีดกันเลือกปฏิบัติเพราะนักเรียนชายขอบเหล่านี้ไม่รู้จะไปพึ่งพาใครได้ที่ไหน "เรื่องนี้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าเขตการศึกษานี้ โรงเรียนนี้ไม่ใช่ที่ๆ จะทำให้พวกเขา (นักเรียน LGBTQ+) รู้สึกปลอดภัย แต่สำหรับพวกเขาแล้วเมื่อได้เห็นธงไพรด์ในชั้นเรียนก็ทำให้พวกเขารู้ทันทีว่าชั้นเรียนนี้เป็นบรรยากาศที่พวกเขาจะสามารถเรียนรู้ได้ และเป็นสถานที่ๆ พวกเขาจะรู้สึกปลอดภัย" วอลลิสกล่าว

เรียบเรียงจาก
Missouri teacher resigns after school tells him to remove Pride flag, NBC News, 10-09-2021

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์