คุยกับ 3 ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ขอนแก่น 'ก้าวไกล' กับการสู้ศึกเลือกตั้งรอบหน้าที่ต้องเรียก 'ความเชื่อมั่น' จากคนในพื้นที่

'วีรนันท์' จากทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน รอบนี้ผันตัวเป็นว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. ขอนแก่น เขต 1 ก้าวไกล ยันเลือกตั้งครั้งหน้า “ไร้งูเห่า” เตรียมเรียกความมั่นใจให้คนในพื้นที่-ด้าน ส.ส.ขอนแก่น เขต 3-4 พร้อมพิสูจน์ตัวเอง แม้อายุน้อย ขอลุยลงพื้นที่ต่อเนื่อง เชื่อมีลุ้นเก้าอี้แน่นอน 

 

วีรนันท์ ฮวดศรี ส.ส. ขอนแก่น เขต 1 พรรคก้าวไกล (ซ้าย) ชัชวาลย์ อภิรักษ์มั่นคง ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. ขอนแก่นเขต 3 พรรคก้าวไกล (กลาง) และ วุฒิรักษ์ แพงตาแก้ว ส.ส. ขอนแก่น เขต 4 พรรคก้าวไกล

วีรนันท์ ฮวดศรี ทนายความจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน และว่าที่ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ขอนแก่นเขต 1 พรรคก้าวไกล ให้สัมภาษณักับผู้สื่อข่าวประชาไทว่า ลึกๆ แล้วรู้สึกดดัน เนื่องจากเขต 1 ขอนแก่นได้รับความไว้วางใจจากพี่น้องประชาชนให้เข้าไปทำงานในสภา แต่ปัจจุบัน คนที่ถูกเลือกไม่ได้อยู่พรรคก้าวไกล เลยรู้สึกหนักใจว่าเราจะรักษาพื้นที่ ทำอย่างไรให้ได้รับความไว้วางใจอย่างเดิม วีรนันท์ กล่าวต่อไปว่า ด้วยความที่ตนทำงานเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนมาโดยตลอด สนับสนุนการเคลื่อนไหวของนักศึกษาและเยาวชน ให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายมาโดยตลอด จึงให้คำมั่นว่าจะไม่เกิดกรณีซ้ำรอยงูเห่าอย่างแน่นอน

“ส่วนนี้ก็เป็นข้อยืนยันข้อหนึ่งว่า ผมไม่มีวันที่จะทรยศความไว้เนื้อเชื่อใจของพี่น้องประชาชน ความไว้เนื้อเชื่อใจของคนหนุ่มสาวที่มอบให้” วีรนันท์ กล่าว พร้อมบอกว่าอีกส่วนหนึ่งนั้นเป็นหน้าที่ของพรรคที่จะต้องช่วยชี้แจงทำความเข้าใจเรื่อง ส.ส.งูเห่า ต้องช่วยยืนยันให้กับตัวผู้สมัครว่าจะไม่มีการย้ายพรรคเกิดขึ้นอย่างแน่นอน

สำหรับแผนการลงพื้นที่ วีรนันท์ กล่าวว่า เบื้องต้นจะลงพื้นที่ในช่วงวันศุกร์-จันทร์ โดยจะเริ่มจากบริเวณชุมชนรอบนอกก่อน สลับกับชุมชนในเมือง มุ่งเข้าหาผู้นำชุมชน ผู้นำนักศึกษา และเยาวชนคนหนุ่มสาว และต้องการผลักดันนโยบายคุณภาพชีวิตของคนขอนแก่นให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

“ด้วยความที่ขอนแก่นเป็นเมืองใหญ่ ทุกคนมองขอนแก่นเป็นกึ่งเมืองหลวงของภาคอีสาน ผมอยากผลักดันความเจริญของคุณภาพชีวิตให้ควบคู่ไปกับความเจริญเติบโตของเมือง” วีรนันท์ กล่าว

วีรนันท์ ฮวดศรี ส.ส. ขอนแก่น เขต 1 พรรคก้าวไกล

ขณะที่ ชัชวาลย์ อภิรักษ์มั่นคง ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. ขอนแก่นเขต 3 พรรคก้าวไกล ซึ่งเคยลงสมัคร ส.ส.เขตในนามพรรคอนาคตใหม่มาแล้วเมื่อปี 2562 และได้รับคะแนนเสียงมาเป็นอันดับ 2 เผยว่าตนค่อนข้างมั่นใจว่าจะสามารถเอาชนะคู่แข่งได้ในการเลือกตั้งสมัยหน้า เพราะถึงแม้จะไม่ได้ที่นั่งในสภา แต่ก็ยังรักษาระดับการลงพื้นที่อย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด

“ตอนพรรคอนาคตใหม่ เราลงพื้นที่ตอนการเลือกตั้ง 3-4 เดือน ทั้งงานตามประเพณี และการพูดคุยเพื่อรับทราบปัญหา ตั้งแต่การเลือกตั้งปี พ.ศ.2562 จนถึงวันนี้ เรายังรักษาระดับการลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง แต่จะเพิ่มเข้ามาในเรื่องการศึกษาปัญหาชีวิตประจำวันของคนในพื้นที่จริงๆ และส่งเรื่องต่อไปยังทีมงานในพรรค เพื่อนำไปต่อยอด เช่น การพูดถึงในสภาหรือในชั้นคณะกรรมาธิการ เป็นต้น” ชัชวาลย์ กล่าว

“เราเข้าใจว่า การจะเป็นผู้แทนในระดับ ส.ส.เขต นอกจากการแก้ปัญหาในพื้นที่ การมีส่วนร่วมกับพวกเขา (ผู้สื่อข่าว - ประชาชน) เป็นอีกวิธีการหนึ่งที่ทำให้เข้าถึงพวกเขาได้ง่าย” ชัชวาลย์ กล่าว พร้อมเผยว่าในศึกเลือกตั้งครั้งหน้า ค่อนข้างมั่นใจว่าจะสามารถครองใจคนในพื้นที่ และชนะคะแนนการเลือกตั้งได้ โดยการลงพื้นที่และอุดมการณ์ที่ต่อเนื่องมาจากพรรคอนาคตใหม่

“เราพยายามที่สร้างสังคมใหม่ๆ ความฝันใหม่ๆ ของคนรุ่นใหม่ ทำให้มันเป็นจริง แนวทางอย่างนี้ ผมคิดว่ามันน่าจะมีส่วนทำให้พวกเราสามารถชนะการเลือกตั้งได้” ชัชวาลย์ กล่าว

ชัชวาลย์ อภิรักษ์มั่นคง ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. ขอนแก่นเขต 3 พรรคก้าวไกล

ด้าน วุฒิรักษ์ แพงตาแก้ว ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. ขอนแก่นเขต 4 พรรคก้าวไกล วัย 27 ปี ที่ตอนนี้ดำรงตำแหน่งเลขานุการคณะกรรมการพัฒนาที่ดินและสิ่งแวดล้อมของสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า ตนเคยลงสมัครสมาชิกสภาจังหวัด พรรคก้าวไกล เขต 1 อ.เมืองขอนแก่น เมื่อการเลือกตั้งองค์การบริหารส่วนจังหวัด ปี 2563 นโยบายหลักที่อยากทำคือการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมเข้ามาพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่ เช่น การจัดการน้ำ โรงไฟฟ้า ที่เป็นปัญหาความขัดแย้งระหว่างคนในพื้นที่ ซึ่งตนกำลังหาทางว่าจะทำอย่างไรให้คนในพื้นที่สามารถจัดการขยะได้ โดยไม่จำเป็นต้องนำไปเข้าโรงไฟฟ้าขยะ แต่จะนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมเข้ามาช่วยจัดการปัญหาเหล่านี้แทน รวมไปถึงการแก้ปัญหาราคาผลผลิตทางการเกษตร เช่น การนำเทคโนโลยีการเกษตรที่ทันสมัยเข้ามาใช้เพื่อลดต้นทุนให้เกษตรกร ซึ่งตนเชื่อว่าหากลดต้นทุนการผลิตได้ จะช่วยให้เกษตรกรมีรายได้และผลผลิตที่มั่นคงและยั่งยืนมากกว่าการทำนโยบายแบบเดิมๆ ที่เคยทำกันมา

นอกจากนี้ วุฒิรักษ์ ยังกล่าวถึงปัญหาของเกษตรกรโคนม ซึ่งเป็นหนึ่งในปัญหาหลักของพื้นที่ขอนแก่นเขต 4 เนื่องจากเกษตรกรโคนมใน จ.ขอนแก่น และทั้งประเทศนั้นยังไม่ได้รับงบประมาณและการสนับสนุนด้านเทคโนโลยีต่างๆ จากภาครัฐเท่าที่ควร จนเรียกได้ว่าเกษตรกรโคนมถูกละเลย ซึ่งตนจะลงพื้นที่ไปช่วยเหลือดูแล เริ่มตั้งแต่การรวมกลุ่ม การจัดหาวัคซีนเพื่อโคนม เป็นต้น วุฒิรักษ์ กล่าวต่อไปอีกว่า นอกจากจะลงพื้นที่เพื่อรับฟังปัญหาของประชาชนในพื้นที่แล้ว ตนยังทำงานด้านความคิด พัฒนาอุดมการณ์ทางการเมืองและการมีส่วนร่วมกับคนในพื้นที่ เช่น การจัดตั้งผู้ประสานงานระดับตำบล หรือ “ราษฎรตำบล” เริ่มต้นที่ อ.อุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น เพื่อตั้งวงศึกษาประเด็นปัญหาปากท้อง สร้างการรวมกลุ่ม เพื่อยื่นข้อเรียกร้องไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หรือการตั้งวงศึกษาประเด็นทางสังคม เช่น การยกเลิกประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ที่ทางคณะทำงานจะเข้าไปลงพื้นที่พูดคุยแลกเปลี่ยนกับคนในพื้นที่ เพื่อความรู้ ความเข้าใจให้เกิดขึ้นในวงกว้าง ซึ่งรวมถึงทฤษฎีการเมืองและสังคมอื่นๆ โดยมีเป้าหมายว่าเพื่อสร้างความตระหนักรู้ให้แก่ประชาชน

วุฒิรักษ์ กล่าวว่าสำหรับแผนการลงพื้นที่นั้น จะปรับตารางเวลาใหม่ จากเดิมที่ใช้เวลาทำงานกับส่วนกลางไปกว่า 70% ก็จะเปลี่ยนมาลงพื้นที่ให้มากขึ้นเป็น 70% แทน พร้อมสะท้อนมุมมองหลังจากลงพื้นที่ในช่วงแรกๆ ว่า ตนถูกปรามาสว่าอายุแค่นี้จะทำอะไรได้ แต่ตนขอยืนยันว่า “ให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์” และตอนนี้ ตนก็กำลังพิสูจน์ตัวเองกับคนในพื้นที่ แต่หลังจากการลงพื้นที่ทำงานอย่างจริงจัง แม้หลายคนจะยังไม่ยอมรับในตัวเขา ซึ่งเป็นว่าที่ผู้สมัครหน้าใหม่ แต่คนเริ่มยอมรับในวิถีการทำงานแบบก้าวไกลมากขึ้น ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ดี อีกทั้งตนจะตั้งใจทำงานเพื่อตอบสนองความต้องการของประชาชน ต้องลงพื้นที่ก่อนการเลือกตั้ง และรักษาความสม่ำเสมอ ซึ่งเป็นนโยบายที่พรรคก้าวไกลเน้นย้ำ ไม่ใช่ลงพื้นที่ก่อนถึงการเลือกตั้งเพียงไม่กี่เดือน ในส่วนนี้ ตนเชื่อว่าจะสามารถพิสูจน์ให้คนในพื้นที่ขอนแก่นเขต 4 สามารถเห็นถึงความตั้งใจจริงได้อย่างแน่นอน

วุฒิรักษ์ แพงตาแก้ว ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. ขอนแก่นเขต 4 พรรคก้าวไกล

ด้าน ชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล กล่าวถึงกรณีความเชื่อมั่นในตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. ขอนแก่นเขต 1 คนใหม่ หลังจากที่ก่อนหน้านี้ ในสมัยพรรคอนาคตใหม่เคยเกิดกรณี “งูเห่าย้ายพรรค” มาแล้ว

“เรื่องนี้เราก็เสียใจที่เกิดเหตุการณ์ที่ทำให้ผู้ที่ลงคะแนนเสียงให้พรรคอนาคตใหม่ผิดหวัง ตอนนี้เรามีเวลาสรรหาว่าที่ผู้สมัคร หลังจากผ่านการรับรองแล้ว เราจะมีการทำงานและประเมินการทำงานอย่างต่อเนื่อง สำหรับว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. ขอนแก่นเขต 1 เป็นทนายความสิทธิมนุษยชน เราจึงเชื่อมั่นว่าไม่มีทางที่จะทรยศต่อเสียงของพี่น้องประชาชนแน่นอน” ชัยธวัชกล่าว

นอกจากนี้ ชัยธวัชยังได้กล่าวถึงการถอดบทเรียนกรณี "งูเห่า" ว่าเรื่องแบบนี้มีทุกพรรคการเมือง เพียงแต่เราจะทราบหรือไม่ทราบ ไม่ได้มีเฉพาะพรรคก้าวไกล แต่สำหรับพรรคก้าวไกลต้องยอมรับว่าเราพยายามทำงานการเมืองแบบใหม่ๆ นักการเมืองหรือ ส.ส. ที่ไม่สามารถทนแรงเสียดทานหรือปรับตัวเข้ากับวิธีการทำงานของพรรคได้ก็จำเป็นต้องจากเราไป พร้อมเปรียบว่ากรณีย้ายพรรคนั้นเหมือนเป็นกระบวนการคัดแยก "เอาแก่นเอากากออกจากกัน" อย่างไรก็ตาม การทำงานการเมืองในอนาคตไม่ได้เป็นเรื่องง่าย พรรคต้องสรุปบทเรียนและจัดทำออกมาเป็นองค์ความรู้เพื่อพัฒนาการทำงานต่อไปในอนาคต

ชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล

 

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์