สปสช. ร่วม รพ.เมตตาประชารักษ์ จัดบริการดูแลสายตาเด็ก บ้านราชาวดี

สปสช. ร่วมกัน รพ.เมตตาประชารักษ์ จัดบริการตรวจคัดกรองสายตาและบริการแว่นตาเด็กกลุ่มเปราะบางในสถานคุ้มครองและพัฒนาคนพิการบ้านราชาวดี ด้วยกองทุนบัตรทอง เตรียมขยายให้บริการคัดกรองสายตาเด็กยังสถานสงเคราะห์อื่นต่อไป

16 ส.ค.2565 ทีมสื่อ สปสช.รายงานว่า ผศ.ภญ.ยุพดี ศิริสินสุข รองเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) นพ.วรภัทร วงษ์สวัสดิ์ รองผู้อำนวยการภารกิจด้านการพัฒนาระบบสุขภาพ รพ.เมตตาประชารักษ์ (วัดไร่ขิง) จ.นครปฐม และภาคีเครือข่าย ร่วมลงพื้นที่สถานคุ้มครองและพัฒนาคนพิการบ้านราชาวดี (ชาย) จ.นนบุรี เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2565 เพื่อเพิ่มการเข้าถึงสิทธิประโยชน์บริการแว่นตาสำหรับเด็กที่มีภาวะสายตาผิดปกติ ภายใต้กองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง) ในส่วนของการดูแลกลุ่มเด็กเปราะบางให้เข้าถึงบริการ

ผศ.ภญ.ยุพดี กล่าวว่า การลงพื้นที่วันนี้เป็นการสนับสนุนเพื่อให้เกิดการเข้าถึงสิทธิประโยชน์ “บริการแว่นตาสำหรับเด็กที่มีภาวะสายตาผิดปกติ” ทั้งในส่วนบริการตรวจคัดกรองและตัดแว่นสายตาให้กับเด็กอายุ 3-12 ปี ที่มีปัญหาสายตา ซึ่งเด็กที่บ้านราชาวดีฯ นี้เป็นกลุ่มเปราะบางและมีความพิการร่วมด้วย ดังนั้นเพื่อให้เด็กเหล่านี้เข้าถึงการดูแลจึงมอบฝ่ายขับเคลื่อนภาคี เครือข่าย ร่วมกับ สปสช. เขต 4 สระบุรี ประสานกับ รพ.เมตตาประชารักษ์ (วัดไร่ขิง) ในการจัดบริการเชิงรุกคัดกรองสายตาให้กับเด็กๆ ที่นี่ และวันนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่จะขยายบริการดูแลไปยังสถานสงเคราะห์อีก 3-4 แห่ง ในพื้นที่ปากเกร็ด รวมไปถึงสถานสงเคราะห์อื่นๆ ภายใต้สังกัดหน่วยงานต่างๆ ทั่วประเทศ

สำหรับสิทธิประโยชน์บริการแว่นตาสำหรับเด็กที่มีภาวะสายตาผิดปกตินี้ นอกจากการเบิกจ่ายค่าบริการตรวจคัดกรองสายตาและตัดแว่นตาภายใต้กองทุนบัตรทองแล้ว ในระบบยังมีกองทุนหลักประกันสุขภาพระดับท้องถิ่นหรือพื้นที่ (กปท.) ที่เป็นความร่วมมือระหว่าง สปสช. และองค์กรส่วนปกครองท้องถิ่น (อปท.) เพื่อสนับสนุนการดำเนินการสิทธิประโยชน์นี้อีกด้วย เช่น การจัดอบรมให้ความรู้ครูในการคัดกรองสายตาเด็กเบื้องต้น ค่าเดินทางเพื่อนำเด็กไปรับบริการที่หน่วยบริการ และการจัดบริการตรวจคัดกรองสายตาเชิงรุก เป็นต้น

“ในวันนี้ทีมจักษุแพทย์ รพ.เมตตาประชารักษ์ ร่วมกับ รพ.ในพื้นที่ คือ รพ.ชลประทาน ได้ร่วม ได้คัดกรองสายตาให้กับเด็กบ้านราชาวดีฯ 540 คน ในจำนวนนี้พบเด็กที่มีปัญหาสายตา 41 คน ซึ่งจะได้รับการตัดแว่นตาเพื่อแก้ไขปัญหาสายตาให้มีการมองที่ดีต่อไป นอกจากนี้ สปสช.ได้ประชุมร่วมกับทีมจักษุแพทย์ และผู้แทนกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงมนุษย์ หารือเพื่อขยายการตรวจคัดกรองไปยังสถานสงเคราะห์อื่นทั่วประเทศ รวมทั้งจัดระบบบริการเชิงรุกเพื่อสนับสนุนเร่งรัดให้เด็กนักเรียนที่ตกค้างการตรวจรักษาจากจักษุแพทย์ให้เข้าถึงบริการมากขึ้น

ทั้งนี้ สปสช.อยากให้เด็กไทยทุกคนได้รับบริการคัดกรองและเข้าถึงแว่นตามากขึ้น เพื่อให้สายตาเด็กที่มีปัญหาได้รับการแก้ไข ซึ่งจะมีส่วนช่วยการพัฒนาการที่ดีให้กับเด็กไทย” รองเลขาธิการ สปสช. กล่าว

ด้าน นพ.วรภัทร กล่าวว่า รพ.เมตตาประชารักษ์ กรมการแพทย์ เป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กรมอนามัย กรมการแพทย์ ราชวิทยาลัยจักษุแพทย์แห่งประเทศไทย สปสช. สมาคมนักทัศนมาตรศาสตร์ไทย และภาคีเครือข่าย เพื่อผลักดันสิทธิประโยชน์ทางด้านสายตาในเด็กอายุ 3-12 ปีทั่วประเทศโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ซึ่งที่ผ่านมายังมีเด็กไทยที่ขาดโอกาสเข้าบริการในระบบปกติ หากมีการต่อยอดโครงการนี้ก็จะช่วยให้เด็กด้อยโอกาสที่เป็นกลุ่มเปราะบางเข้าถึงบริการนี้ได้มากขึ้น ส่งผลต่อพัฒนาการที่ดี ทั้งในด้านการศึกษา บุคลิกภาพ ทักษะด้านสังคม ฯลฯ นอกจากนี้ยังจะผลักดันให้เป็นบริการในระบบปกติต่อไป

“รพ.เมตตาประชารักษ์จะพัฒนารูปแบบบริการด้านสายตาให้กับเด็กๆ และหวังว่าโครงการนี้จะเป็นต้นแบบของการจัดบริการในพื้นที่อื่นๆ และนำไปสู่การพัฒนาที่เป็นบริการในระบบปกติต่อไป ” นพ.วรภัทร กล่าว

ด้าน น.ส.วริยาภรณ์ พรนภดล ผู้ปกครองบ้านราชาวดี (ชาย) จ.นนทบุรี กล่าวว่า บ้านราชาวดีฯ มีเด็กที่อยู่ในอุปการะ จำนวน 540 คน ในจำนวนนี้ส่วนหนึ่งมีปัญหาสายตา แต่ด้วยงบประมาณที่จำกัดนี้ ทำให้ไม่มีค่าใช้จ่ายสำหรับแก้ไขปัญหาสายตาให้กับเด็กได้ แต่ด้วยกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ในปีนี้ได้จัดสิทธิประโยชน์บริการแว่นตาสำหรับเด็กที่มีภาวะสายตาผิดปกติ จึงได้หารือไปยัง สปสช. เพื่อช่วยดูแลให้เด็กๆ เข้าถึงบริการและได้รับการแก้ไขปัญหาสายตา ซึ่ง สปสช. ได้ประสานกับ รพ.เมตตาประชารักษ์ ลงมาช่วยตรวจสายตาและตัดแว่นสายตาให้กับเด็กๆ ที่นี่

“ต้องขอบคุณ สปสช. และ รพ.เมตตาประชารักษ์ ที่ทำให้เด็กๆ ที่นี้ได้รับการดูแลสายตา เป็นโครงการที่มีประโยชน์อย่างยิ่ง โดยเฉพาะ รพ.เมตตาประชารักษ์ที่นำจักษุแพทย์ เครื่องมือตรวจวัดสายตา และยาต่างๆ มาดูแลสายตาเด็กที่นี่” ผู้ปกครองบ้านราชาวดีฯ กล่าว

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
Facebook : https://www.facebook.com/prachatai
Twitter : https://twitter.com/prachatai
YouTube : https://www.youtube.com/prachatai
Prachatai Store Shop : https://prachataistore.net

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท