รพ.มะเร็งอุบลฯ รักษามะเร็งไม่ต้องใช้ใบส่งตัว ตามนโยบายมะเร็งรักษาทุกที่ ผู้ป่วยเข้าถึงการรักษารวดเร็ว

สปสช. ลงพื้นที่อุบลฯ เยี่ยมชมการดำเนินงานมะเร็งรักษาได้ทุกที่ไม่ต้องใช้ใบส่งตัว ‘Cancer Anywhere’ ช่วยผู้ป่วยมะเร็งในเขตสุขภาพที่ 10 เข้าถึงการรักษารวดเร็ว เพิ่มคุณภาพชีวิต ญาติได้กำลังใจ ส่วนค่าบริการ สปสช.จ่ายตรง หน่วยบริการเบิกจ่ายได้ไร้ปัญหา ชี้ “ค่าเดินทาง” ข้ามเขต ข้ามจังหวัด เบิกได้ด้วย ลดภาระทุกด้านให้ผู้ป่วย ป้องกันไม่ให้มะเร็งทำล้มละลาย  

วันที่ 12 ก.ย.2565 นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) พร้อมด้วยนพ.สินชัย ต่อวัฒนกิจกุล รองเลขาธิการ สปสช. เดินทางไปที่ จ.อุบลราชธานี เยี่ยมชมการดำเนินงานตามนโยบายโรคมะเร็งไปรับบริการที่ไหนก็ได้ทั่วประเทศ (Cancer Anywhere) ของเครือข่ายโรงพยาบาลมะเร็งอุบลราชธานี และ สปสช.เขต 10 อุบลราชธานี โดยมี นพ.มนต์ชัย วิวัฒนาสิทธิพงศ์ ประธานคณะกรรมการพัฒนาระบบบริการสุขภาพ (CSO) เขต 10 นพ.พงศธร ศุภอรรถกร ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมะเร็งอุบลราชธานี และ นพ.ศรัณย์ กินศรัณศย์ ประธานคณะกรรมการพัฒนาระบบบริการสุขภาพ (Service Plan) สาขามะเร็ง เขตสุขภาพที่ 10 ให้การต้อนรับและบรรยายสรุปภาพรวมและผลการดำเนินงาน  

นพ.จเด็จ กล่าวว่า บริการมะเร็งไปรับบริการที่ไหนก็ได้ (Cancer Anywhere) เป็นหนึ่งในนโยบายของกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) และ สปสช.ในการยกระดับบัตรทอง เพื่อให้ผู้ป่วยสิทธิบัตรทองที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคมะเร็ง ได้รับบริการที่มีคุณภาพ ครอบคลุมการรักษา ทั้งผ่าตัด เคมีบำบัด รังสี ฮอร์โมน ในโรงพยาบาลที่มีศักยภาพในการรักษาโดยเร็ว และสะดวกที่สุด  

ทั้งนี้ สำหรับรูปแบบการให้บริการคือ หากหน่วยบริการรับส่งต่อผู้ป่วยมีคิวรอรับบริการมะเร็งจำนวนมาก ผู้ป่วยก็สามารถไปหน่วยบริการข้ามเขต ข้ามจังหวัดได้ โดยไม่ต้องใช้ใบส่งตัว เนื่องจากจะมีระบบลงข้อมูลของโรงพยาบาล ที่เชื่อมโยงกัน พร้อมกับนัดหมายเพื่อให้ผู้ป่วยได้พบแพทย์และทำการรักษา ทำให้ลดระยะเวลาการรอคอยรักษา และเข้าถึงการรักษาได้รวดเร็วและได้ผลดีกว่าเดิม  

นอกจากนี้ ยังมีประเด็นสำคัญคือการเดินทางของผู้ป่วยมะเร็งที่ไปรับบริการในหน่วยบริการต่างๆ แบบข้ามเขต หรือในหน่วยบริการเขตสุขภาพเดียวกันแต่คนละพื้นที่ คนละจังหวัด ค่าเดินทางอาจจะเป็นภาระให้กับผู้ป่วย บางรายเป็นภาระที่มากกว่าการไปรับการรักษาด้วย แต่ สปสช.มีค่าใช้จ่ายในการเดินทางให้กับผู้ป่วยสิทธิบัตรทอง หากหน่วยบริการนำรถไปรับผู้ป่วย ก็สามารถเบิกจ่ายตามระเบียบของ สปสช.ได้ เพื่อลดภาระให้กับประชาชน ขณะเดียวกัน สปสช.ก็จะปรับระบบให้เกิดการเบิกจ่ายที่รวดเร็วขึ้นเช่นกัน ซึ่งเชื่อว่าจะช่วยทำให้ประสิทธิภาพการบริการดีขึ้น  

“มะเร็งเป็นโรคที่ทำให้ผู้ป่วยล้มละลายได้ หากรักษาช้าโรคจะลุกลามและเป็นจุดอันตราย ในอดีตการรักษา การส่งตัวพบปัญหาเอกสารการส่งตัว เพื่อระบุว่าจะเก็บเงินค่าบริการกับหน่วยใด แต่ตอนนี้ไม่ต้องแล้ว สปสช.จะจ่ายเองโดยตรง โดยที่ไม่ต้องมีเอกสารใบระบบส่งตัว เพียงแต่ต้องมีประวัติการรักษา ที่บันทึกเอาไว้จากหน่วยบริการต้นทางไปยังหน่วยบริการที่รับส่งต่อ ผ่านระบบออนไลน์ของ รพ.ที่เชื่อมโยงกัน ทำให้ผู้ป่วยได้รับบริการที่รวดเร็วมากขึ้น”  เลขาธิการ สปสช. กล่าว  

นพ.ศรัณย์ กินศรัณศย์ ประธาน Service Plan สาขามะเร็ง เขตสุขภาพที่ 10 กล่าวว่า จากการดำเนินโครงการ มะเร็งไปรับบริการที่ไหนก็ได้ (Cancer Anywhere) ตั้งแต่ปี 2564 ในพื้นที่เขตสุขภาพที่ 10 สามารถดำเนินงานตามตัวชี้วัดได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยให้บริการผ่าตัดในระยะ 4 สัปดาห์ได้ 74.20% จากตัวชี้วัด 75% สามารถให้การรักษาด้วยเคมมีบำบัดในระยะ 6 สัปดาห์ได้ 75.26% จากตัวชี้วัด 75% และผลงานเด่นคือสามารถให้บริการรักษาด้วยรังสีรักษาในระยะ 6 สัปดาห์ได้ 92.76% จากตัวชี้วัด 60%  

นอกจากนี้ มีผู้ป่วยมะเร็งเข้ารับบริการตามนโยบายมะเร็งไปรับบริการที่ไหนก็ได้ (Cancer Anywhere) ภายในเขตสุขภาพที่ 10 จำนวน 87,690 ครั้ง ไปรับบริการนอกเขต 899 ครั้ง สปสช.จ่ายค่าบริการชดเชยในเขตเป็นเงิน 610.86 ล้านบาท ขณะที่การชดเชยข้ามเขต 8.26 ล้านบาท  

สำหรับพื้นที่เขตสุขภาพที่ 10 มีหน่วยบริการที่มีความพร้อมเข้าร่วมให้บริการ มะเร็งไปรับบริการที่ไหนก็ได้ (Cancer Anywhere) จำนวน 11 แห่งที่มีศักยภาพ ประกอบด้วย บริการรังสีรักษา 1 แห่ง คือที่โรงพยาบาลมะเร็งอุบลราชธานี การบริการเคมีบำบัดระดับที่ 1 จำนวน 8 แห่ง คือโรงพยาบาลมะเร็งอุบลฯ โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ โรงพยาบาลวารินชำราบ โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชเดชอุดม โรงพยาบาลศรีสะเกษ โรงพยาบาลยโสธร โรงพยาบาลอำนาจเจริญ และโรงพยาบาลมุกดาหาร การบริการเคมีบำบัดระดับที่ 2 จำนวน 1 แห่ง คือ โรงพยาบาล 50 พรรษา มหาวชิราลงกรณ และการบริการเคมีบำบัดระดับที่ 3 จำนวน 2 แห่ง คือ โรงพยาบาลกันทรลักษณ์ และโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชเลิงนกทา  

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วน สปสช. 1330 หรือช่องทางระบบออนไลน์ทั้งไลน์ สปสช. ไลน์ไอดี @nhso หรือคลิก https://lin.ee/zzn3pU6 และ Facebook : สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ https://www.facebook.com/NHSO.Thailand 

 

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
Facebook : https://www.facebook.com/prachatai
Twitter : https://twitter.com/prachatai
YouTube : https://www.youtube.com/prachatai
Prachatai Store Shop : https://prachataistore.net

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

พื้นที่ประชาสัมพันธ์