ปมควบรวมทรู-ดีแทค 'ก้าวไกล' จ่อยื่น ม.157 กสทช. - ผู้ใช้มือถือร้อง 'สภาองค์กรผู้บริโภค' เป็นกลาง

  • ก้าวไกล ตั้งคำถาม กสทช. บิดเบือนอำนาจตามใบสั่ง เผยเตรียมยื่น ม.157 กสทช. เสียงข้างมากที่อนุมัติควบรวมทรู-ดีแทค
  • รักษาการแทน เลขาธิการ กสทช. ระบุอนาคตยังสามารถออกมาตรการเพิ่มเติมเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อตลาดได้
  • ผู้ใช้มือถือร้อง 'สภาองค์กรผู้บริโภค' เป็นกลาง รับฟังเสียงทุกฝ่ายเท่าเทียมกรณีควบรวม
  • อาจารย์ ม.ราชภัฏสวนดุสิต ร้องป.ป.ช. สอบ 'หมอลี่' เปิดเงื่อนไขเยียวยาผู้บริโภคควบรวม ทั้งที่ยังไม่เป็นมติ กสทช.

9 พ.ย.2565 ทีมสื่อพรรคก้าวไกล รายงานต่อสื่อมวลชนว่า ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล แถลงข่าวเตรียมยื่น ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 กสทช. กรณีปล่อยให้มีการควบรวมทรู-ดีแทค พร้อมทั้งตั้งคำถามการที่วันนี้ กสทช. จะมีการลงมติใช้เงินกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ (กทปส.) จำนวน 1,600 ล้านบาท เพื่อซื้อลิขสิทธิ์บอลโลกซึ่งเป็นราคาที่สูงที่สุดในภูมิภาคอาเซียน

ศิริกัญญากล่าวว่า การใช้เงิน กองทุนของ กสทช. ไปซื้อลิขสิทธิ์บอลโลก เป็นทำผิดกฎหมายและใช้เงินผิดวัตถุประสงค์ เพราะกองทุน กทปส. มีขึ้นเพื่อใช้วิจัยและพัฒนาไปจนถึงการให้บริการสาธารณะแก่ประชาชน เช่น การทำเสาสัญญา หรือการปรับปรุงบริการสำหรับผู้พิการในการเข้าถึงสื่อต่างๆ ไม่ได้มีขึ้นเพื่อทำตามใบสั่งของใคร  ซึ่งกรณีนี้ย้อนแย้งกับกรณีควบรวมทรู-ดีแทค ที่เป็นหน้าที่ของกสทช. มีอำนาจหน้าที่จะยับยั้งได้แต่กลับปล่อยให้เกิดขึ้น แต่กรณีนี้กฎหมายไม่มีวัตถุประสงค์ให้ซื้อลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลกได้ แต่ กสทช. กลับพยายามทำให้ตนมีอำนาจ

นอกจากนี้ ศิริกัญญา ยังได้พูดถึงบทบาทของกสทช. รวมถึงกฎ Must have และ Must carry ที่ระบุไว้ต้องให้ฟรีทีวีเป็นผู้ถ่ายทอดเท่านั้น ว่ากฎนี้ทำให้เราไม่สามารถต่อรองขอลดราคาลิขสิทธิ์ได้ และเป็นอีกสาเหตุที่ทำให้เราต้องจ่ายค่าลิขสิทธิ์สูงเนื่องจากเรา จำเป็นต้องซื้อลิขสิทธิ์สำหรับการถ่ายทอดทุกช่องทาง 

ทั้งนี้ สำหรับคำอธิบายว่าการถ่ายทอดสดจะช่วยสนับสนุนให้เยาวชน มีความสนใจในประเด็นของกีฬาและช่วยสนับสนุนให้เยาวชนได้พัฒนาศักยภาพ ตนต้องตั้งคำถามกลับว่า ควรเป็นหน้าที่ของการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ซึ่งเป็นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรงหรือไม่ ที่จะเป็นผู้จ่ายลิขสิทธิ์แต่เมื่อพิจารณาแล้ว กกท. ก็ไม่ได้มีสภาพคล่องทางการเงินมากพอที่จะซื้อลิขสิทธิ์ได้ และอ้างว่าน่าจะกระตุ้นเศรษฐกิจได้ถึง 40,000 ล้านบาท  ศิริกัญญากล่าวว่า หากมั่นใจว่าการถ่ายทอดสดครั้งนี้จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้จริงก็ให้อนุมัติงบกลางของรัฐบาลไปเลย ไม่ควรจะไปล้วงเงินของกองทุน กสทช. ที่ตัวเองไม่ได้มีอำนาจตามกฎหมาย

ที่ผ่านมากองทุนดังกล่าวก็ถูกรัฐบาลล้วงเอาเงินไปใช้โดยตลอดยกตัวอย่างเช่นในสมัยของ คสช. มีการใช้มาตรา 44 แก้วัตถุประสงค์การใช้เงินเพื่อให้กระทรวงการคลังสามารถกู้ยืมงานของกทปส. ล้วงเงินไปแล้วถึง 14,800 ล้านบาท ก่อนมีการแก้กฎว่าเงินกระทรวงการกู้ยืมไปแล้วไม่ต้องคืน 

ศิริกัญญา เรียกร้องให้ กสทช.ปฏิบัติหน้าที่ของตนตามข้อกฎหมายที่มี ไม่ปฏิบัติตามใบสั่งของใครที่พยายามใช้เงินจาก กทปส. เพื่อหาคะแนนเสียงให้กับตัวเองในช่วงใกล้เลือกตั้ง ถ้าในกรณีทรู-ดีแทค เป็นการบิดเบือนไม่ทำตามอำนาจทีาตนเองมี ในครั้งนี้ก็ไม่ควรบิดเบือนทำในสิ่งที่ตนไม่มีอำนาจ

“และอยากฝากสื่อมวลชนด้วยว่าเรื่องทรู-ดีแทค เรายังติดตามต่อ วันพรุ่งนี้ (10 พ.ย. 65) เวลา 9.09 น. จะมีการยื่นฟ้องศาลปกครองให้เพิกถอนมติ กสทช. ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายร่วมกับภาคประชาชน หลังจากนั้นในวัน (ศุกร์ที่ 11 พ.ย.65) จะไปยื่นหนังสือที่ ป.ป.ช. เพื่อฟ้องคณะกรรมการ กสทช. เสียงข้างมากที่ประพฤติมิชอบด้วยกฎหมาย ขอให้ทุกคนได้ติดตามความคืบหน้าในการติดตามเรื่องทรู-ดีแทคกันต่อไป” ศิริกัญญากล่าวทิ้งท้าย

รักษาการแทน เลขาธิการ กสทช. ระบุอนาคตยังสามารถออกมาตรการเพิ่มเติมเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อตลาดได้

เมื่อวันที่ 7 พ.ย.ที่ผ่านมา TOP NEWS รายงานว่า ไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รักษาการแทน เลขาธิการ กสทช. เปิดเผยกับ TOP NEWS ว่า หลังกสทช.ได้มีมติรับทราบการรวมธุรกิจ จนถึงขณะนี้ทาง TRUE และ DTAC ยังไม่ได้มีการเข้ามาหารือ กับทางกสทช. โดยคาดว่าบริษัทอาจะยังอยู่ระหว่างการศึกษาข้อมูล เงื่อนไขหรือมาตรการเฉพาะต่างๆ ที่มีการกำหนดโดยบอร์ดกสทช. อย่างไรก็ตามการรวมธุรกิจของทั้ง 2 บริษัท ต้องเป็นไปตามกระบวนการของทางสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์(ก.ล.ต.) และอยู่ภายใต้หลักที่กสทช. ได้กำหนดเงื่อนไขและมาตรการไว้

รักษาการแทน เลขาธิการ กสทช. ย้ำว่า ถ้าทั้ง 2 บริษัทพิจารณาแล้ว ไม่เข้าใจมาตรการใดๆ ก็ต้องมาหารือกับกสทช.ก่อน ถ้าไปผ่านกระบวนการกับก.ล.ต. เพราะอาจจะมีการตั้งคำถามว่า บริษัททำได้ตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไขนี้หรือไม่ อย่างไรก็ตาม หากทั้ง 2 บริษัทมีความพร้อมในการควบรวมกิจการ โดยไม่มีข้อติดขัด หรือข้อสงสัยใดๆ เกี่ยวกับเงื่อนไขหรือมาตรการเฉพาะ ที่กสทช.กำหนด ก็สามารถดำเนินการตามกระบวนการควบรวมกิจการของบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้

ไตรรัตน์ ระบุว่า ขณะที่ทางกสทช.จะทำหน้าที่ติดตามดูว่า ภายหลังควบรวมแล้ว สามารถทำได้จริง และถูกต้อง ตามมาตรการที่กสทช.ออกไปหรือไม่ และในอนาคตหากทำไปแล้วเกิดอุปสรรคในตลาดอย่างไร ก็สามารถออกมาตรการเพิ่มเติมได้อีก เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อตลาด

ผู้ใช้มือถือร้อง 'สภาองค์กรผู้บริโภค' เป็นกลาง รับฟังเสียงทุกฝ่ายเท่าเทียมกรณีควบรวม

วานนี้ (8 พ.ย.) ผู้จัดการออนไลน์ รายงานว่า จากกรณีที่สภาองค์กรของผู้บริโภค เป็นผู้เปิดล่ารายชื่อผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับการควบรวม ‘ทรู-ดีแทค’ โดยให้ประชาชนเข้าร่วมลงชื่อผ่านเว็บไซต์ และเพจเฟซบุ๊กของสภาองค์กรของผู้บริโภคนั้น ล่าสุด 8 พ.ย.ที่ผ่านมา ตัวแทนกลุ่มผู้บริโภค ผู้ใช้บริการเครือข่ายโทรศัพท์ของค่ายทรูและค่ายดีแทค นำโดย คงชัช แก้วสุขโข ตัวแทนผู้ใช้บริการดีแทค และ จิราวัฒน์ พีรศกดิ์ภักดี ตัวแทนผู้ใช้บริการทรู ซึ่งมาในนาม ‘กลุ่มผู้บริโภค ผู้ใช้บริการเครือข่ายโทรศัพท์ของค่ายทรูและค่ายดีแทค’ รวมตัวกันเดินทางเข้ายื่นหนังสือเรียกร้องต่อสภาองค์กรของผู้บริโภค ขอให้รับฟังความคิดเห็นและความต้องการของลูกค้าในกลุ่มที่อยากให้มีการควบรวมด้วยโดยเร็ว เนื่องจากเกิดความสงสัยถึงความไม่ชอบธรรมและไม่เป็นกลาง และเห็นว่าสภาฯ ควรเป็นตัวแทนผู้บริโภคและต้องรับฟังความคิดเห็นของผู้บริโภคตัวจริงทุกฝ่าย พร้อมทั้งขอเรียกร้องให้สภาวางตัวเป็นกลางให้ข้อมูลที่รอบด้าน และคุ้มครองผู้บริโภคทุกฝ่ายอย่างเท่าเทียมกัน

คงชัช เปิดเผยถึงเหตุผลในการเดินทางเข้ายื่นข้อเรียกร้องครั้งนี้ ว่า กลุ่มผู้บริโภคทรู-ดีแทค มองเห็นข้อมูลอีกด้าน ซึ่งสภาองค์กรของผู้บริโภค ไม่เคยเลยที่จะนำเสนอให้สาธารณชนได้รับทราบ ทั้งที่เป็นประโยชน์ของกลุ่มผู้ใช้บริการทรู-ดีแทค และประชาชนทั่วไปควรรับทราบ โดยเฉพาะประโยชน์ที่ชัดเจนที่ลูกค้าแต่ละค่ายจะได้รับจากการควบรวมครั้งนี้ ตัวอย่างเช่น ลูกค้าดีแทค จะได้ใช้สิ่งอำนวยความสะดวกที่ทรูมีอยู่หลังจากการรวมกิจการ ทั้งเรื่อง เครือข่ายทรู 5G ที่ครอบคลุมทั่วประเทศ อินเทอร์เน็ตบ้านทรูออนไลน์ เคเบิลทีวีทรูวิชั่นส์ และคอนเทนต์จากทรูไอดี รวมถึงจำนวนศูนย์บริการที่มีจำนวนมาก และสิทธิประโยชน์จากทรูยู รวมถึงบริการอื่นๆ ของทรู เช่น ทรูเฮลท์ ทรูมันนี่ ตลอดจนสิทธิพิเศษอื่นๆ ที่ได้จากการเป็นลูกค้าทรู นอกจากนี้ ประโยชน์ที่เห็นได้ชัดเจนอีกเรื่อง คือ สัญญาณเครือข่ายที่ดีขึ้น เนื่องจากพอมีการรวมกันแล้ว เสาสัญญาณจะมีเพิ่มมากขึ้น สัญญาณเร็ว แรง และครอบคลุมพื้นที่ใช้งานมากขึ้น ทำให้ผู้ใช้งานทรูและดีแทคจะได้ใช้งานทั้งโทรและเน็ตที่ดียิ่งขึ้น มีความต่อเนื่องครอบคลุมทุกพื้นที่ และประการสำคัญในมุมมองของผู้ใช้บริการทั้ง 2 ค่าย เห็นว่า การควบรวมครั้งนี้ จะทำให้มีการแข่งขันกันระหว่างผู้ประกอบการรายอื่นโดยเฉพาะรายใหญ่ที่จะต้องเร่งกันแข่งขันแย่งลูกค้า ทำให้ทั้งทรูและดีแทคต้องไม่หยุดนิ่งเร่งในการเสริมบริการและสิทธิพิเศษต่างๆ มาเพิ่มมากขึ้นเพื่อรักษาฐานลูกค้าเดิม และแสวงหาลูกค้ารายใหม่ ดังนั้น จึงไม่มีเหตุผลที่ทั้งสองค่ายจะปรับเพิ่มราคาสูงขึ้น เพราะจะทำให้ลูกค้าย้ายค่ายได้ และเราเชื่อว่า เมื่อทั้งสองบริษัทร่วมกันจะมีความสามารถในการลงทุนเพื่อขยายเครือข่ายให้ดียิ่งขึ้น สามารถพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ รองรับการเติบโตของธุรกิจดิจิทัลได้ด้วย

อาจารย์ ม.ราชภัฏสวนดุสิต ร้องป.ป.ช. สอบ 'หมอลี่' เปิดเงื่อนไขเยียวยาผู้บริโภคควบรวม ทั้งที่ยังไม่เป็นมติ กสทช.

วันเดียวกัน (8 พ.ย.) ช่อง 7 และคมชัดลึกออนไลน์รายงานว่า รุ่งรวี คล้ายสุวรรณ อาจารย์ประจำมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต เข้ายื่นคำร้องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ผ่าน กมลรัตน์ นิลกำแหง ผู้อำนวยการกลุ่ม กลุ่มวิเคราะห์และพิสูจน์หลักฐานเบื้องต้นสำนักงาน ป.ป.ช. เพื่อขอให้ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของ นพ.ประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา หรือ หมอลี่ ที่ปรึกษาประจำประธานกรรมการ กสทช. ในประเด็นที่ นพ.ประวิทย์ได้มีการเปิดเผยข้อมูล “เงื่อนไข 14 ข้อเยียวยาผู้บริโภคกรณีควบรวมทรู-ดีแทค” ต่อสาธารณะผ่านสื่อสารมวลชน

สืบเนื่องจากขณะนั้นข้อมูลดังกล่าวอยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการ กสทช. ยังไม่ได้มีการเปิดเผยหรืออนุญาตให้เปิดเผยต่อสาธารณชน ซึ่งการเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวก่อให้เกิดความเสียหายและส่งผลกระทบต่อความเป็นกลางในการปฏิบัติหน้าที่ กระทบต่อพิจารณาเรื่องการควบรวมกิจการของคณะกรรมการ กสทช. รวมถึงก่อให้เกิดความสับสนต่อประชาชนที่ได้พบเห็นข่าวดังกล่าว จึงขอให้ ป.ป.ช. ดำเนินการไต่สวนข้อเท็จจริง ว่าการปฏิบัติหน้าที่ของ นพ.ประวิทย์ เข้าข่ายการกระทำทุจริตต่อหน้าที่หรือจงใจปฏิบัติหน้าที่ กระทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการหรือไม่ เพราะ นพ.ประวิทย์ มีตำแหน่งเป็นที่ปรึกษาประธานกรรมการ กสทช. มีหน้าที่รับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับการควบรวมกิจการของทรูและดีแทค ถือเป็นบุคคลที่มีฐานะพิเศษกว่าบุคคลทั่วไปและสามารถเข้าถึงข้อมูลต่าง ๆ ของสำนักงาน กสทช. ได้ทั้งที่มีส่วนเกี่ยวข้องและไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง

รุ่งรวี กล่าวว่า ตนพบเห็นข่าวทางสื่อออนไลน์แห่งหนึ่ง พาดหัวข่าวว่า “ เปิด 14 ข้อเยียวยาผู้บริโภค หาก กสทช.ไฟเขียวดีลทรูดีแทค” โดยเนื้อหาข่าวเป็นการรายงานเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับมาตรฐานเฉพาะ 14 ข้อที่จะกำหนดในการควบรวมกิจการของทรูและดีแทค ที่ยังอยู่ในระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการ กสทช. และยังไม่ได้มีการเปิดเผย ประกอบกับเห็นว่าพฤติกรรมระหว่าง นพ.ประวิทย์ กับ น.ส.สารี อ๋องสมหวัง ดูมีความสนิทสนมเกื้อกูลกันมาตลอด และยังมีความเห็นไปในทางเดียวกันที่จะคัดค้านไม่ให้มีการควบรวมระหว่างทรูและดีแทค จึงคาดว่าน่าจะมีการส่งต่อ หรือ แลกเปลี่ยนข้อมูลมาตรการเฉพาะ 14 ข้อเกี่ยวกับการเยียวยาผู้บริโภค ซึ่งเป็นความลับทางราชการ และนำมาเปิดเผยต่อสื่อมวลชนโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งเห็นได้จากพิรุธในการให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนของนพ.ประวิทย์ และคำให้สัมภาษณ์ของ น.ส.สารี ในเนื้อหาที่ความสอดคล้องกันอย่างเห็นได้ชัด และเป็นการให้สัมภาษณ์และรายงานข่าวในวันเดียวกัน

รุ่งรวี กล่าวด้วยว่า การล่วงรู้ข้อมูลเกี่ยวกับมาตรการเฉพาะ 14 ข้อดังกล่าว จึงอาจมีส่วนที่เกี่ยวข้องหรือมีส่วนเป็นผู้สนับสนุนในการเปิดเผยข้อมูลความลับของทางราชการ เพราะมีข้อพิรุธในพฤติกรรมและการกระทำหน้าที่อย่างไม่เป็นกลาง ซึ่งได้มีการแสดงความคิดเห็นต่อสาธารณะหลายครั้งหลายคราว ด้วยการชักจูงความคิดประชาชนผู้รับฟังรับชมไปในทางคัดค้านไม่ให้มีการควบรวมกิจการระหว่างทรูและดีแทคตลอดมา แสดงให้เห็นถึงความไม่เป็นกลางอย่างชัดเจน และอาจเป็นการกระทำที่เข้าข่ายปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย จึงทำให้ตนต้องมายื่นหนังสือต่อ ป.ป.ช. ขอให้ตรวจสอบไต่สวนข้อเท็จจริงในการปฏิบัติหน้าที่ของนพ.ประวิทย์ ดังกล่าว

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
Facebook : https://www.facebook.com/prachatai
Twitter : https://twitter.com/prachatai
YouTube : https://www.youtube.com/prachatai
Prachatai Store Shop : https://prachataistore.net

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท