เพราะคุณทำร้ายธรรมชาติ เราจึงทำลายจักรวรรดิน้ำมันของคุณ

ประชาไททำหน้าที่เป็นเวที เนื้อหาและท่าที ความคิดเห็นของผู้เขียน อาจไม่จำเป็นต้องเหมือนกองบรรณาธิการ

แผนของโซชิทฟังดูบ้าระห่ำ เธอจะระเบิดท่อส่งน้ำมันดิบใหญ่ที่สุดโครงการหนึ่งในประเทศ 

เธอเชื่อว่าตนทำได้และมีสิทธิชอบธรรมที่จะทำ

พอกันทีกับวิธีปกป้องสิ่งแวดล้อมแบบเดิมๆ ทำแคมเปญรณรงค์ให้ผู้ถือหุ้นถอนตัวออกจากบริษัทเชื้อเพลิงฟอสซิล ทำสารคดีสื่อสารเพื่อการการเปลี่ยนแปลงทางสังคมหรือโครงการอนุรักษ์เมล็ดพันธุ์โลกสวย โลกแม่งพังจะตายห่าแล้ว และเธอจะไม่ทนถูกทำร้ายอีกต่อไป 

เราสามารถใช้ความรุนแรงทำลายทรัพย์สิน (sabotage) ในนามของความยุติธรรมทางสิ่งแวดล้อมได้หรือไม่ คือคำถามที่ภาพยนตร์เรื่อง How to blow up a pipeline โยนทะลุปล่องขึ้นมาโดยไม่ได้จงใจจะคุยกับใครเป็นพิเศษ แต่กระแทกหน้าทุกคน

ในฐานะสิ่งมีชีวิตหนึ่งบนโลก เราคงมีสิทธิจะครุ่นคิดถึงความเป็นไปได้นี้ ไม่มากก็น้อย

กันยายนที่ผ่านมา กลุ่มการเมืองสิ่งแวดล้อมได้จัดวงคุยเกี่ยวกับหนังเรื่องดังกล่าวไปที่กรุงเทพฯ นับเป็นการเอาหนังที่เป็นกระแสครึกโครมในวงการสิ่งแวดล้อมตะวันตกมาคุยกันในบริบทไทยครั้งแรกๆ เราจึงขอบันทึกห้วงคำนึงที่เกิดขึ้นในบทสนทนาไว้ในบทความนี้

ก่อนอื่นมาคุยเรื่องหนังกันก่อน เผื่อคุณจะยังไม่ได้ดู

*

How to blow up a pipeline (2022) ความยาว 1 ชั่วโมง 40 นาที กำกับโดย Daniel Goldhaber เป็นภาพยนตร์แนวทริลเลอร์ที่พัฒนาขึ้นจากบทความทางปรัชญาชื่อเดียวกันของอาจารย์นิเวศวิทยามนุษย์ชาวสวีเดน Andreas Malm 

สำหรับหนังสือ ผู้เขียนมองว่าการเคลื่อนไหวเรื่องสภาพภูมิอากาศปัจจุบันนั้นเป็นเหมือนวงจรที่มีขึ้น-มีลง ปี 2018 เกรต้า ธันเบิร์ก ไปนั่งจุ้มปุ๊กประท้วงอยู่หน้ารัฐสภาสวีเดนจนกระทั่งเกิดกระแส Friday For Future ทั่วโลก จนกระทั่งกันยายนปีต่อมา มีการประท้วงโลกร้อนครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ ในสัปดาห์เดียว มีคนร่วมกว่าสี่ล้านคน

แต่กระแสนี้ก็ช็อตฟีลไปเพราะโควิด ไม่ต่างกับการประท้วงสิ่งแวดล้อมประเด็นอื่นๆ ก่อนหน้าที่พีคแล้วก็พับลง แอนเดรสจึงเริ่มตั้งคำถามว่าการเรียกร้องเพื่อสิ่งแวดล้อมที่ทำอยู่ทุกวันนี้มันเพียงพอหรือไม่ หรือจะทำอะไรได้มากกว่านี้ถ้าไม่ยึดติดว่าจะต้องใช้ “สันติวิธี”

จากการทดลองทางความคิดสู่หนัง นี้คือเรื่องราวของวัยรุ่นอเมริกันแปดคนที่มารวมตัวเฉพาะกิจเพื่อกู้โลก...พล็อตคุ้นๆ เหมือนกับหนังแอคชั่นบางค่าย แต่คนดูอาจจะไม่มองพวกเขาเป็นฮีโร่ หากเป็นผู้ก่อการร้าย 

โซชิท เด็กสาวมหาลัยจากรัฐแคลิฟอร์เนียต้องเสียแม่ไปเพราะคลื่นความร้อน ทับถมด้วยมลพิษจากโรงกลั่นน้ำมันที่ตั้งอยู่ระยะประชิดชุมชน โซชิทกับธีโอ เพื่อนวัยเด็กที่โตมาในเมืองเดียวกันและเป็นลูคีเมียระยะสุดท้ายจึงเกิดความรู้สึกว่าต้องลงมือสร้างการเปลี่ยนแปลงที่มากกว่าเดิม ตัดสินใจจะระเบิดท่อน้ำมันในรัฐเท็กซัส พวกเธอรวมทีมคนที่เชื่อในสิ่งเดียวกัน ทั้งเด็กหนุ่มเนทีฟอเมริกันที่ประดิษฐ์ระเบิดเองได้ ชาวบ้านในพื้นที่ท่อส่งน้ำมันที่รู้จักที่ทางและคนอื่นๆ มาร่วมด้วย 

ตู้ม!!!!!!!

พล็อตเรียบง่าย เล่าเรื่องภารกิจประดิษฐ์ระเบิดสลับกับแฟลชแบ็กย้อนอดีตประวัติของแต่ละคน ทำไมคนทั้งแปดถึงมาอยู่จุดนี้  

ท่ามกลางเปลวเพลิงที่ลุกไหม้ฝ่าความมืดมิด โซชิทกับธีโอคุกเข่าลง รอให้ตำรวจมาจับ ในเวลาเดียวกัน พวกเธอปล่อยคลิปลงโซเชียลอธิบายเหตุผลที่ทำ ศาลอาจจะตัดสินให้เธอผิดฐานทำลายทรัพย์สินบริษัทน้ำมัน แต่สังคมจะมองเรื่องนี้อย่างไร 

เธอคือผู้ก่อการร้าย เป็นคนใกล้ตายที่พยายามดิ้นรนเฮือกสุดท้าย หรือฮีโร่กอบกู้โลก

**

ในวงคุยที่กรุงเทพ ทุกคนเงียบกริบแล้วปล่อยความคิดตกตะกอน เราไม่ได้ให้ทุกคนยกมือโหวตว่าโซชิททำผิด / ไม่ผิด แต่ดูเหมือนจะไม่มีใครแย้งแบบเด็ดขาด 

คนมาร่วมวงหลายคนเป็นนักกิจกรรมที่สนใจประเด็นสังคมอยู่แล้ว หลายคนมาจากสหภาพแรงงานเลยคุ้นเคยกับการแอคชั่นเพื่อตัดแขนขานายทุน 1% ในสังคม ผู้มาร่วมคนหน่ึงเป็นทนายคุ้นเคยกับคดีความด้านสิ่งแวดล้อมถึงกับกุมหัว โซชิทกับธีโอฟังดูน่าเห็นใจมากและข้ออ้างที่ว่าพวกเขา “ถูกทุนน้ำมันทำร้ายก่อนเลยต้องป้องกันตัว” ก็ฟังดูมีเหตุผล

ถึงจะทำลายทรัพย์สินบริษัทน้ำมัน โซชิทกับเพื่อนๆ ก็ไม่ได้ทำให้ใครบาดเจ็บหรือเสียชีวิต พวกเขายังจงใจปิดวาว์ลส่งน้ำมันดิบเพื่อให้พอท่อระเบิดแล้วน้ำมันไม่รั่วไหลปนเปื้อนแหล่งน้ำใกล้เคียง 

คนที่ทำงานด้านสื่อก็ถึงกับจุก เพราะมีตัวละครหนึ่งในหนังเองก็เป็นนักสารคดีที่ไปขอสัมภาษณ์ชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากโครงการท่อน้ำมันจนแท้งลูก ถูกชาวบ้านระเบิดอารมณ์ใส่ว่ามันเป็นแผลในใจครอบครัวเขามากและการสื่อสารสาธารณะไปจะได้อะไรขึ้นมาจริงๆ

พวกเขาผิดไหม?

หนังตัดจบห้วนแล้วไม่ได้เล่าถึงผลกระทบจากการระเบิดต่อสังคมเท่าไหร่นัก ทั้งแปดคนวางแผนตั้งแต่แรกที่จะทำให้เป็นการแสดงเชิงสัญลักษณ์ แต่เป็นสัญลักษณ์ที่ส่งผลกระทบมากพอจะทำให้คนใหญ่คนโตและสังคมสะดุ้งตกเก้าอี้ ธุรกิจส่งน้ำมันดิบต้องชะงัก ราคาน้ำมันต้องร่วง

คุ้ม / ไม่คุ้ม?

***

How to blow up a pipeline อาจไม่ใช่แค่เรื่องแต่ง ในโลกความเป็นจริงก็มีเรื่องแนวนี้อยู่เหมือนกัน คนสร้างตัวละครโซชิทกับธีโอก็อาจจะได้แรงบันดาลใจมากจาก Ruby Montoya อดีตคุณครูวัย 27 กับ Jessica Reznicek นักกิจกรรมคริสเตียนวัย 37 ที่สู้คัดค้านโครงการท่อน้ำมันดิบ North Dakota ความยาว 1,886 กิโลเมตรที่ตัดผ่านตะวันตกเฉียงเหนือของอเมริกาและพื้นที่ชนพื้นเมืองเผ่าแสตนดิ้งร็อก

ปี 2016 จากการไปนั่งขวางถนนโครงการ (sit-in) สองสาวรู้สึกไม่พอใจที่ความพยายามที่ผ่านมาเหมือนจะสูญเปล่า เลยถือหัวเชื่อมออกซี่–อะซิทีลีไปทำลายวาว์ลท่อส่งน้ำมัน จุดไฟเผารถแทรกเตอร์และนั่งคุกเข่ารอให้ตำรวจมาจับ ศาลอุทธรณ์ตัดสินให้จำคุก Jessica 8 ปีข้อหาก่อการร้าย โดยทนายโต้ว่าเธอทำลายทรัพย์สินบริษัทเอกชน รัฐบาลสหรัฐมองว่าเป็นผู้ก่อการร้ายต่อความมั่นคงประเทศ 

ท่อน้ำมันดิบ North Dakata มูลค่า 3.78 พันล้านเหรียญสหรัฐ (137 พันล้านบาท) ยังคงเดินหน้าต่อ ส่งน้ำมัน 750,000 บาร์เรล (ประมาณ 1 ร้อยล้านลิตร) ต่อวันให้โรงกลั่นน้ำมันในสหรัฐและบางส่วนไปแคนาดา ใช้เป็นน้ำมันดีเซลในรถยนตร์ น้ำมันเตาในเครื่องทำความร้อนบ้านเรือนและสินค้าอุปโภคบริโภคในชีวิตประจำวัน เช่น พลาสติก

ในเมืองไทยเอง ใบหน้าของสองสาวอาจจะซ้อนทับกับใบหน้าเครียดขมึงจริงจังของยายไฮ นักสู้จากอุบลฯ อ่างเก็บน้ำขนาดเล็ก “เขื่อนห้วยละห้า” สร้างขึ้นปี 2521 (ค.ศ.1978) เพื่อชลประทาน เขื่อนทำให้น้ำท่วมที่นาของแกกับสามีจนไม่มีอันจะกิน ยายเลยสู้สุดชีวิต ยื่นหนังสือถึงนายกจนกระทั่งหยิบจอบหยิบเสียมไปทุบเขื่อนเป็นรูเล็กๆ ประโจษประจันกันในหน้าหนังสือพิมพ์

นอกจากนี้ บางทีก็มีข่าวสั้นๆ ตามเฟสบุ๊กเรื่องการระเบิดท่อแก๊สธรรมชาติในเมียนมาอยู่บ้างเหมือนกัน เมื่อกลุ่มกองกำลังชาติพันธุ์กะเหรี่ยงระเบิดท่อแก๊สที่รัฐบาลส่วนกลางควบคุมโดยกองทัพใช้เป็นแหล่งรายได้ โดยเป็นโครงการที่ ปตท.เป็นผู้ร่วมหุ้นลงทุน สูบแก๊สธรรมชาติจากอ่าวเมาะตะมะ วิ่งผ่านท่อเข้ามาโรงแปรรูปที่จ.ราชบุรีและผลิตเป็นไฟฟ้า ขายส่วนใหญ่ให้กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (ทั้งนี้ เป้าหมายการกระทำยังดูเป็นเหตุผลทางการเมืองมากกว่าสิ่งแวดล้อมอยู่)

ไม่ว่าที่ไทยหรือในต่างประเทศ แนวคิดเรื่องการก่อการร้ายทางสิ่งแวดล้อม (ecoterrorism) ก็ยังฟังดูเป็นเรื่องใหม่ ดูเหมือนพวกเราจะชินการต่อสู้ทางสิ่งแวดล้อมที่อหิงสาและสันติวิธี ความรุนแรงที่มากที่สุดคงเป็นการจบชีวิตตัวเอง...แล้วสังคมยกใ้ห้เป็นวีรบุรุษนักอนุรักษ์?

****

ในตอนจบของ How to blow up a pipeline ทันทีที่ท่อระเบิด คลิปก็ร่อนทั่วอินเตอร์เน็ต ท้าให้การตัดสินใจว่าการกระทำนี้ผิดหรือถูกไม่ได้หยุดอยู่แค่ที่ดุลพินิจของศาล แต่ยังเป็นเรื่องของสาธารณะ

ธีโอที่ป่วยมะเร็งเพราะเติบโตใกล้โรงกลั่นน้ำมันเสียชีวิต

โซชิทถูกจำคุกช่วงหนึ่ง แล้วเธอมาร่วมงานศพของเพื่อน

ในชุดไปรเวท

หลังจากเหตุการทั้งหมด ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ กลุ่มวัยรุ่นอีกกลุ่มแต่งชุดสีดำมิดชิดถือระเบิดซ่อนในกระเป๋าไปวางไว้ที่ท่าเรือยอร์ช

พวกเขาติดกระดาษสีเหลืองซึ่งเขียนคำอธิบายเหตุผล : ทำไมพวกเราถึงทำลายทรัพย์สินของคุณ

นาฬิกานับถอยหลัง...

 

 

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
Facebook : https://www.facebook.com/prachatai
Twitter : https://twitter.com/prachatai
YouTube : https://www.youtube.com/prachatai
Prachatai Store Shop : https://prachataistore.net
ข่าวรอบวัน
สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท