Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

ขบวนประชาชนระนอง เครือข่ายรักษ์ระนอง เครือข่ายรักษ์พะโต๊ะ ราว 50 คน ทำกิจกรรม 'เดินหยุดแลนด์บริดจ์' จากอ่าวอ่าง จุดสร้างท่าเรือน้ำลึก ไปยังที่ว่าการอำเภอระนอง เพื่อเรียกร้องให้ภาครัฐยุติเวทีรับฟังความเห็นครั้งที่ 3 โครงการแลนด์บริดจ์ ชุมพร-ระนอง ที่จะจัดในวันที่ 5 ส.ค. 68 อ.วิศวกรรมสิ่งแวดล้อม ชี้รายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม-สุขภาพ (EHIA) ยังพบจุดบกพร่อง หวั่นทำลายสิ่งแวดล้อม ระบบนิเวศ 

 

4 ส.ค. 2568 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งเมื่อ 2 ส.ค.ที่ผ่านมา เมื่อเวลา 8.00 น. ประชาชนในจังหวัดระนอง ร่วมประกาศเจตนารมณ์เดินปกป้องแผ่นดินเกิด ก่อนเริ่มต้นทำกิจกรรม 'เดินหยุดแลนด์บริดจ์' เพื่อเรียกร้องให้มีการยุติเวทีรับฟังความคิดเห็น (ค 3 ) ที่จะจัดขึ้นวันที่ 5 ส.ค.นี้

ทม (ม๊ะทม) สินสุวรรณ ผู้นำขบวนเดินรณรงค์ครั้งนี้ กล่าวว่า เธอกำลังเดือดร้อน ไม่มีที่อยู่ที่ทำกิน จึงจะเดินเท้าไปหยุดโครงการแลนด์บริดจ์ ชุมพร-ระนอง และ SEC (ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษ) ก่อนนำขบวนออกเดินในทันที โดยเริ่มต้นมีชาวบ้านในพื้นที่และเครือข่ายรักษ์พะโต๊ะ ร่วมเดินจากจุดเริ่มต้นประมาณ 15 คน หลังจากนั้นมีคนจากหลากหลายพื้นที่เข้ามาร่วมเดิมจำนวนมาก โดยในช่วงก่อนพักเที่ยงมีคนร่วมขบวนราว 50 คน

โฆษณา - Advertising

ด้านดารารัตน์ ชิดเอื้อ ตัวแทนเครือข่ายรักษ์ระนอง ได้อ่านแถลงการณ์ โดยตอนหนึ่งระบุว่า เครือข่ายรักษ์ระนอง เป็นเพียงประชาชนในพื้นที่กลุ่มเล็กๆ ที่มีทั้งชาวประมงพื้นบ้าน ชาวเลมอแกน ชาวสวน คนไทยพลัดถิ่น เธอยืนยันมาตลอดว่า นโยบายการพัฒนาของรัฐบาลกำลังสร้างความเหลื่อมล้ำระหว่างประชาชนในพื้นที่กับนักลงทุนต่างชาติในประเทศนี้ให้มีช่วงว่างห่างออกไปยิ่งขึ้น

“พวกเราจึงจะยืนหยัดที่จะส่งเสียงเล็กๆ นี้ออกไป การเดินเพื่อปกป้องทะเล ผืนป่า ชุมชน คนสองฝั่ง ระหว่างวันที่ 2-5 สิงหาคม 2568 ก็จะเป็นการส่งเสียงของพวกเราและมิตรสหายทั้งหลาย ไปยังผู้มีอำนาจให้ได้รับรู้ถึงความไม่เป็นธรรมจากการพัฒนาที่กำลังสร้างความเหลื่อมล้ำ โดยไม่มีพวกเราอยู่ในสมการเหล่านั้นเลย เราจึงจะขอใช้ 2 ตีนที่พวกเรามี ย่ำย่างไปบนถนนจากอ่าวอ่าง ซึ่งเป็นจุดก่อสร้างท่าเรือน้ำลึกฝั่งนี้ไปยังอำเภอเมืองจังหวัดระนองอย่างสงบ เพื่อเชื้อเชิญประชาชนผู้รักความเป็นธรรมทั้งหลายได้ออกมาส่งเสียงร่วมกับพวกเราไปพร้อมๆกัน” ดารารัตน์ กล่าว

เมื่อประชาชนเริ่มออกเดิน ได้มีตำรวจทั้งในเครื่องแบบ และนอกเครื่องแบบ รวมถึงรถตำรวจมาติดตามดูแลความปลอดภัย ก่อนที่จะแยกตัวออกไปเมื่อเห็นว่าขบวนเดินไปตามปกติ

ทั้งนี้ ขบวนประชาชนได้หยุดพักเป็นระยะๆ เนื่องจากม๊ะทม ซึ่งมีอายุ 66 ปี มีอาการเหนื่อยหอบ อย่างไรก็ตาม ทม ยืนยันว่าจะเดินไปจนถึงปลายทาง เพื่อคัดค้านการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นที่ไม่เป็นธรรมนี้

ทม สินสุวรรณ (ม๊ะทม)

ด้าน ดร.อาภา หวังเกียรติ อาจารย์สาขาวิชาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ซึ่งได้ร่วมในเวทีชำแหละ EHIA เมื่อ 1 ส.ค.ที่ผ่านมา ระบุว่า เธอเจอข้อบกพร่องในรายงานเยอะมาก มีทั้งลักษณะที่เชื่อว่าไม่ถูกหลักวิชาการ การคัดลอกข้อมูลมาวาง เช่น ในเอกสารรายงานหน้าเดียวกัน ระบุทั้งจังหวัดระนอง ระยอง ชลบุรี ทั้งที่ไม่มีความเกี่ยวข้อง 

“การที่รายงานเลือกขอบเขตการศึกษาในรัศมี 5  กิโลเมตร กับโครงการใหญ่ขนาดนี้ไม่มีความถูกต้องเลย รัศมี 5  กิโลเมตร ทำให้พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ทางทะเล ในขณะเดียวกัน รายงานไม่ได้ระบุอย่างครบถ้วนถึงระบบนิเวศที่หลากหลาย อย่างเช่น ไม่มีการพูดถึงดอนตาแผ้ว ซึ่งเป็นระบบนิเวศสันดอนทราย ที่เป็นที่ทำมาหากินของชาวบ้านจำนวนมาก เพราะมีสัตว์ทะเลชุกชุม ในขณะที่เมื่อพูดถึงความอุดมสมบูรณ์รายงานการศึกษา ก็ระบุว่าสำรวจพบสัตว์หน้าดิน เพียง 1 ชนิด จำนวน 7 ตัว ในพื้นที่ 1 ตารางเมตร ซึ่งขัดกับข้อมูลที่มีนักนิเวศวิทยาจำนวนมากเคยมาสำรวจวิจัยในพื้นที่เดียวกันนี้” ดร.อาภา กล่าว

ดร.อาภา มีข้อสังเกตด้วยว่า รายงานฉบับนี้ไม่มีการศึกษาผลกระทบหรือแนวทางรับมือในกรณีต่างๆ เช่น เรื่องการกัดเซาะชายฝั่ง ไม่มีการศึกษาเรื่องแผ่นดินไหว สึนามิ หรือแม้กระทั่งพายุ ทำให้ไม่มีแนวทางการป้องกัน หรือรับมือผลกระทบระบุไว้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ชี้ให้เห็นว่ารายงานฉบับนี้ ไม่มีคุณภาพ

“ส่วนตัวเคยได้ที่นี่ แล้วพบว่า จ.ระนองมีความอุดมสมบูรณ์สูงมาก ทั้งพื้นที่บนบก และในทะเลควรอย่างยิ่งที่จะรักษา และรู้สึกว่าเราต้องมีส่วนที่จะออกมารักษาสิ่งเหล่านี้ให้เป็นสมบัติ เป็นทรัพยากรของทุกคน” ดร.อาภา กล่าวทิ้งท้าย

ทั้งนี้ เย็นวันเดียวกัน ขบวนประชาชนสามารถเดินไปได้ประมาณ 14 กม. และพักค้างที่สำนักสงฆ์บกต้อ และจะมีเวทีพูดคุยเรื่อง "ชาวประมงพื้นบ้าน มอแกน ไทยพลัดถิ่น ผู้ไม่อยู่ในสมการการพัฒนาของรัฐ" ซึ่งต้องการสะท้อนเสียงของประชาชนในพื้นที่ ที่ไม่เคยได้อยู่ในสมการการคิดทบทวนนโยบายของรัฐบาล

 

ล่าสุด วันนี้ (4 ส.ค.) รายงานจากสื่อเถื่อน เมื่อเวลาประมาณ 9.45 น. ระบุว่า ขบวนเดินหยุดแลนด์บริดจ์เดินทางถึงศูนย์ราชการจังหวัดระนองแล้ว หลังจากนี้จะมีการยื่นหนังสือถึงผู้ว่าฯ เพื่อชี้แจงถึงผลกระทบ และปัญหาของรายงาน EHIA ที่ไม่ตรงกับความจริง เพราะหากมีการสร้างท่าเรือน้ำลึกจะส่งผลกระทบต่อประชาชน และสร้างความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจท้องถิ่น และอยากให้ผู้ว่าฯ พิจารณาเลื่อนเวทีรับฟังความเห็น EHIA ครั้งที่ 3 (ค 3) ออกไปก่อน

เครือข่ายประชาชนระนอง ยื่นหนังสือถึงผู้ว่าฯ ยก 5 เหตุผล ขอยุติเวที ค.3 

4 ส.ค. 2568 สื่อเถื่อน และสำนักข่าวชายขอบ รายงานวันนี้ (4 ส.ค.) ที่ศาลากลางจังหวัดระนอง เปิดเผยว่า ขบวนเดินหยุดแลนด์บริดจ์ นำโดย ทม สินสุวรรณ หรือม๊ะทม เครือข่ายรักษ์ระนอง และเครือข่ายรักษ์พะโต๊ะ ได้ยื่นหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง เพื่อขอให้ยุติการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นครั้งที่ 3 (ค.3) โครงการศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม และสุขภาพ ท่าเรือน้ำลึกอ่าวอ่าง จ.ระนอง หลังจากขบวนใช้เวลาเดินเท้าจากบ้านห้วยปลิง ต.ราชกรูด ตั้งแต่วันที่ 2 ส.ค. 2568 เป็นระยะทางประมาณ 45 กม. มายังศาลากลางจังหวัดระนอง

รายละเอียดในหนังสือระบุถึงหลักการและเหตุผลที่ต้องคัดค้าน ดังนี้

ตามที่สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ประกาศกำหนดจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นครั้งที่ 3 (ค.3) เพื่อทบทวนร่างรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมสำหรับโครงการที่มีผลกระทบรุนแรง (EHIA)โครงการท่าเรือน้ำลึกอ่าวอ่าง จังหวัดระนองภายใต้โครงการแลนด์บริดจ์ ระนอง – ชุมพร ในวันที่ 5 สิงหาคม 2568 นั้น พวกเราไม่เห็นด้วยกับการจัดเวทีในครั้งนี้ ด้วยพบข้อผิดพลาดในการดำเนินโครงการศึกษาดังกล่าวหลายประการ อย่างเช่น

1. กระบวนการศึกษาโครงการหรือการจัดทำรายงาน EHIA ของโครงการท่าเรือน้ำลึกฯ ทั้ง 2 พื้นที่ ถือว่าด้อยมาตรฐานทางวิชาการและไม่เคารพการมีส่วนร่วมของประชาชนหากนับตั้งแต่วันเริ่มต้นในการศึกษาออกแบบและการศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมในแต่ละโครงการย่อย ถือว่าเป็นกระบวนการที่มีมาตรฐานด้านวิชาการและด้านการมีส่วนร่วมของประชาชนต่ำมาก เช่น การรับรู้ของผู้ที่ได้รับผลกระทบโดยตรง การเชิญให้เข้าร่วมเวทีที่ไม่ทั่วถึง การเปิดเผยข้อมูลและจัดกระบวนการรับฟังความคิดเห็นด้วยวิธีการและระยะเวลาที่ไม่เพียงพอและชุมชนเข้าถึงได้ยากลำบาก เป็นต้น จนมีคำถามว่าในขณะที่โครงการมีขนาดใหญ่ ใช้งบประมาณจำนวนมาก และจะสร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและประชาชนอย่างรุนแรงในวงกว้าง แต่เหตุใดจึงใช้วิธีการศึกษาผลกระทบที่ไม่เหมาะสมกับขนาดโครงการ จำกัดการรับรู้และไม่ได้มุ่งหมายให้ประชาชนโดยเฉพาะกลุ่มผู้ได้รับผลกระทบสามารถมีส่วนร่วมได้อย่างแท้จริง

ทั้งๆ ที่การดำเนินโครงการที่มีผลกระทบรุนแรงจำเป็นที่จะต้องให้ความสำคัญกับกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชนมากกว่าโครงการปกติทั่วไป เพราะจะเป็นการเริ่มต้นที่ทำให้เกิดความน่าเชื่อถือและโปร่งใส ผ่านการศึกษาให้ข้อมูลและการเปิดพื้นที่รับฟังความคิดเห็นของประชาชนอย่างทั่วถึง ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งต่อการพิจารณาตัดสินใจเกี่ยวกับโครงการอย่างถูกต้องรอบคอบ หาใช่เพียงแค่การสร้างพิธีกรรมเพื่อให้แล้วเสร็จตามที่กฏหมายบังคับเท่านั้น

2. โครงการแลนด์บริดจ์ เป็นโครงการขนาดใหญ่ที่ประกอบด้วยโครงการย่อยอีกหลายโครงการ แต่กลับไม่มีการศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ (SEA : Strategic Environmental Assessment) โดยพบว่าเป็นการแยกกันศึกษาเป็นรายโครงการย่อยที่ต่างคนต่างทำ เช่น โครงการก่อสร้างท่าเรือน้ำลึกอ่าวอ่าง โครงการก่อสร้างท่าเรือน้ำลึกแหลมริ่ว โครงการรถไฟรางคู่ โครงการมอเตอร์เวย์ โครงการนิคมอุตสาหกรรม (ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต) และเชื่อว่าจะมีโครงการอื่นๆตามมาอีกหลายโครงการ ซี่งวิธีการศึกษาเช่นนี้จะไม่ทำให้เห็นภาพใหญ่ของโครงการทั้งหมด อันจะทำให้ขาดระบบการประมวลผลกระทบและผลสัมฤทธิ์ของโครงการที่แม่นยำ รวมถึงไม่สามารถทำให้ประชาชนรับรู้ถึงผลกระทบโดยรวมที่เชื่อมโยงกันทั้งหมดที่จะเกิดขึ้นจากโครงการแลนด์บริดจ์ ซึ่งย่อมส่งผลให้การแสดงความคิดเห็นของประชาชนและการตัดสินใจของภาคส่วนต่างๆ เกี่ยวกับการดำเนินโครงการไม่ครบถ้วนรอบด้านและเกิดความผิดพลาดได้ รวมไปถึงการศึกษาของคณะกรรมาธิการวิสามัญของรัฐสภาที่ได้สรุปรายงานไปแล้ว ซึ่งถูกมองว่าเป็นรายงานที่ทำขึ้นเพียงเพื่อเอาใจท่านนายกฯ แต่กลับไม่ได้นำเสนอข้อสังเกตสำคัญที่พวกเราพยายามให้ข้อมูลไปแล้วแต่อย่างใด

อย่างไรก็ตาม ทางสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งจราจร หรือ สนข. พยายามอธิบายว่าได้เคยมีการจัดทำ SEA ในเรื่องนี้มาแล้วโดยสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเมื่อหลายปีที่ผ่านมา ซี่งพวกเราเห็นว่าการศึกษาดังกล่าวนั้น ไม่ใช่ความหมายของการศึกษาภายใต้โครงการนี้ หากแต่เป็นการเลือกเส้นทางการจัดทำแลนด์บริดจ์เท่านั้น

3. รัฐบาลควรคำนึงถึงศักยภาพการพัฒนาจังหวัดระนอง ชุมพร และภาคใต้ในมิติอื่นๆด้วย กล่าวคือ ถ้าโครงการแลนด์บริดจ์ไม่สามารถเกิดขึ้นได้จริงด้วยเหตุผลใดก็ตามแต่ ท่านนายกรัฐมนตรีเคยคิดไว้หรือไม่ว่าท่านจะพัฒนาจังหวัดระนอง ชุมพร และจังหวัดอื่นๆ ในภาคใต้ไปในทิศทางใดนอกจากนี้ ซึ่งพวกเรามีความเชื่อว่าจังหวัดระนอง ชุมพร และภาคใต้ ยังมีศักยภาพอีกมากที่ไม่ถูกพัฒนาอย่างจริงจัง อย่างเช่นมิติของการท่องเที่ยว การประมง และการเกษตร ที่เพียงรัฐบาลกล้าคิดแตกต่างจากรัฐบาลอื่นๆ ที่ผ่านมา ก็จะสามารถสร้างความเจริญรุ่งเรืองให้กับภาคใต้ได้ไม่ยาก

ด้วยเพราะภาคใต้ไม่เคยถูกส่งเสริมการพัฒนาอย่างเป็นระบบเพื่อให้ศักยภาพที่มีอยู่แปล่งประกายได้อย่างเต็มที่ ซึ่งเรายังเชื่อว่าหากมีรัฐบาลที่ฉลาดมากพอ ก็จะสามารถสร้างการพัฒนาที่จะทำให้คนในพื้นที่ได้ประโยชน์อย่างแท้จริง ทั่วถึง เป็นธรรม และยั่งยืน มากกว่าโครงการแลนด์บริดจ์หลายเท่า

4. โครงการนี้ไม่ยอมรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอทางวิชาการของสถาบันการศึกษา และผู้ประกอบการด้านโลจิสติกส์ ที่มีข้อทักท้วงถึงความไม่คุ้มทุนในโครงการแลนด์บริดจ์ และมีรายการการศึกษาที่เป็นวิชาการว่าโครงการนี้จะมีความเสี่ยงอย่างไรบ้าง ทั้งด้านงบประมาณ ด้านสังคมวิถีชีวิต ทรัพยากรธรรมชาติ ที่ดินป่าไม้ สิ่งแวดล้อม ความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศ อาชีพและแหล่งท่องเที่ยว ที่จะสูญเสียไปอย่างไม่มีวันย้อนคืนเพื่อแลกกับการดำเนินโครงการแลนด์บริดจ์

5. รายงานการศึกษา (EHIA) โครงการนี้ มีเนื้อหาที่ไม่ตรงกับความเป็นจริง ตามที่นักวิชาการอิสระกว่า 10 ท่าน ได้มีการจัดเวทีวิพากษ์เนื้อหาเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2568 ที่ผ่านมา หลายประการ ทั้งข้อมูลด้านทรัพยากรสัตว์น้ำทะเล ข้อมูลที่อาจจะมีการตัดเปะมาจากแหล่งอื่น และร่วมถึงกระบวนการในการศึกษาที่ยังมีการต้องข้อสังเกตต่อกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชนในพื้นที่

ดังนั้น การเดินหน้าจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นครั้งที่ 3 หรือเวที ค.3 ของรายงาน EHIA โครงการท่าเรือน้ำลึกอ่าวอ่าง จังหวัดระนอง ในวันที่ 5 สิงหาคม 2568 นี้ ยังไม่ควรเกิดขึ้นด้วยประการทั้งปวง พวกเราจึงขอเรียกร้องให้ผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง ได้โปรดสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ยุติดการจัดเวทีดังกล่าวเอาไว้ก่อน จนกว่าจะมีการปรับปรุงแก้ไขเนื้อหา และกระบวนการดำเนินโครงการให้ถูกต้องเที่ยงตรง และเปิดพื้นที่การมีส่วนร่วมกับผู้มีส่วนได้อย่างเสียอย่างทั่วถึงเสียก่อน จึงเรียนมาเพื่อพิจารณาดำเนินการต่อไปขอแสดงความนับถือ

หลังจากยื่นหนังสือแล้ว ผู้ว่าฯ ระนอง ให้ตัวแทนมารับหนังสือได้กล่าวสั้นๆ กับประชาชนว่าจะรับเรื่อง และนำเรียนผู้ว่าฯ ระนอง ต่อไป

ภาพโดย สื่อเถื่อน

ขณะที่ตัวแทนประชาชน กล่าวว่าขอให้ทางการจัดการภายในวันนี้ และในช่วงบ่ายจะเข้ามาติดตามผลที่ศาลาว่าการจังหวัดระนองอีกครั้ง เนื่องจากเวทีรับฟังความเห็น ค.3 จะจัดในวันพรุ่งนี้แล้ว (5 ส.ค.) 

ด้านตัวแทนเครือข่ายฯ เปิดเผยว่า จะส่งตัวแทนไปแสดงการยืนยันการคัดค้านการจัดเวที ค.3 พรุ่งนี้ ณ สถานที่จัดเวที
 
ทั้งนี้ สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) กำหนดจัด "เวทีรับฟังความคิดเห็นครั้งที่ 3 (ค.3) โครงการท่าเรือน้ำลึกอ่าวอ่าง จ.ระนอง และโครงการพัฒนาท่าเรือแหลมริ่ว อ.หลังสวน จ.ชุมพร" พรุ่งนี้ (5 ส.ค.) ณ โรงแรมเฮอริเทจฯ อ.เมือง ระนอง
 
โครงการนี้เป็นหนึ่งใน 2 โครงการท่าเรือน้ำลึกภายใต้โครงการแลนด์บริดจ์ฯ ที่ขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษาภายใต้ "โครงการศึกษาความเหมาะสม ออกแบบเบื้องต้น ประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม และวิเคราะห์รูปแบบโมเดลการพัฒนาการลงทุน โครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่ง เพื่อพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ เชื่อมโยงการขนส่งระหว่างอ่าวไทยและอันดามัน" โดยกลุ่มบริษัทที่ปรึกษานำโดย "TEAMG" ด้วยมูลค่าการศึกษาราว 70 ล้านบาท
ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง
โฆษณา - Advertising