Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

สหรัฐฯ คว่ำบาตรบุคคล 6 รายและนิติบุคคล 2 แห่งที่พวกเขากล่าวหาว่าเป็นของเกาหลีเหนือที่เข้าไปแทรกซึมทำงานบริษัทอเมริกันแล้วส่งเงินเป็นท่อน้ำเลี้ยงให้โครงการอาวุธของเกาหลีเหนือ รวมถึงมีแฮกเกอร์ที่โกงสกุลเงินคริปโต แต่เกาหลีเหนือก็แถลงโต้ว่า สหรัฐฯ ใส่ร้ายอย่างไรสาระ

เกาหลีเหนือแถลงโต้ตอบข้อกล่าวหาของสหรัฐฯ ที่กล่าวหาว่าเกาหลีเหนือได้ก่อเหตุอาชญากรรมไซเบอร์ และย้อนว่าเป็น "การใส่ร้ายที่ไร้สาระ" รวมถึงปฏิเสธว่าไม่ได้เป็นภัยทางไซเบอร์อย่างที่ผู้คนกล่าวถึงแต่อย่างใด

องค์การสหประชาชาติเคยประเมินไว้ตั้งแต่เมื่อปี 2024 ว่า เกาหลีเหนือโจมตีทางไซเบอร์จนสามารถขโมยเงินสกุลคริปโตไปได้มากกว่า 3,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งน่าจะเป็นการนำไปใช้กับการพัฒนาโครงการนิวเคลียร์และจรวดมิสไซล์ อีกทั้งบริษัทด้านความปลอดภัยไซเบอร์ก็ระบุว่าเกาหลีเหนือเป็น "โจรไซเบอร์ที่ก่อเหตุมากที่สุดในโลก"

กรณีล่าสุด กระทรวงการคลังสหรัฐฯ แถลงว่า พวกเขาได้คว่ำบาตรบุคคล 6 รายและนิติบุคคล 2 แห่ง ที่เกาหลีเหนือหลอกลวงบริษัทอเมริกันและส่งคนแทรกซึมมาเป็นคนทำงานไอทีแล้วก็ส่งเงินหลายร้อยล้านเป็นท่อน้ำเลี้ยงให้กับโครงการอาวุธของเกาหลีเหนือ

โฆษณา - Advertising

ทั้งนี้บุคคลและนิติบุคคลเหล่านี้มีปฏิบัติการมาจากหลายประเทศไม่ว่าจะเป็นเวียดนาม ลาว และ สเปน ในจำนวนนี้มีนักธุรกิจชาวเวียดนาม ชื่อ Nguyen Quang Viet ซึอีโอของ บริษัท Quangvietdnbg International Services Company Limited ผู้ที่ถูกกล่าวหาว่าได้ช่วยเหลือผู้ฉ้อโกงเกาหลีเหนือโดยการช่วยแปลงเงินสกุลดอลลาร์รวม 2.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ไปเป็นสกุลเงินคริปโตเพื่อนำไปให้กับเกาหลีเหนือช่วงระหว่างปี 2023-2025 และคว่ำบาตรชาวเวียดนามอีกสองรายคือ Do Phi Khanh และ Hoang Van Nguyen เพราะพวกเขาช่วยเหลือฟอกเงินและเปิดบัญชีให้ักับเกาหลีเหนือในการจัดหานิวเคลียร์

สำนักงานควบคุมทรัพย์สินต่างประเทศของกระทรวงการคลังสหรัฐฯ หรือ OFAC ระบุว่า แค่ในปี 2024 ปีเดียว แผนการโกงทางไซเบอร์ของเกาหลีเหนือก็สามารถสร้างรายได้ 800 ล้านดอลลาร์ โดยเน้นไปที่การแทรกซึมบริษัทอเมริกันแล้วให้คนปฏิบัติการด้านไอทีจากนอกสหรัฐฯ ฉกชิงข้อมูลอ่อนไหวของบริษัทเหล่านั้นเพื่อใช้เป็นตัวประกันเพื่อแบล็กเมลธุรกิจต่างๆ เรียกค่าไถ่

ทางกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ประกาศว่าภายใต้รัฐบาลทรัมป์ พวกเขาจะติดตามเส้นทางการเงินของผู้ใช้กลโกงเหล่านั้นเพื่อคุ้มครองธุรกิจของสหรัฐฯ จากผู้ไม่หวังดี และจะนำตัวผู้ที่ก่อเหตุมารับผิดชอบ

กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ระบุอีกว่าคนทำงานไอทีเกาหลีเหนือแทรกซึมบริษัทอเมริกันด้วยวิธีการสวมรอยเป็นคนอื่นโดยปลอมแปลงเอกสารสร้างตัวตนปลอมขึ้นมา เพื่อให้สหรัฐฯ กับบริษัทพันธมิตรจ้างงานคนเหล่านี้ให้ทำงานจากทางไกล (Remote Work) แล้วนำรายได้ไปให้กับรัฐบาลเกาหลีเหนือเพื่อใช้ในโครงการนิวเคลียร์และจรวดมิสไซล์ ซึ่งถือเป็นการละเมิดมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ กับมาตรการของสหประชาชาติ

บางกรณีคนทำงานไอทีเกาหลีเหนือเหล่านี้ได้แอบติดตั้งมัลแวร์เอาไว้ในเครือข่ายอินเทอร์เน็ตของบริษัทเพื่อขโมยข้อมูลกรรมสิทธิ์ของบริษัทเหล่านี้ด้วย

กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ระบุในแถลงอีกว่า บริษัทไอทีของเกาหลีเหนือชื่อ Amnokgang Technology Development Company เป็นผู้คอยทำหน้าที่เป็นตัวแทนจัดหาพนักงานไอทีชาวเกาหลีเหนือให้กับบริษัทต่างๆ ในสหรัฐฯ รวมถึงยังเป็นผู้คอยจัดหาและทำการซื้อขายอาวุธยุทโธปกรณ์กับเทคโนโลยีอย่างผิดกฎหมายผ่านช่องทางเครือข่ายต่างชาติด้วย

นอกจากนั้น ในเดือนเมษายนที่ผ่านมา กระทรวงยุติธรรมของสหรัฐฯ ได้ตัดสินลงโทษชาวอเมริกัน 2 รายที่ช่วยจัดหางานไอทีในบริษัทสหรัฐฯ ให้กับชาวเกาหลีเหนือ มีบริษัทที่ตกเป็นเป้าหมายมากกว่า 100 แห่งรวมถึงบริษัทสหรัฐฯ รายใหญ่ 500 อันดับแรกของจากการจัดอันดับโดยนิตยสาร Fortune ด้วย

อีกทั้งในเดือน เมษายน ที่ผ่านมาผู้เชี่ยวชาญด้านตวามมั่นคงไซเบอร์และนักวิเคราะห์กูเกิลก็เปิดเผยว่าแฮกเกอร์เกาหลีเหนือเป็นผู้ต้องสงสัยว่าจะทำการโจมตีซอฟต์แวร์สำเร็จรูปที่ผู้คนใช้งานเป็นจำนวนมาก

กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ระบุว่าในตอนนี้มีการอายัดทรัพย์สินของบุคคลและนิติบุคคลที่ถูกคว่ำบาตรเหล่านี้แล้ว และห้ามไม่ให้ชาวอเมริกันทำธุรกิจเกี่ยวข้องกับพวกเขา นอกจากนี้ยังเตือนว่าจะคว่ำบาตรสถาบันการเงินต่างชาติที่เอื้ออำนวยให้แก่กลุ่มที่ถูกคว่ำบาตรเหล่านี้โดยอ้อมด้วย เช่นการกดดันไม่ให้ภาครัฐและเอกชนทั่วโลกทำธุรกรรมกับสถาบันการเงินเหล่านั้นมิเช่นนั้นจะมีมาตรการลงโทษ

ทั้งผู้บังคับกฎหมายและบริษัทข้อมูลคริปโตต่างก็มองว่า แฮกเกอร์ที่ได้รับการหนุนหลังโดยภาครัฐเกาหลีเหนือเป็นตัวร้ายรายใหญ่รายหนึ่งสำหรับวงการสกุลเงินคริปโต ทางด้าน Chainalysis เคยวิเคราะห์ไว้ว่าในปี 2025 แฮกเกอร์เกาหลีเหนือเคยทำการโจมตีหลายครั้งจนสามารถขโมยเงินสกุลคริปโตได้ในมูลค่ารวมแล้วมากกว่า 2,000 ล้านดอลลาร์

 

เรียบเรียงจาก

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง
โฆษณา - Advertising