Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

การเจรจาสงครามสหรัฐฯ-อิหร่าน ที่สวิตเซอร์แลนด์ มีตัวกลางเป็นกาตาร์ และ ปากีสถาน ได้ผลลัพธ์ออกมาว่า มีการวางแผนดำนวยความปลอดภัยให้ช่องแคบฮอร์มุซ วางแนวทางยุติปฏิบัติการทางทหารของอิสราเอลในเลบานอน ผ่อนปรนการคว่ำบาตรอิหร่าน และประเด็นเกี่ยวข้องกับอาวุธนิวเคลียร์อิหร่าน ถึงแม้ว่าการปฏิบัติจริงจะยังมีข้อกังขา

 

จากการเจรจาของบุคคลระดับสูงระหว่างคู่ขัดแย้งสหรัฐฯ กับ อิหร่าน ที่ทะเลสาบลูเซิร์น ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ โดยมีกาตาร์ และ ปากีสถาน เป็นตัวกลางในการเจรจา ทางประเทศตัวกลางได้เปิดเผยว่าทั้งสหรัฐฯ และอิหร่าน ต่างก็ตกลงกันได้เกี่ยวกับ "โรดแมป" ที่จะนำไปสู่การบรรลุข้อตกลงฉบับสมบูรณ์ภายในเวลา 60 วัน อีกทั้งยังบอกว่าเป็น "มีความคืบหน้าที่น่าพอใจ"

กาตาร์และปากีสถาน ประกาศผ่านแถลงการณ์ร่วมกันว่ามีการตั้งกลไกประสานงานเพื่อป้องกันการปะทะที่เรียกว่า "de-confliction cell" ซึ่งเป็นการพยายามยุติปฏิบัติการทางทหารของอิสราเอลในเลบานอน พร้อมทั้งการตั้งคณะกรรมาการระดับสูง รวมถึงจัดช่องทางการสื่อสารโดยตรงไว้เพื่อการเจรจาต่อรองในอนาคต นอกจากนี้ยังมีการหารือเรื่องการประสานงานด้านความปลอดภัยสำหรับเรือที่จะผ่านช่องแคบฮอร์มุซด้วย

 

คณะกรรมการระดับสูง กับช่องทางสื่อสาร

แถลงการณ์ร่วมกันของกาตาร์กับปากีสถานระบุว่า คณะกรรมการระดับสูง "ตกลงกันได้เกี่ยวกับโรดแมปที่จะนำไปสู่ข้อตกลงฉบับสมบูรณ์ภายในเวลา 60 วัน" โดยจะมีการหารือในทางเทคนิคต่อไปช่วง 2 เดือนหลังจากนี้ โดยที่คณะกรรมการระดับสูงนี้จะทำหน้าที่เป็น "ผู้ให้การกำกับดูแลเชิงการเมืองต่อการเจรจา" และมีหัวหน้าคณะผู้เจรจาที่จะทำหน้าที่รายงานต่อคณะกรรมการในเรื่องต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องนิวเคลียร์ การคว่ำบาตร การจับตามอง และ การระงับข้อพิพาท เพื่อให้มีการปฏิบัติตาม MoU และข้อสัญญาอื่นๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

โทมัส วอร์ริก นักวิชาการอาวุโสไม่ประจำการจากแอตแลนติดเคาน์ซิล กล่าวว่าการเจรจาเชิงเทคนิคอาจจะเป็นเรื่องยากกว่า เพราะมีคำถามใหญ่ๆ ที่ต้องตอบจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่ว่าอิหร่านยังจะได้รับอนุญาตให้เสริมสมรรถนะยูเรเนียมต่อไปหรือไม่ จะต้องทำอย่างไร กับยูเรเนียมที่ได้รับการเสริมสมรรถนะระดับสูงที่มีอยู่เป็นจำนวนมากในอิหร่าน รวมถึงเรื่องที่ว่านานาชาติจะต้องคอยตรวจตราในระดับไหน และลำดับเวลาของการผ่อนปรนการคว่ำบาตรควรเป็นอย่างไร

นอกจากนี้ การเจรจายังได้มีการสร้างช่องทางสื่อสารที่เน้นเรื่องเกี่ยวกับช่องแคบฮอร์มุซเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้มีความผิดพลาดในการสื่อสาร โดยจะสร้างความปลอดภัยให้กับเรือพาณิชย์ที่ผ่านช่องแคบนี้ เนื่องจากอิหร่านมีการปิดกั้นช่องแคบนี้จนเกิดภาวะวิกฤตพลังงานโลก ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจทั่วโลก ซึ่งทางการสหรัฐฯ บอกว่าจะมีการตั้ง "กลไกประสานงานร่วมกัน" ในเรื่องนี้ โดยส่วนหนึ่งจะคอยดูแลเรื่องการหยุดยิงในเลบานอนและอีกส่วนหนึ่งจะดูแลเรื่องการปลดทุ่นระเบิดในช่องแคบฮอร์มุซ

"กลไกประสานงานเพื่อป้องกันการปะทะ" สำหรับเลบานอน

ข้อตกลงจากการเจรจายังมีเรื่องของการตั้งกลไกประสานงานเพื่อป้องกันการปะทะ หรือ "de-confliction cell" ด้วย เพื่อเป็นการส่งเสริมความพยายามยุติปฏิบัติการทางทหารในเลบานอน

อับบาส อารักชี รัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศของอิหร่าน กล่าวว่ากลไกนี้เป็น "ความก้าวหน้าครั้งใหญ่" สำหรับการยุติสงครามในเลบานอน แต่ก็มองอย่างสงวนท่าทีว่า บททดสอบที่แท้จริงบทแรกคือการที่กลไกนี้จะได้ผลมากน้อยแค่ไหน

ในตอนนี้ยังมีเรื่องของการที่อิสราเอลขอตรึงกำลังของตนเองไว้ที่เขตความมั่นคงทางตอนใต้ของเลบานอน ซึ่งเป็นเขตกันชน 602 ตร.กม. คิดเป็น 6% ของพื้นที่เขตแดนของเลบานอน ในขณะที่ อิสมาอีล คาอานี ผบ.กองกำลังคุดส์ ซึ่งเป็นกองกำลังพิเศษระดับหัวกะทิของอิหร่าน ได้เตือนว่าถ้าหากอิสราเอลยังคงวางกำลังอยู่ในเลบานอนต่อไปพวกเขาจะถือว่าเป็น "การล่วงล้ำและยึดครอง" อิสราเอลก็จะเผชิญกับการถูกบังคับให้ออกจากพื้นที่ด้วย "ความพ่ายแพ้และความอัปยศ"

นูร์ โอเดห์ นักข่าวอัลจาซีรารายงานจากในพื้นที่ระบุว่า การเจรจาในครั้งนี้สร้างภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออกให้กับอิสราเอล จากที่ก่อนหน้านี้สหรัฐฯ มักจะเป็นผู้ร่วมเจรจากับอิสราเอล ซึ่งทำให้อิสราเอลมีอิสระในการกระทำสิ่งต่างๆ ได้มากกว่า แต่ในตอนนี้มีตัวกลางเจรจาใหม่ทำให้อิสราเอลต้องคิดหนักขึ้นว่าจะยอมตามมากน้อยแค่ไหน และในขณะเดียวกันก็ต้องไม่ยอมตามมากเกินไปจนสูญเสียความเชื่อมั่นจากประชาชนประเทศตัวเอง

นักวิเคราะห์บางส่วนตั้งข้อสงสัยว่ากลไกป้องกันการปะทะนี้จะส่งผลได้จริงหรือ เช่น โจอี ฮูด อดีตทูตระดับสูงของสหรัฐฯ ตั้งข้อสังเกตว่ารัฐบาลอิสราเอลกับเลบานอนไม่ได้มีส่วนร่วมโดยตรงในการเจรจานี้เลย ทำให้กลายเป็นเรื่องการให้อำนาจอิหร่านในการโหวตคัดค้านประเด็นเลบานอนมากกว่า เสมือนเป็นการยอมรับบทบาทผู้นำภูมิภาคของอิหร่านที่มีอยู่เหนือรัฐตัวแทนของพวกเขา

มาร์ก คิมมิตต์ อดีตเจ้าหน้าที่กระทรวงต่างประเทศของสหรัฐฯ และนายพลเกษียณอายุ กล่าวว่าการนำเรื่องเลบานอนรวมเข้ามามาเจรจาต่อรองใหญ่ๆ ด้วย กลายเป็นการทำให้เรื่องซับซ้อนขึ้นมาก แต่มันก็ยังคงเป็นไปได้ยากที่อำนาจจากภายนอกจะเข้าไปแก้ปัญหาภายในซึ่งเป็นปัญหาความขัดแย้งระหว่างสองประเทศได้

ประเด็นคว่ำบาตร และนิวเคลียร์

อารักชี ระบุว่าการเจรจายังทำให้สหรัฐฯ ยอมผ่อนคลายข้อจำกัดในการทำธุรกรรมบางส่วน และปลดล็อกทรัพย์สินที่ถูกอายัด เช่น การยกเลิกการคว่ำบาตรการส่งออกน้ำมันและปิโตรเคมีจากอิหร่าน นอกจากนี้ยังมีแผนการใหญ่ในการฟื้นฟูและพัฒนาอิหร่านด้วย อย่างไรก็ตามทางการสหรัฐฯ ยังไม่ได้ยืนยันในเรื่องนี้ต่อหน้าสาธารณะ

ในด้านนิวเคลียร์นั้น ทางการสหรัฐฯ กล่าวว่า อิหร่านยอมตกลงให้สำนักงานพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) กลับเข้าไปตรวจสอบโครงการนิวเคลียร์ได้อีกครั้ง ซึ่งจะเป็นก้าวแรกในการปลดอาวุธนิวเคลียร์และยุติโครงการนิวเคลียร์โดยถาวรในอิหร่าน

ก่อนหน้านี้ IAEA ซึ่งเป็นหน่วยงานจับตาด้านนิวเคลียร์ของสหรัฐฯ ได้คอยทำหน้าที่จับตาโครงการนิวเคลียร์ในอิหร่านภายใต้ "แผนปฏิบัติการร่วมแบบเบ็ดเสร็จ" JCPOA หรือที่รู้จักกันทั่วไปว่า "ข้อตกลงนิวเคลียร์อิหร่าน" ซึ่งมาจากการเจรจาโดยอดีตประธานาธิบดี บารัค โอบามา เมื่อปี 2015 แต่ก็ถูกยกเลิกโดยโดนัลด์ ทรัมป์ สมัยที่เขาเป็นประธานาธิบดีเมื่อปี 2018

 


เรียบเรียงจาก

Key outcomes of Iran-US talks in Switzerland; what next?, Aljazeera, 22-06-2026
https://www.aljazeera.com/news/2026/6/22/what-are-the-key-outcomes-of-the-iran-us-talks-in-switzerland-what-next


 

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง