Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

ฟุตบอลโลก 2026 จะแข่งนัดชิงชนะเลิศในวันที่ 19 กรกฎาคม 2026 หลังผ่านมา 5 สัปดาห์ ข้อมูลที่ทยอยเผยแพร่ออกมาจากธนาคาร หน่วยงานภาครัฐ และองค์กรภาคธุรกิจในทั้ง 3 ประเทศเจ้าภาพ ให้ภาพที่ต่างจากตัวเลขประมาณการก่อนการแข่งขัน การใช้จ่ายในเมืองเจ้าภาพสหรัฐอเมริกาเพิ่มขึ้นราว 5% ขณะที่จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าสหรัฐฯ ในเดือนมิถุนายนแทบไม่เปลี่ยนแปลง เม็กซิโกได้เม็ดเงินราว 2 พันล้านดอลลาร์ คิดเป็น 0.1% ของ GDP และต่ำกว่าเป้าที่ภาคเอกชนตั้งไว้ ส่วนแคนาดาใช้งบภาครัฐเกิน 1 พันล้านดอลลาร์ โดยข้อมูลการใช้จ่ายในโตรอนโตเพิ่มขึ้น 3% ต้นทุนสาธารณะเหล่านี้ปรากฏในเอกสารงบประมาณแล้ว ขณะที่ผลได้ระยะยาวซึ่งฝ่ายผู้จัดใช้อธิบายความคุ้มค่ายังไม่มีข้อมูลรองรับ และนักวิชาการระบุว่าอาจไม่มีวิธีวัดได้เลย

  • ข้อมูลบัตรเครดิตและบัตรเดบิตของ Bank of America ระบุว่าการใช้จ่ายหน้าร้านในเมืองเจ้าภาพสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 5% เทียบกับปีก่อน ในช่วง 10 มิถุนายนถึง 5 กรกฎาคม 2026 ขณะที่ข้อมูลของ CoStar ระบุว่าในสัปดาห์สุดท้ายของรอบแบ่งกลุ่ม อัตราการเข้าพักโรงแรมในเมืองเจ้าภาพลดลงเกือบ 3% เทียบกับปีก่อน โดยโรงแรมปรับราคาห้องขึ้น 21% ส่วนข้อมูลของกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ ระบุว่านักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าสหรัฐฯ ในเดือนมิถุนายนเพิ่มขึ้น 0.2% โดยผู้เดินทางจากยุโรปลดลง 1.2% และจากเอเชียลดลง 5.6%
  • ธนาคาร Banamex ประเมินว่า 5 นัดที่จัดในเม็กซิโกสร้างเม็ดเงินราว 2 พันล้านดอลลาร์ คิดเป็น 0.1% ของ GDP และน้อยกว่าครึ่งหนึ่งของเงินโอนกลับประเทศจำนวน 5 พันล้านดอลลาร์ที่เข้าเม็กซิโกในเดือนพฤษภาคมเดือนเดียว ขณะที่องค์กรภาคเอกชนรายงานเม็ดเงิน 45,000 ถึง 50,000 ล้านเปโซใน 25 วัน ต่ำกว่าเป้าของตัวเองที่ 65,000 ล้านเปโซ
  • สำนักงบประมาณรัฐสภาแคนาดาประเมินต้นทุนการเป็นเจ้าภาพของแคนาดาไว้ที่ 1,066 ล้านดอลลาร์ โดยโตรอนโตรับผิดชอบ 380 ล้านดอลลาร์สำหรับ 6 นัด ล่าสุดต้นทุนของแวนคูเวอร์อยู่ที่ราว 730 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ผู้ประมวลผลการชำระเงินรายใหญ่ของแคนาดาระบุว่ายอดธุรกิจในโตรอนโตเพิ่มขึ้น 3% และผลสำรวจพบว่าชาวแคนาดา 7 ใน 10 คนเห็นว่าการเป็นเจ้าภาพอาจไม่คุ้มค่าสำหรับโตรอนโต
  • ต้นทุนภาครัฐของการเป็นเจ้าภาพปรากฏในเอกสารงบประมาณแล้ว ขณะที่ผลได้ด้านการท่องเที่ยวและการลงทุนในระยะยาวที่ฝ่ายผู้จัดใช้อธิบายความคุ้มค่ายังไม่มีข้อมูลรองรับ นักวิชาการซึ่งทำงานด้านการวิเคราะห์ผลกระทบทางเศรษฐกิจของอีเวนต์มากว่า 20 ปี ระบุว่านึกไม่ออกว่ามีวิธีใดที่จะวัดได้อย่างถูกต้องโดยไม่ต้องคาดเดา ก่อนหน้านี้มอนทรีออลถอนตัวจากการเสนอเป็นเมืองเจ้าภาพเมื่อปี 2021 หลังประเมินว่าต้นทุนจะสูงเกินประมาณการไปมาก


ถนนแกรนวิลล์ (Granville Street) ในนครแวนคูเวอร์ ประเทศแคนาดา เป็นพื้นที่คนเดินที่ได้รับการปรับโฉมเพื่อต้อนรับผู้มาเยือนในช่วงการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 | ภาพจาก: Daily Hive/Kenneth Chan 

ฟุตบอลโลก 2026 ซึ่งสหรัฐอเมริกา เม็กซิโก และแคนาดาเป็นเจ้าภาพร่วม จะแข่งนัดชิงชนะเลิศในวันที่ 19 กรกฎาคม 2026 ที่รัฐนิวเจอร์ซีย์ ตลอด 5 สัปดาห์ที่ผ่านมา ธนาคาร หน่วยงานภาครัฐ บริษัทวิเคราะห์ข้อมูล และองค์กรภาคธุรกิจในทั้ง 3 ประเทศได้ทยอยเผยแพร่ตัวเลขการใช้จ่าย การท่องเที่ยว และต้นทุนการเป็นเจ้าภาพ ซึ่งเป็นข้อมูลชุดแรกที่วัดจากสิ่งที่เกิดขึ้นจริง

ก่อนการแข่งขันเริ่มขึ้น การศึกษาร่วมของ FIFA กับองค์การการค้าโลก (World Trade Organization: WTO) ที่เผยแพร่เมื่อเดือนมีนาคม 2026 คาดว่าทัวร์นาเมนต์จะสร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจรวม 80.1 พันล้านดอลลาร์ โดยเป็นส่วนของสหรัฐอเมริกา 30.5 พันล้านดอลลาร์ พร้อมการจ้างงานราว 185,000 ตำแหน่ง ตามรายงานของสื่อ Newsweek ตัวเลขที่ปรากฏจนถึงขณะนี้ต่ำกว่าระดับดังกล่าว และผลที่เกิดขึ้นกับแต่ละประเทศเจ้าภาพก็ต่างกัน

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

'สหรัฐอเมริกา' การใช้จ่ายเพิ่มขึ้น โรงแรมขึ้นราคาได้ แต่อัตราเข้าพักลดลง

สื่อ Newsweek รายงานข้อมูลของ Bank of America Institute ที่ติดตามการซื้อผ่านบัตรใน 16 เมืองเจ้าภาพ ระบุว่าการใช้จ่ายโดยรวมในช่วง 10 ถึง 28 มิถุนายน 2026 เพิ่มขึ้น 5.4% เทียบกับปีก่อน โดยการใช้จ่ายของผู้ที่ไม่ใช่คนในพื้นที่เพิ่มขึ้น 17.4% ในช่วงรอบแบ่งกลุ่ม ทีมชาติสหรัฐฯ ลงเล่นที่ซีแอตเทิลและลอสแอนเจลิส และการใช้จ่ายในสองเมืองนั้นเพิ่มขึ้น 5.0% และ 6.8% ตามลำดับ

ต่อมาสื่อ CNBC รายงานข้อมูลชุดเดียวกันที่ขยายช่วงเวลาถึง 5 กรกฎาคม 2026 พบว่าการใช้จ่ายหน้าร้านในเมืองเจ้าภาพสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 5% เทียบกับปีก่อน โดยแคนซัสซิตีเพิ่มขึ้นมากที่สุด เดวิด ทินสลีย์ (David Tinsley) นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสของ Bank of America Institute ระบุว่าการใช้จ่ายเพิ่มขึ้นหลังทัวร์นาเมนต์เริ่มต้น โดยร้านอาหารและบาร์เพิ่มขึ้นมากที่สุดกลุ่มหนึ่ง ทั้งนี้ข้อมูลดังกล่าวนับเฉพาะการใช้จ่ายผ่านบัตรของครัวเรือนในสหรัฐฯ ไม่รวมเงินสด เช็ค การใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวต่างชาติ และบัตรของบริษัท

ด้านข้อมูลโรงแรม สื่อ CNBC รายงานข้อมูลของบริษัทวิเคราะห์ CoStar ที่ชี้ว่าในสัปดาห์สุดท้ายของรอบแบ่งกลุ่ม อัตราการเข้าพักในเมืองเจ้าภาพสหรัฐฯ ลดลงเกือบ 3% เทียบกับปีก่อน ซึ่งบ่งชี้ว่านักเดินทางเพื่อธุรกิจและเพื่อพักผ่อนบางส่วนเปลี่ยนแผน แม้ในช่วงต้นของทัวร์นาเมนต์ โรงแรมในเมืองเจ้าภาพก็ปรับราคาห้องขึ้น 21% เมื่อเข้าสู่รอบน็อกเอาต์ ดีมานด์ในช่วง 28 มิถุนายนถึง 4 กรกฎาคม 2026 เพิ่มขึ้น 2.4% เทียบกับปี 2025 และรายได้ต่อห้องพักที่มีอยู่เพิ่มขึ้น 23% ทั้งที่มีจำนวนนัดน้อยกว่าสัปดาห์ก่อนหน้า 50% ในระดับเมือง แคนซัสซิตีมีรายได้ต่อห้องพักเพิ่มขึ้นเกือบ 50% ซึ่งสูงที่สุดในกลุ่มเมืองเจ้าภาพ ส่วนฟิลาเดลเฟียเพิ่มขึ้นกว่า 74% ในช่วงสุดสัปดาห์ที่นัดการแข่งขันตรงกับวันชาติสหรัฐฯ

รายงาน Beige Book ของธนาคารกลางสหรัฐฯ ที่เผยแพร่เมื่อ 15 กรกฎาคม 2026 ให้ข้อมูลในทิศทางเดียวกัน สื่อ CNBC รายงานว่าธนาคารกลางสาขาบอสตันระบุว่ายอดจองโรงแรมที่เกี่ยวข้องกับฟุตบอลโลกในช่วงแรกต่ำกว่าที่คาด และกลับมาถึงระดับที่คาดไว้หลังโรงแรมลดราคาห้อง ธนาคารกลางสาขานิวยอร์กระบุว่าโรงแรมในนิวยอร์กมีอัตราการเข้าพักและราคาห้องสูงขึ้น ขณะที่แหล่งท่องเที่ยวระดับรองบางแห่งมีสัญญาณอ่อนตัว และห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งระบุว่าจำนวนผู้เดินห้างที่เพิ่มขึ้นจากทัวร์นาเมนต์ไม่ได้ทำให้ยอดขายเพิ่มขึ้น ส่วนธนาคารกลางสาขาซานฟรานซิสโกระบุว่าเมืองเจ้าภาพที่ติดตามมีจำนวนนักท่องเที่ยวสูง ขณะที่ในตลาดอื่น คนในพื้นที่ลดการใช้จ่ายด้านร้านอาหาร โรงแรม และความบันเทิง

นักท่องเที่ยวต่างชาติไม่ได้เพิ่มขึ้น

สื่อ Forbes รายงานข้อมูลของสำนักงานการเดินทางและการท่องเที่ยวแห่งชาติ (National Travel and Tourism Office: NTTO) กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ ว่าในเดือนมิถุนายน 2026 ซึ่งเป็นช่วงรอบแบ่งกลุ่ม จำนวนผู้เดินทางเข้าสหรัฐฯ จากต่างประเทศเพิ่มขึ้น 0.2% เทียบกับปีก่อน โดยผู้เดินทางจากยุโรปลดลง 1.2% และจากเอเชียลดลง 5.6% ซึ่งเป็นสองภูมิภาคที่มีสัดส่วนสูงที่สุด ขณะที่ผู้เดินทางจากแอฟริกาเพิ่มขึ้น 13.8% และจากอเมริกาใต้เพิ่มขึ้น 4.7% ซึ่งเป็นภูมิภาคที่มีปริมาณน้อยกว่า รายงานเดียวกันอ้างข้อมูลของ CoStar ว่าโรงแรมในเมืองเจ้าภาพปรับราคาห้องขึ้น แต่อัตราการเข้าพักและดีมานด์ห้องพักไม่เพิ่มขึ้น

จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเป็นหนึ่งในตัวแปรที่นักเศรษฐศาสตร์ให้ความสำคัญ เนื่องจากเป็นรายได้ที่ไหลเข้าจากภายนอกระบบเศรษฐกิจของประเทศเจ้าภาพ วิกเตอร์ แมธิสัน (Victor Matheson) นักเศรษฐศาสตร์ด้านกีฬาจากวิทยาลัยโฮลีครอส (College of the Holy Cross) ให้สัมภาษณ์กับสื่อ Fortune ว่า ผู้เข้าชมจากต่างประเทศคือกลไกหลักของผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจสำหรับประเทศเจ้าภาพ ขณะที่ชาวนิวยอร์กที่ซื้อตั๋วเข้าชมการแข่งขันเป็นเพียงการหมุนเวียนเงินภายในเมืองเดียวกัน

ข้อมูลด้านที่พักก่อนการแข่งขันชี้ไปในทิศทางเดียวกัน สื่อ Fortune รายงานผลสำรวจของสมาคมโรงแรมและที่พักแห่งอเมริกา (American Hotel & Lodging Association: AHLA) เมื่อต้นเดือนพฤษภาคม 2026 ว่า ผู้ประกอบการโรงแรม 80% ใน 11 ตลาดเจ้าภาพของสหรัฐฯ รายงานยอดจองต่ำกว่าที่ประมาณการไว้ โดย 65% ถึง 70% ระบุว่าอุปสรรคด้านวีซ่าและข้อกังวลด้านภูมิรัฐศาสตร์เป็นปัจจัยฉุดดีมานด์จากต่างประเทศ ผู้ประกอบการในบอสตัน ฟิลาเดลเฟีย ซานฟรานซิสโก และซีแอตเทิล ระบุว่าทัวร์นาเมนต์แทบไม่มีผลต่อธุรกิจของตน ผลสำรวจเดียวกันยังพบว่า FIFA จองห้องพักไว้เป็นบล็อกขนาดใหญ่สำหรับใช้งานอย่างเป็นทางการ ซึ่งสมาคม AHLA เรียกว่าเป็นสัญญาณดีมานด์เทียมในช่วงแรก ก่อนจะคืนห้องราวครึ่งหนึ่งกลับสู่ตลาด ทำให้โรงแรมต้องปรับประมาณการลง

รายได้ของ FIFA และต้นทุนของเมืองเจ้าภาพ

สื่อ Fortune รายงานว่า FIFA จะมีรายได้จากฟุตบอลโลก 2026 ราว 8.9 พันล้านดอลลาร์ ขณะที่เมืองเจ้าภาพ 11 แห่งในสหรัฐฯ อาจขาดดุลรวมกันสูงถึง 250 ล้านดอลลาร์ รายงานระบุว่าตลอดประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา ฟุตบอลโลกดำเนินการโดยคณะกรรมการจัดการแข่งขันท้องถิ่นที่รับต้นทุนและได้ส่วนแบ่งจากรายได้ด้วย ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ FIFA ดำเนินการทัวร์นาเมนต์ด้วยตนเองร่วมกับเมืองเจ้าภาพโดยตรง แทนการผ่านสหพันธ์ระดับชาติ ภายใต้ข้อตกลงนี้ FIFA ควบคุมรายได้เกือบทั้งหมด ทั้งลิขสิทธิ์สื่อ สปอนเซอร์ การขายตั๋ว การบริการรับรองพิเศษ และสินค้าที่ระลึก ส่วนเมืองและรัฐเป็นผู้ควบคุมต้นทุน สื่อ Fortune อธิบายว่าเป็นรูปแบบแฟรนไชส์ที่ผู้รับสิทธิ์จ่ายค่าดำเนินการ และเจ้าของสิทธิ์เก็บรายรับ

แมธิสัน นักเศรษฐศาสตร์ด้านกีฬา ระบุกับสื่อ Fortune ว่าแรงจูงใจของ FIFA ต่างจากสโมสรกีฬาท้องถิ่นที่ต้องรักษาลูกค้าไว้สำหรับฤดูกาลถัดไป โดยระบุว่า FIFA จะไม่กลับมาจัดที่สหรัฐฯ อีกเป็นเวลา 30 ถึง 40 ปี จึงไม่มีเหตุผลที่จะรักษาความพอใจของผู้ซื้อตั๋วในวันนี้ ด้านแอนดรูว์ ซิมบาลิสต์ (Andrew Zimbalist) ศาสตราจารย์กิตติคุณด้านเศรษฐศาสตร์จากวิทยาลัยสมิธ (Smith College) ระบุกับสื่อ Fortune ว่าเมืองเจ้าภาพซึ่งจัดการแข่งขัน 4 ถึง 8 นัด มีต้นทุนสูงและอาจเกิน 100 ล้านดอลลาร์ โดยไม่ได้รับส่วนแบ่งรายได้ ต่อมาซิมบาลิสต์ให้สัมภาษณ์สื่อ Forbes เมื่อ 14 กรกฎาคม 2026 ว่าตัวเลขผลได้ 30.5 พันล้านดอลลาร์สำหรับเศรษฐกิจสหรัฐฯ นั้นไม่สมเหตุสมผล

สื่อ Forbes รายงานว่าเมืองเจ้าภาพทั้ง 16 แห่งในอเมริกาเหนือ ซึ่งอยู่ในสหรัฐฯ 11 แห่ง เม็กซิโก 3 แห่ง และแคนาดา 2 แห่ง ต้องลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน การขนส่ง และความปลอดภัย แห่งละ 100 ล้านถึง 200 ล้านดอลลาร์ ตามการวิเคราะห์ของมหาวิทยาลัยแห่งรัฐนอร์ทแคโรไลนา (North Carolina State University) นอกจากนี้ FIFA ยังกำหนดให้เมืองเจ้าภาพยกเว้นภาษีเทศบาลให้แก่องค์กร และให้ดำเนินการขอยกเว้นภาษีระดับรัฐเท่าที่ทำได้ ตามที่ระบุในสัญญาเจ้าภาพของแคนซัสซิตี ในกรณีที่ยกเว้นภาษีไม่ได้ตามกฎหมาย เมืองเจ้าภาพมักตกลงชดเชยต้นทุนภาษีดังกล่าวคืนให้ FIFA

ในระดับเมือง สื่อ Fortune รายงานว่า มาร์ก เลอวีน (Mark Levine) ผู้ตรวจการการคลังของนครนิวยอร์ก ประเมินเมื่อช่วงฤดูใบไม้ผลิ 2026 ว่า แม้จำนวนผู้มาเยือนในภูมิภาค 1.2 ล้านคน ตามที่ FIFA คาดไว้จะเกิดขึ้นจริงทั้งหมด รายได้ภาษีที่เพิ่มขึ้นของนครนิวยอร์กจะอยู่ที่ไม่เกิน 55 ล้านดอลลาร์ ขณะที่เมืองมีแนวโน้มใช้จ่ายเพิ่มราว 70 ล้านดอลลาร์สำหรับตำรวจ การจัดการเหตุฉุกเฉิน และการสนับสนุนธุรกิจขนาดเล็ก

'เม็กซิโก' ตัวเลขที่ต่ำกว่าเป้า

เม็กซิโกจัดการแข่งขัน 5 นัด ใน 3 เมือง คือเม็กซิโกซิตี กวาดาลาฮารา และมอนเตร์เรย์ สื่อ El Imparcial รายงานการนำเสนอบทวิเคราะห์ของธนาคาร Banamex ซึ่งประเมินว่าการแข่งขันในเม็กซิโกสร้างเม็ดเงินราว 2 พันล้านดอลลาร์ คิดเป็น 0.1% ของ GDP ทำให้ผลในระดับมหภาคอยู่ในวงจำกัด กิเยร์มินา โรดริเกซ (Guillermina Rodríguez) ผู้อำนวยการฝ่ายศึกษาเศรษฐกิจของกลุ่มการเงิน Banamex อธิบายว่าจำนวนดังกล่าวอยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับกระแสเงินอื่นที่เข้าเม็กซิโก โดยยกตัวอย่างว่ารายได้จากฟุตบอลโลกน้อยกว่าครึ่งหนึ่งของเงินโอนกลับประเทศจำนวน 5 พันล้านดอลลาร์ที่เข้ามาในเดือนพฤษภาคม 2026 เพียงเดือนเดียว ด้านอีบัน อาริอัส (Iván Arias) ผู้อำนวยการฝ่ายศึกษาเศรษฐกิจของ Banamex ระบุว่าการคาดการณ์ของรัฐบาลเม็กซิโกที่ว่าจะมีนักท่องเที่ยว 5.5 ล้านคนนั้นมองโลกในแง่ดีเกินไป

ด้านภาคเอกชน สื่อ Infobae รายงานว่าสมาพันธ์หอการค้า บริการ และการท่องเที่ยวแห่งชาติเม็กซิโก (Confederación de Cámaras Nacionales de Comercio, Servicios y Turismo: Concanaco Servytur) แถลงเมื่อ 8 กรกฎาคม 2026 ว่าเม็ดเงินระดับประเทศตลอด 25 วันของทัวร์นาเมนต์อยู่ที่ 45,000 ถึง 50,000 ล้านเปโซ ต่ำกว่าตัวเลข 65,000 ล้านเปโซที่องค์กรเดียวกันประเมินไว้เมื่อต้นเดือนมิถุนายน 2026 ส่วนต่างที่ 15,000 ถึง 20,000 ล้านเปโซคือเม็ดเงินที่การค้าในระบบไม่สามารถรับไว้ได้

Concanaco Servytur ระบุปัจจัยที่ทำให้เกิดส่วนต่างดังกล่าว โดยได้เตือนเรื่องสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ไว้ตั้งแต่ก่อนทัวร์นาเมนต์ องค์กรระบุว่าต้นทุนทางเศรษฐกิจของเศรษฐกิจนอกกฎหมายในเม็กซิโกอยู่ที่ราว 63,000 ล้านเปโซต่อปี ซึ่งใกล้เคียงกับเม็ดเงินทั้งหมดที่คาดว่าจะได้จากฟุตบอลโลก และระบุปัจจัยอื่นได้แก่ การฉ้อโกงทางดิจิทัล การขายตั๋วต่อที่ผิดระเบียบ สินค้าปลอม และที่พักที่ไม่ผ่านการตรวจสอบ ออกตาบิโอ เด ลา ตอร์เร (Octavio de la Torre) ประธาน Concanaco Servytur ระบุว่าโจทย์ต่อไปคือการทำให้เม็ดเงินนี้กลายเป็นนโยบายถาวรที่ช่วยธุรกิจครอบครัว การท่องเที่ยวเชิงกีฬา และการเข้าถึงระบบดิจิทัลของภาคการค้า

'แคนาดา' ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นและข้อมูลการใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น 3%

แคนาดาจัดการแข่งขัน 13 นัด แบ่งเป็นแวนคูเวอร์ 7 นัด และโตรอนโต 6 นัด สื่อ CBC รายงานเมื่อ 4 กรกฎาคม 2026 ว่าข้อมูลในช่วง 2 สัปดาห์แรกของทัวร์นาเมนต์ชี้ว่าโตรอนโตได้ประโยชน์ทางเศรษฐกิจน้อย เดวิด มิลเลอร์ (David Miller) อดีตนายกเทศมนตรีโตรอนโต ระบุว่าสถานการณ์ดังกล่าวเป็นผลจากรูปแบบการจัดฟุตบอลโลกและมหกรรมกีฬานานาชาติขนาดใหญ่ ซึ่งองค์กรกีฬาอย่าง FIFA เป็นฝ่ายได้รับประโยชน์มากที่สุด ขณะที่ประเทศและเมืองเจ้าภาพต้องรับภาระต้นทุนส่วนใหญ่ โดยรายงานฉบับเดียวกันยังระบุว่า โรงแรมในโตรอนโตมีอัตราการเข้าพักต่ำกว่าช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน

ด้านต้นทุน สื่อ CBC อ้างรายงานของสำนักงบประมาณรัฐสภา (Parliamentary Budget Officer: PBO) ที่ประเมินต้นทุนการเป็นเจ้าภาพของแคนาดาไว้ที่ 1 พันล้านดอลลาร์ โดยผู้เสียภาษีในโตรอนโตรับผิดชอบ 380 ล้านดอลลาร์สำหรับ 6 นัด และการจัด 7 นัดในแวนคูเวอร์มีต้นทุนราว 578 ล้านดอลลาร์ ต่อมาเมื่อ 13 กรกฎาคม 2026 สื่อ Buffalo Toronto Public Media รายงานว่าต้นทุนของแวนคูเวอร์อยู่ที่ราว 730 ล้านดอลลาร์ ซึ่งเกือบเป็นสองเท่าของโตรอนโต

รายงานของสื่อ Buffalo Toronto Public Media ระบุว่าการใช้จ่ายที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นในโรงแรมและร้านอาหารใจกลางโตรอนโตไม่ได้เกิดขึ้นตามที่คาด โดย Moneris ซึ่งเป็นผู้ประมวลผลการชำระเงินด้วยบัตรเครดิตและบัตรเดบิตรายใหญ่ที่สุดของแคนาดา ระบุว่ายอดธุรกิจเพิ่มขึ้น 3% บาร์กีฬาเป็นกลุ่มที่ได้ประโยชน์ ขณะที่ร้านอาหารส่วนใหญ่มียอดคงที่ และเจ้าของร้านจำนวนมากระบุว่าลูกค้าประจำหลีกเลี่ยงพื้นที่ใจกลางเมืองเนื่องจากความแออัด รายงานเดียวกันอ้างข้อมูลของสถาบันแองกัส รีด (Angus Reid Institute) ที่พบว่าชาวแคนาดา 7 ใน 10 คนเห็นว่าการเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลกอาจไม่คุ้มค่าสำหรับโตรอนโต และจำนวนมากเห็นว่าแวนคูเวอร์ไม่น่าจะคุ้มทุน

ฝ่ายที่รับผิดชอบการจัดงานประเมินต่างออกไป พอล จอห์นสัน (Paul Johnson) ผู้จัดการเมืองโตรอนโต ระบุว่าการแข่งขันประสบความสำเร็จเมื่อพิจารณาจากมุมของผู้เล่น แฟนบอล การปฏิบัติการ และภาพรวมของเมืองและภูมิภาค โดยเฉพาะการเดินทางเข้าออกสนามซึ่งเป็นข้อกังวลหลัก ด้านแอนน์ คัง (Anne Kang) รัฐมนตรีท่องเที่ยวรัฐบริติชโคลัมเบีย ระบุว่าผลตอบแทนจะมาจากผู้มาเยือนในอนาคต ส่วนโมเช แลนเดอร์ (Moshe Lander) นักเศรษฐศาสตร์ด้านกีฬาซึ่งวิจารณ์การนำฟุตบอลโลกมาจัดในแคนาดา ระบุว่าฟุตบอลโลกทำเงินได้จำนวนมากให้ FIFA ไม่ให้ประเทศเจ้าภาพ และผู้เสียภาษีจะเป็นผู้รับภาระ พร้อมระบุว่าผู้นำทางการเมืองมีโอกาสถอนตัวแต่ไม่ได้ถอนตัว ทั้งนี้ทีมชาติแคนาดาผ่านเข้าถึงรอบ 16 ทีมสุดท้ายก่อนแพ้โมร็อกโก

ต้นทุนที่นับเสร็จแล้ว และผลลัพธ์ที่ยังไม่มีวิธีวัด

ตัวเลขสองด้านของการเป็นเจ้าภาพมีสถานะต่างกัน ด้านต้นทุนสาธารณะเป็นวงเงินที่ผูกพันและปรากฏในเอกสารงบประมาณแล้ว ได้แก่ วงเงิน 1,066 ล้านดอลลาร์ของแคนาดาตามการประเมินของ PBO งบ 380 ล้านดอลลาร์ของโตรอนโต เงินอุดหนุนด้านความปลอดภัย 625 ล้านดอลลาร์ ที่รัฐบาลกลางสหรัฐฯ จัดสรรให้เมืองเจ้าภาพ 11 แห่ง ตามที่สื่อ Fortune รายงาน และเงื่อนไขยกเว้นภาษีที่ระบุไว้ในสัญญาเจ้าภาพ ส่วนตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติเดือนมิถุนายน 2026 ที่เพิ่มขึ้น 0.2% เป็นสถิติที่บันทึกเสร็จแล้วเช่นกัน

ด้านผลได้ระยะยาวอยู่ในสถานะต่างออกไป คำอธิบายของฝ่ายผู้จัดอ้างอิงถึงผลที่จะเกิดในอนาคต คังระบุว่าผลตอบแทนจะมาจากผู้มาเยือนในอนาคต ขณะที่รัฐบาลบริติชโคลัมเบียเคยให้เหตุผลรองรับต้นทุนเมื่อปี 2025 ว่าการแข่งขันจะนำแฟนบอลราว 350,000 คนเข้ารัฐ และสร้างรายได้ท่องเที่ยวกว่า 1 พันล้านดอลลาร์ใน 5 ปีหลังจบการแข่งขัน ตามที่สื่อ BNN Bloomberg รายงาน ด้าน Concanaco Servytur ระบุว่าการบริโภคจะดำเนินต่อไปตลอดช่วงที่เหลือของปี ข้อกล่าวอ้างเหล่านี้ยังไม่มีข้อมูลรองรับในขณะนี้

ข้อสังเกตที่ตามมาคือผลได้เหล่านั้นอาจไม่ถูกวัดเลย เวย์น สมิธ (Wayne Smith) ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยการบริการและการท่องเที่ยว มหาวิทยาลัยโตรอนโตเมโทรโพลิแทน (Institute for Hospitality and Tourism Research, Toronto Metropolitan University) ให้สัมภาษณ์สื่อ BNN Bloomberg ว่าเขาทำงานด้านการวิเคราะห์ผลกระทบทางเศรษฐกิจของอีเวนต์ต่าง ๆ มากว่า 20 ปี และนึกไม่ออกว่ามีวิธีใดที่จะทำได้อย่างถูกต้องโดยไม่ต้องคาดเดา สมิธระบุว่าวิธีเดียวที่จะรู้ได้คือการสอบถามนักท่องเที่ยวทุกคนที่เข้าเมืองว่าเดินทางมาเพราะฟุตบอลโลกหรือไม่ ซึ่งจะไม่มีใครทำ เขาจึงเห็นว่าควรมองการเป็นเจ้าภาพเป็นการทำการตลาดมากกว่าเป็นผลกระทบด้านการท่องเที่ยว

สมิธระบุเพิ่มเติมว่าเดือนมิถุนายนและกรกฎาคมเป็นช่วงท่องเที่ยวหนาแน่นของโตรอนโตและแวนคูเวอร์อยู่แล้ว ในโตรอนโต ฟุตบอลโลกจัดในช่วงเดียวกับเทศกาลไพรด์และซีรีส์เหย้าของทีม Blue Jays ที่พบกับ New York Yankees เมืองจึงมีผู้เข้าพักเต็มอยู่แล้ว และประเด็นที่ต้องพิจารณาคือทัวร์นาเมนต์อาจแทนที่ผู้ที่จะเดินทางมาด้วยเหตุผลอื่น ด้านจาร์เร็ตต์ วอห์น (Jarrett Vaughan) อาจารย์พิเศษคณะบริหารธุรกิจซอเดอร์ มหาวิทยาลัยบริติชโคลัมเบีย (Sauder School of Business, University of British Columbia) ระบุว่าประมาณการของบริติชโคลัมเบียอยู่ในระดับที่สมเหตุสมผล แต่แทบไม่มีใครทราบได้ว่าตัวเลขเหล่านั้นถูกต้องหรือไม่ และเห็นว่าประชาชนในฐานะผู้เสียภาษีควรตั้งคำถามกับรัฐบาลถึงการลงทุนในงานลักษณะนี้ เมื่อฝ่ายที่ใส่เงินเข้าไปยังไม่ทราบต้นทุนและผลได้ที่แน่ชัด

สมิธเปรียบเทียบกับโอลิมปิกฤดูหนาว 2010 ที่แวนคูเวอร์ ซึ่งทิ้งโครงสร้างพื้นฐานไว้ให้ผู้อยู่อาศัยใช้งานต่อ ได้แก่ เส้นทางรถไฟฟ้า SkyTrain สายใหม่ การปรับปรุงทางหลวง Sea-to-Sky การขยายศูนย์การประชุมแวนคูเวอร์ และการก่อสร้างสนามกีฬาหลายแห่ง โดยระบุว่าฟุตบอลโลกจะไม่ให้ผลในลักษณะดังกล่าว ก่อนหน้านี้ มอนทรีออลถอนตัวจากการเสนอเป็นเมืองเจ้าภาพเมื่อเดือนกรกฎาคม 2021 หลังรัฐบาลรัฐควิเบกถอนการสนับสนุนด้านการเงิน กระทรวงการท่องเที่ยวควิเบกระบุว่าการวิเคราะห์แผนธุรกิจพบว่าต้นทุนการจัดการแข่งขันในมอนทรีออลจะสูงเกินประมาณการไปมาก และเงื่อนไขของ FIFA จะทำให้โครงสร้างพื้นฐานด้านกีฬาหลายแห่งถูกใช้เพื่อการอื่นไม่ได้เป็นเวลานาน

สถิติในอดีตเป็นไปในทิศทางเดียวกัน สื่อ Newsweek รายงานงานวิจัยของมหาวิทยาลัยโตรอนโต (University of Toronto) ที่พบว่าต้นทุนการเป็นเจ้าภาพทำให้เมืองเจ้าภาพขาดทุนสุทธิใน 12 จาก 14 ฟุตบอลโลกหลังสุด และรายงานของบริษัทประกัน Atradius ที่ประเมินว่าเมืองเจ้าภาพในฟุตบอลโลกปี 1994 ซึ่งจัดในสหรัฐฯ ขาดทุนรวมกันสูงถึง 9.3 พันล้านดอลลาร์ โรเบิร์ต บาเด (Robert Baade) ศาสตราจารย์ด้านเศรษฐศาสตร์จากวิทยาลัยเลกฟอเรสต์ (Lake Forest College) ให้สัมภาษณ์สื่อ U.S. News ว่ายังไม่ถึงจุดที่จะสรุปในเชิงวิทยาศาสตร์ได้ว่าการจัดงานครั้งนี้ประสบความสำเร็จ ด้านไมเคิล เอ็ดเวิร์ดส์ (Michael Edwards) ศาสตราจารย์ด้านการจัดการกีฬาจากมหาวิทยาลัยแห่งรัฐนอร์ทแคโรไลนา ระบุว่าเมืองเจ้าภาพน่าจะผิดหวังกับผลตอบแทนทางเศรษฐกิจ เมื่อพิจารณาจากระดับความคาดหวังที่เมืองเหล่านั้นตั้งไว้

นัดชิงชนะเลิศจะแข่งในวันที่ 19 กรกฎาคม 2026 หลังจากนั้นตัวเลขต้นทุนส่วนที่เหลือของเมืองเจ้าภาพจะทยอยปิดบัญชี ส่วนการวัดผลได้ด้านการท่องเที่ยวและการลงทุนในระยะยาว ยังไม่มีหน่วยงานใดในทั้ง 3 ประเทศประกาศแผนจัดทำการศึกษาย้อนหลังอย่างเป็นระบบ


ที่มา:
Blind side: Why World Cup economic impact on Vancouver and Toronto may never be known (Brieanna Charlebois, BNN Bloomberg, 11 May 2026) 
How FIFA restructured the World Cup into its biggest payday ever, as host cities face a budget shortfall (Catherina Gioino, Fortune, 19 June 2026) 
US Host Cities Bucking Trend of Underwhelming World Cup Boost (Hugh Cameron, Newsweek, 3 July 2026) 
Toronto saw little economic gain during World Cup's first 2 weeks in city, data shows (Arrthy Thayaparan, CBC News, 4 July 2026) 
Derrama económica no supera meta durante Mundial 2026: Concanaco reporta ventas por 50 mmp en 25 días (Infobae, 9 July 2026) 
Mundial 2026 dejó una derrama de 2 mil millones de dólares en México, pero su impacto económico fue limitado: Banamex (El Imparcial, 13 July 2026) 
Final price tag has many grappling with Canada's true cost to host World Cup matches (Dan Karpenchuk, Buffalo Toronto Public Media, 13 July 2026) 
World Cup's semifinals: Travel to host cities rises (CNBC, 14 July 2026) 
World Cup Didn't Boost International Visitors In June—Here's Why It Matters (Suzanne Rowan Kelleher, Forbes, 14 July 2026) 
World Cup gave bars and restaurants a needed boost as consumers flash warning signs, Fed says (CNBC, 15 July 2026) 
Will the World Cup Bring an Economic Boost to Host Cities? (U.S. News, 15 July 2026) 

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง